วิจารณ์หนัง Stand by me Doraemon เพื่อนกันตลอดไป

วิจารณ์หนัง Stand by me Doraemon เพื่อนกันตลอดไป
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์หนัง Stand by me Doraemon เพื่อนกันตลอดไป

Stand by me DoraemonStand by me Doraemon

Stand by me Doraemon

 

เด็กสมัยนี้บางคนอาจจะไม่รู้จักการ์ตูนยุครุ่นคุณพ่อหลายเรื่อง เพราะดังแล้วก็ดับไปไม่มีนำมาทำใหม่มากนักหรือทำแล้วก็อาจไม่ได้รับความนิยมจากเด็กยุคใหม่ แต่สำหรับโดราเอมอนไม่เป็นเช่นนั้น เจ้าแมวสีฟ้าจากโลกอนาคตยังคงเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมจากอดีตมาจนเด็กยุคปัจจุบัน ต่างก็รู้จักโดราเอมอนเป็นอย่างดี และตอนนี้ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทั้งรุ่นพ่อและรุ่นลูกจะได้ชมพร้อมกันเป็นครั้งแรก นั่นก็คือภาพยนตร์โดราเอมอนในแบบ CG แอนิเมชั่นสามมิติ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Stand by me Doraemon เพื่อนกันตลอดไป (ไม่ใช่ทานุกิสีฟ้าที่หายไปแล้วนะ)

 

โดราเอม่อน เพื่อนกันตลอดไปโดราเอม่อน เพื่อนกันตลอดไป

โดราเอม่อน เพื่อนกันตลอดไป

 

ทางญี่ปุ่นได้ทำภาพยนตร์ Stand by me Doraemon ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 80 ปีอาจารย์ ฟุจิโกะ เอฟ ฟุจิโอะ ผู้แต่งและวาดโดราเอมอน น่าเสียดายที่อาจารย์ท่านไม่อยู่ร่วมฉลองกับความยิ่งใหญ่ครั้ง เพราะ Stand by me Doraemon กลายเป็นแอนิเมชั่นภาคที่ทำรายได้สูบงสุดในประวัติศาสตร์ของเรื่องเลย หลังจากที่ฉายในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมาก็ครองอันดับหนึ่งใน Box Office มาตลอดหนึ่งเดือนในช่วงที่ฉายอยู่ และตอนนี้คนไทยเราก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการฉลองความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ เมื่อทาง M Pictures ได้นำมาฉายได้ได้ชมกันในวันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2557 นี้ แต่มีรอบพิเศษให้กูกันก่อนในวันที่ 25-30 ด้วย

 

Stand by me DoraemonStand by me Doraemon

เพื่อความคุ้นเคยของเสียงพากย์การ์ตูนโดราเอมอน ทาง M Pictures ได้เลือกใช้บริการทีมพากย์ของช่อง 9 อ.ส.ม.ท. อันเป็นเสียงพากย์ทีคุ้นเคยสำหรับคนที่เคยดูการ์ตูนโดราเอมอนของช่อง 9 การ์ตูนมาตั้งแต่ปี 2525 โดยมีเหล่าทีมงานพากย์มาร่วมงานในวันเปิดตัวที่ 15 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมาด้วย โดยรายชื่อทีมพากย์ก็มีดังนี้

  • คุณ ฉันทนา ธาราจันทร์ พากย์เสียง โดราเอมอน
  • คุณ ศันสนีย์ สมานวรวงศ์ พากย์เสียงโนบิตะ
  • คุณ ศรีอาภา เรือนนาค พากย์เสียง ชิซุกะ
  • คุณ อรุณี นันทิวาส พากย์เสียง ซุเนโอะ
  • และ คุณ นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ หรือ น้าต๋อย เซมเบ้ ยังคงพากย์เสียง ไจแอนต์ ในภาพยนตร์ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ หลังประกาศเลิกพากย์การ์ตูนเพราะเป็นโรคหอบหืด

ซึ่งเหล่าทีมพากย์ทุกคนยังคงทำหน้าที่ได้ดีเช่นเดียวกับเมื่อครั้งยังพากย์ให้กับช่อง 9 อ.ส.ม.ท. สามารถเรียกเสียงฮาจากผู้ชมได้ โดยที่ไม่ทำให้บทของภาพยนตร์ผิดเพี้ยน แต่ก็มีที่สงสัยอยู่อย่าง ตรงเรื่องชื่อของตัวละคร ทำไมเซวาชิถึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโซบิ? และเดคิสุกิเปลี่ยนเป็นเอสุกิ? ตรงนี้คิดว่าน่าจะอยู่ที่บทมากกว่า (ผมว่าผมฟังไม่ผิดนะ)

 

หนัง โดเรม่อนหนัง โดเรม่อน

 หนัง โดเรม่อน

 

พูดถึงเรื่องบทของภาพยนตร์ Stand by me Doraemon ก็ไม่ใช่บทเนื้อเรื่องใหม่อะไร แต่เป็นการรวมเอาการ์ตูนโดราเอมอน 10 ตอน ที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของโนบิตะ มารวมไว้เป็นตอนเดียวกัน โดยเขียนบทบางจุดให้เนื้อเรื่องสามารถเชื่อมโยงกันได้ ซึ่งทางคุณ ทาคาชิ ยามาซากิ (จากเรื่อง Space Battleship Yamato และ ปรสิตเดรัจฉาน) ผู้กำกับและผู้เขียนบทของภาคนี้ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ทุกตอนที่เคยแยกจากกันเป็นคนละตอนกลับรวมเป็นตอนเดียวได้อย่างเนียน ด้วยการดัดแปลงเรื่องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละเพราะดัดแปลงน้อยมากๆ เนื้อเรื่องก็เลยยังคงเหมือนในการ์ตูน ไม่มีอะไรแปลกใหม่มากนัก สำหรับคนที่อ่านการ์ตูนมาแล้ว

 

Stand By Me DoraemonStand By Me Doraemon

 

ถึงแม้เนื้อเรื่องจะเหมือนกับในหนังสือการ์ตูน ซึ่งตัวผมก็เคยอ่านการ์ตูนทั้ง 10 ตอนนี้มาแล้ว แต่หลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์แล้วกลับรู้สึกได้เลยว่า มันต่างกันครับ! อารมณ์มันต่างกับตอนนั่งอ่านจากหนังสือการ์ตูนเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพ ที่ทำเป็น 3D CG ที่สวยงามมาก เก็บทุกรายละเอียด ทั้งสีหน้าตัวละคร ฉากหลัง รายละเอียดเสียงและแสงเงา ที่ผมเคยนำมาเบืองหลังการสร้างมาให้ดูกันทีหนึ่งแล้ว ว่ากว่าจะสร้างออกมาแต่ละฉากนั้น 3D CG ทำยากกว่าที่หลายคนคิดเยอะ (ในเรื่องมีโลโก้สปอนเซอร์ของภาพยนตร์ภาคนี้อยู่เยอะเลยล่ะ) และทีเด็ดอีกอย่างของภาพยนตร์นี้ก็คือดนตรีประกอบที่เข้ากับอารมณ์ของฉากช่วงนั้นๆได้มากเลย จากปกติตอนอ่านจากหนังสือการ์ตูน แทบจะไม่รู้สึกอะไร แต่พอชมภาพยนตร์กลับรู้สึกซึ่งมากครับ

 

Stand By Me DoraemonStand By Me Doraemon


สรุปจากความรู้สึกที่ได้ไปชมภาพยนตร์ Stand by me Doraemon ครั้งนี้ รู้สึกประทับใจในการสื่ออารมณ์ที่ทำออกมาได้ดี และฉาก 3D CG ที่สวยงามมาก แม้จะเป็นตอนที่เคยดูเคยอ่านมาแล้วทั้งนั้นก็ยังดูแล้วประทับใจอยู่ แต่ในส่วนเนื้อเรื่องนั้นเฉยๆมากสำหรับคนที่เคยอ่านมาแล้ว เพราะมันเหมือนอ่านการ์ตูนแทบจะ 100% สำหรับใครที่เคยอ่านการ์ตูนโดราเอมอนมาแบบปรุโปร่งแล้ว ก็สามารถข้ามไปได้ครับ ส่วนใครที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน หรืออยากสัมผัสภาพ 3D CG สวยๆและการสื่ออารมณ์ของเนื้อเรื่องที่แตกต่างจากการอ่านการ์ตูน แนะนำว่าไม่ควรพลาด

 

ปิดท้ายกันด้วย เพลงประกอบภาพยนตร์เพราะๆ Himawari no Yakusoku (คำสัญญาแห่งดอกทานตะวัน) อ้อ! หลังภาพยนตร์จบแล้ว ยังมีอะไรฮาๆต่ออีกนิด อย่าเพิ่งรีบออกจากโรงภาพยนตร์กันนะครับ

 

 

ขอขอบคุณ M Pictures และ แลคตาซอย ที่ช่วยสนับสนุนบัตรชมภาพยนตร์ Stand by me Doraemon ในครั้งนี้ด้วยนะครับ