'ผีมัลติสกรีน' พัฒนาการล่าสุดของผีไทยในภาพยนตร์

'ผีมัลติสกรีน' พัฒนาการล่าสุดของผีไทยในภาพยนตร์
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

“ผีมัลติสกรีน” พัฒนาการล่าสุดของผีไทยในภาพยนตร์ 

 

 

เมื่ออุปกรณ์การสื่อสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นที่สำแดงฤทธิ์เดชและทวงความแค้นของบรรดาผีๆ ณ วันนี้บอกได้เลยว่าใครๆ ก็ต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี ไม่เว้นแม้แต่ผีสางนางไม้ 

 

เทคโนโลยีกับไสยศาสตร์หรือความเชื่อเรื่องลี้ลับดูจะเป็นเรื่องที่อยู่กันคนละขั้ว แต่ต้องขอบคุณจินตนาการบรรเจิดของคนเขียนบทที่จับเอา 2 สิ่งนี้มารวมกัน ไม่มีใครตอบได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ แต่เมื่อมันอยู่ในโลกมายา มันคือความบันเทิงที่คนดูจะต้องชอบ เพราะเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทคือหนึ่งในเรื่องที่ถูกจริตคนไทยมากที่สุด 

 

ลองมาทบทวนความจำกันสักเล็กน้อยว่าผีเหล่านี้ใช้เทคโนโลยีเขย่าขวัญคนดูอย่างไรบ้าง

 

เดอะ ริง คำสาปมรณะ โผล่มาทวงสัญญาแค้นในม้วนเทปวิดีโอ เปิดดูแล้วตายภายใน 7 วัน 

 

 

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ผีสาวรักเดียวใจเดียวที่อยากอยู่กับแฟนหนุ่มที่เป็นช่างภาพไปชั่วชีวิตจนต้องออกมาปรากฏกายในภาพถ่าย

สี่แพร่ง ตอน “เหงา” ผีจีบสาวทาง SMS ที่ดูแล้วก็ชวนให้สงสัยเล็กๆ ว่าโลกหลังความตายนี่เขาใช้เครือข่ายโทรศัพท์อะไรกัน 

 

โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต ผีทวงแค้นผ่านจอภาพยนตร์ ที่สามารถเอาคนเข้าไปอยู่ในจอหนังได้ด้วย

 

 

และล่าสุดกับซีรีส์ “เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน” ตอน “ตายตาม” และ “แช่ง” ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผีที่อัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นล่าสุดมาแล้ว เพราะใช้โซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook และ Skype ในการข่มขวัญคู่กรณีได้แบบอยู่หมัด 

 

 

 

รวมๆ แล้วขอเรียกผีเหล่านี้ว่า “ผีมัลติสกรีน” เพราะโผล่ไปได้ทุกหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นจอทีวี จอโทรศัพท์ จอภาพยนตร์ รวมไปถึงรูปถ่ายจากกล้องโพลารอยด์ ในอนาคตอาจจะไปโผล่ในจอสมาร์ททีวีแบบสามมิติ คมชัดสมจริงทุกความสยองขวัญ...ก็เป็นได้ 

 


ผีมัลติสกรีน คือพัฒนาการขั้นสูงสุด ณ เวลานี้ของผีทั่วไป จากเดิมที่อาจจะสิงอยู่ตามอาคารบ้านเรือนหรือถนนหนทาง ทำหน้าที่เป็นผีที่สร้างความสยองแบบตั้งรับ ต้องรอให้คนดวงตกเดินเข้าไปให้หลอกถึงที่ หรือไม่ก็มีพื้นที่ให้บริการอย่างจำกัด เช่น ผีแม่นาคในละคร จะเป็นผี OTOP แจ้งเกิดในท้องถิ่น อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน

หากอัปเดตเวอร์ชั่นเป็นผีมัลติสกรีนแล้วจะสามารถตามหลอกได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ ไม่จำกัดเวลา และไม่จำกัดหน้าจอ ตามคอนเซปต์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุค 4G เป๊ะเลย! 

 

แล้วทำไมต้องกลายร่างเป็นผีมัลติสกรีน?

 

ในบ้านเรามีหนังผีมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่เรื่อง พล็อตก็วนเวียนไปมา ถ้าไม่อาฆาตก็อาลัยรัก หรือจะเป็นผีไม่มีเหตุผลที่โจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย แก่นสารหลักของเรื่องผีๆ ก็มีอยู่เท่านี้ ดังนั้น พล็อตเรื่องคงไม่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมหากปราศจากวิธีการสร้างความสยองขวัญในแบบที่ผู้ชมจะสัมผัสมันได้เหมือนกับมีประสบการณ์ตรง 

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ ในสมัยนี้อุปกรณ์การสื่อสารในรูปแบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการสร้างประสบการณ์และการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างในชีวิตจริงของผู้ชม จึงไม่แปลกอะไรหากบรรดาผีๆ จะเข้ามาอาละวาดในพื้นที่นี้ เพราะมันคือประสบการณ์ร่วมสมัย และสะท้อนภาพชีวิตประจำวัน

 

 

ด้วยตรรกะนี้ ทำให้ตัวละครรุ่นอาม่า อากง ในภาพยนตร์ยังไม่เคยเจอประสบการณ์ลี้ลับผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหมือนกับตัวละครที่เป็นกลุ่มวัยรุ่น เพราะกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน คือคนส่วนมากที่ใช้อุปกรณ์การสื่อสารสมัยใหม่ 

 

เช่นเดียวกันกับที่เรายังไม่เห็นวิญญาณในโทรเลข ผีโปสการ์ด หรือพิราบสื่อสารวิญญาณอาฆาต เพราะมันไม่ใช่เรื่องใกล้ตัวและไม่ใช่เรื่องร่วมสมัย ถ้าบังเอิญมีผู้เขียนบทคนไหนเกิดไอเดียกระฉูดปั้นมันขึ้นมาเป็นหนังจริงๆ ได้ มันก็อาจจะน่ากลัวเฉพาะบนจอ แต่ไม่สร้างความหลอนเรื้อรังเหมือนผีในโทรศัพท์ที่อาจจะทำให้เราเกิดอาการขนลุกทุกครั้งที่หยิบมือถือขึ้นมาใช้งาน เพราะอดคิดถึงฉากหลอนๆ ในภาพยนตร์ไม่ได้ 

 

เด็กสมัยใหม่อาจจะไม่อินกับฉากแม่นาคยื่นมือเก็บมะนาวใต้ถุนบ้านมากเท่ากับการได้รับข้อความแชทจากคนที่ตายไปแล้ว เพราะมันใกล้ตัวมากกว่า 

 

สังคมบ้านเรา เรื่องผีสาง ความเชื่อ ปรากฏการณ์ลี้ลับจะไม่มีวันหายไป ไม่ว่าโลกจะก้าวไปไกลแค่ไหน เชื่อเถอะว่าโลกไสยศาสตร์ก็ตามทัน และเชื่อขนมกินได้เลยว่า...มันจะตามไปสิงสู่อยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยีอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ ก็ในโลกแห่งความบันเทิง ที่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ 

 

แต่จะว่าไปแล้ว ผีกับเทคโนโลยี 4G ในบ้านเราก็เหมือนกันอยู่นะ 

รู้ว่ามี...แต่ไม่ยังเคยเจอ...