วิจารณ์หนัง Interstellar ฤารักจะข้ามผ่านห้วงเวลา

วิจารณ์หนัง Interstellar ฤารักจะข้ามผ่านห้วงเวลา
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 วิจารณ์หนัง Interstellar ฤารักจะข้ามผ่านห้วงเวลา 

 


Interstellar เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟซึ่งพะยี่ห้อผู้กำกับอีกคนที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับที่มีลายเซ็นในการทำหนังชัดเจน หนังทุกเรื่องที่เขากำกับมาเรียกได้ทำเงินถล่มทลาย หนังของเขามีประเด็นชวนให้ถกเถียง ขบคิดหลังหนังจบลงอยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตามส่วนตัวแล้วผมกลับค่อนข้างชอบ Interstellar น้อยกว่าหนังเรื่องก่อนๆหน้านี้ เนื่องจากตัวหนังเล่นประเด็นซีเรียสขึงขังมากในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นแล้วหนังก็ค่อนข้างมีความแฟนตาซีในช่วงหลังจนลดทอนความน่าเชื่อถือของเหตุการณ์พอสมควร แม้ว่าเหตุผลและตรรกะต่างๆจะยืนพื้นอยู่บนหลักการของวิทยาศาสตร์ก็ตาม

 

ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของโลกมนุษย์ในอนาคตเมื่อพืชพรรณธัญญาหารล้มตายกันไปเป็นจำนวนมาก เหลือแค่เพียงข้าวโพดเท่านั้นที่มนุษย์สามารถทานได้ มนุษย์จึงจำเป็นต้องค้นหาดาวดวงใหม่ในการใช้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ คูเปอร์(แมททิว แมคคอนนาเฮย์) ได้รับมอบหมายให้ขับยานเพื่อปฏิบัติภารกิจในการค้นหาดาวเคราะห์ในอีกกาแล็กซี่ ซึ่งเขาต้องเดินทางข้ามผ่านรูหนอน แต่นั่นหมายความเขาจะต้องละทิ้งลูกสาวอย่าง เมิร์ฟ(แมคเคนซี่ ฟอยด์) เอาไว้ ซึ่งการข้ามกาแล็กซี่นั้นทำให้ระบบเวลาแตกต่างกันมาก และมีโอกาสเป็นไปได้ที่ว่ายามที่เขากลับมาบนโลก ลูกสาวของเขาอาจจะแก่เฒ่าไปแล้ว

 

อันที่จริงแล้วตัวหนังมีประเด็นมากมายให้ชวนตั้งคำถามและชวนถกเถียง ซึ่งแน่นอนผมว่าหนังสไตล์ไซไฟที่เปิดช่องให้คนดูกลับมาทำการบ้านเป็นหนที่สองนั้นควรค่าแก่การนับถือว่ามันเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช่แค่เพียงความบันเทิงชั่วครู่ชั่วยาม จบกันแล้วก็จบกันไป แต่มันจะถูกจดจำในฐานะภาพยนตร์ที่สามารถหยิบมาเป็นกรณีศึกษาได้เป็นอย่างดี 

 

แม้จะเป็นหนังไซไฟที่พูดถึงการข้ามจักรวาล แต่รากฐานของหนัง Interstellar กลับพยายามพูดถึงเรื่องที่เล็กน้อยยิบย่อยแต่เป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้จักรวาลนั่นก็คือเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของมนุษย์ ซึ่งถูกถ่ายทอดและเน้นหนักในส่วนของพ่อลูก โดยเฉพาะคูเปอร์และเมิร์ฟ ซึ่งแม้ว่าเขาจะเดินทางจากลูกสาวเขาไปแต่ทุกนาทีที่จากเธอมาเขาก็ได้แต่คิดถึงลูกของตัวเอง เมิร์ฟก็เช่นเดียวกันไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความหวังในการจะได้พบกับพ่อของตัวเองนั้นก็ยังเป็นสิ่งที่เธอเฝ้ารออยู่ดี เช่นเดียวกับพ่อลูกอย่าง แบรนด์ (แอนน์ ฮาธาเวย์) และศาสตราจารย์ แบรนด์ (ไมเคิล เคน) ที่ห่วงหากันไม่แพ้ครอบครัวอื่นๆ   

 

หนังอย่าง Interstellar ยังใช้ทฤษฎีทางฟิสิกส์เข้ามาเพื่ออธิบายจินตนาการของผู้กำกับให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อโนแลนหยิบเอาประเด็นเรื่อง ทฤษฏีสัมพัทธ์ภาพ, หลุมดำ (Black hole), มิติที่ 5 เอามาวาดให้ผู้ชมหยิบเอาเรื่องราวเหล่านี้ไปทำการบ้านต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าคนดูจะเข้าใจเหตุผลที่หนังได้เล่ามาหรือไม่ การออกนอกโรงภาพยนตร์แล้วกลับมาทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้ใหม่อีกครั้งก็นับว่าเป็นเสน่ห์อีกประการสำหรับหนังเรื่องนี้ 

 

Interstellar มีฉากการเดินทางข้ามหมู่ดาวที่สวยงาม มีฉากคลื่นยักษ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ มีภาพยานที่กำลังโคจรและระเบิดออกในช่วงไคลแมกซ์ มีฉากมิติที่ 5 ที่ไม่เคยชมจากหนังเรื่องไหนมาก่อน แน่นอนว่ามันสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดู แต่เหนืออื่นใดคือทุกฉากทุกตอนหนังก็ยังทิ้งประเด็นเอาไว้ให้คนดูขบคิดกันอีกด้วย 

 

@พริตตี้ปลาสลิด

มอบให้ 4 คะแนนจาก 5 คะแนน