แด่ละครไทย...บทโทรทัศน์นั้น สำคัญไฉน?

แด่ละครไทย...บทโทรทัศน์นั้น สำคัญไฉน?
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 แด่ละครไทย... บทโทรทัศน์นั้น สำคัญไฉน?


บทโทรทัศน์ หรือ บทละคร เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของละครเรื่องนั้น มีทั้งการดัดแปลงมาจากนวนิยาย หรือสร้างเค้าโครงเรื่องขึ้นมาใหม่ หากว่ามองจากเบื้องหน้า บทละครอาจได้รับความสนใจไม่เท่า พระเอก นางเอก หรือผู้กำกับละครเป็นใคร แต่ในความเป็นจริง บทโทรทัศน์นี่แหละที่จะตัดสินว่า ละครจะสนุก น่าติดตาม หรือน่าเบื่อจนเปลี่ยนช่องแทบไม่ทัน เพราะมันคือตัวที่กำหนดทิศทางให้ละครขับเคลื่อนไปได้

 

ทรายสีเพลิง

เมื่อไม่นานมานี้ คอละครอาจจะได้ยินข่าวผ่านหูผ่านตามาบ้าง เกี่ยวกับการวิจารณ์บทโทรทัศน์ของละครบางเรื่อง หรือคนเขียนบทบางท่าน ที่อาจจะเขียนออกมาได้ไม่ถูกอกถูกใจคนดู ซึ่งสิ่งที่ว่าไม่ถูกใจก็มีปัจจัยหลายอย่าง เช่น เปลี่ยนจากนิยายต้นฉบับจนไม่เหลือเค้าเดิม เปลี่ยนคาแรกเตอร์ตัวละคร เสริมเติมแต่งฉากบางฉากที่ไม่สมเหตุสมผล ใส่บทสนทนาเวิ่นเว้อฟังแล้วขัดใจ หรือไม่คนก็ยังติดการตีความของเวอร์ชั่นเดิมๆ พอเอามารีเมคคนดูเลยรู้สึก ไม่ได้ดั่งใจ

 

ทวิภพ


บางเรื่องถูกกล่าวหาว่า คนเขียนบทคงไว้แค่ชื่อเรื่องกับชื่อตัวละครจากนิยาย นอกจากเปลี่ยนไม่เหลือซาก

บางเรื่องถูกตำหนิว่า ความไม่สมเหตุสมผลของบทโทรทัศน์ ทำให้ละครไร้รสนิยม!

หลายคนถึงกับวิพากษ์ไว้ว่า ละครไทยสู้ซีรี่ย์เกาหลีไม่ได้ สาเหตุเพราะ ‘บทไม่ดี’ 

 

รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน-รอยฝันตะวันเดือด

บางครั้งก็ต้องบอกว่า การเลือกดูละครสักเรื่อง ต่อให้ใช้นักแสดงระดับซุป’ตาร์ยกมาเต็มจอ เสื้อผ้าโปรดักชั่นจัดเต็ม แต่เนื้อเรื่องน่าเบื่อยืดเยื้อ ไม่สมเหตุสมผล ก็ไม่ช่วยให้ทนทู่ซี้ดูต่อไปได้ อย่างซีรีส์วัยรุ่นของค่ายหนังชื่อดัง ดาราใหม่เกือบทั้งเรื่อง ฉากไม่ได้อลังการมากมาย เสื้อผ้าหน้าผมตามสไตล์วัยรุ่นธรรมดา แต่คนติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง ก็เพราะบทมันโดน การดำเนินเรื่องน่าสนใจ ทำให้คนอยากติดตามดูไปเรื่อยๆ

 

 

ทองเนื้อเก้า

ในฐานะคนดูคนหนึ่ง อยากให้ผู้สร้างผู้จัดละครรวมถึงคนเขียนบท ลองให้ความสำคัญกับจุดนี้มากขึ้นสักนิด เพราะหลายครั้งหลายหนที่เปิดทีวีแล้วรู้สึกว่า คนดูละครถูกทำร้าย คนอ่านนิยายถูกย่ำยีหัวใจ จริงอยู่ที่ว่าส่วนใหญ่คนดูให้ความสนใจที่ตัวดาราและฝีมือการแสดง แต่ต่อให้ดาราดังแค่ไหน แสดงดีแค่ไหน ถ้าบทมันไม่ส่งหรือเนื้อเรื่องมันห่วย ละครก็แป้กได้เช่นกัน

สุดท้ายเวลาคนดูพูดถึงละครสักเรื่อง ประเด็นสำคัญมันก็มีแค่ 'สนุก' กับ 'ไม่สนุก' เท่านั้นเอง