โรแมนซ์สูตรสำเร็จ เบ็ดเสร็จนิยายรักจอเงิน The Best of Me

โรแมนซ์สูตรสำเร็จ เบ็ดเสร็จนิยายรักจอเงิน The Best of Me
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

โรแมนซ์สูตรสำเร็จ เบ็ดเสร็จนิยายรักจอเงิน The Best of Me

ปี 2014 เป็นปีที่มีภาพยนตร์เกี่ยวกับความรักให้เลือกชมตลอดทั้งปี The Best of Me เป็นหนึ่งในผลงานเรื่องราวที่ถูกดัดแปลงจากนวนิยายขายดีของนักเขียนฉายา “เจ้าพ่อโรแมนซ์” นิโคลลัส สปาร์กส (The Notebook, A Walk to Remember) นับเป็นนิยายรักเรื่องที่ 9 ของนักเขียนผู้นี้ ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์

 

 

 

The Best of Me เป็นเรื่องราวของคู่รักหนุ่มสาววัยมัธยมที่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ทั้งคู่ไม่สมหวังในความรักครั้งนั้น ก่อนที่โชคชะตาจะนำพาให้พวกเขากลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากความหลัง 20 ปีต่อมา มีเพียงแรงปรารถนากับสถานะปัจจุบันที่พวกเขาต้องเผชิญหน้า

 

การดัดแปลงสร้างจากนวนิยายเล่มนี้ของ สปาร์กส เต็มไปด้วยความน่าผิดหวัง ด้วยโครงเรื่องที่ซ้ำซากและล้าสมัย ไม่ต่างกับการชม โรมิโอ & จูเลียต ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้การนำเสนอเรื่องราวไม่มีความแปลกใหม่ เป็นภาพยนตร์รักแบบเดิมๆ ที่มีไม่มีความโดดเด่น

 

ด้วยโครงเรื่องที่ไม่แข็งแรงและเบาหวิว ยังส่งผลต่อการแสดงของนักแสดงนำในเรื่องด้วย มิเชลล์ โมนาห์ฮาน (Source Code) รับบทเป็น “อแมนดา” ที่ต้องแบกรับบทนำเอาไว้แบบขาดๆ เกินๆ ถ่ายอารมณ์ฝืนความเป็นจริง เช่นเดียวกับ เจมส์ มาร์สเดน (X-Men) ในบท “ดอว์สัน” ที่น่าจะเป็นส่วนที่ดีที่สุดของเรื่อง แต่การแสดงกลับไม่ทำให้คล้อยตามและน่าผิดหวัง

 

อีกหนึ่งบทที่โดดเด่นของเรื่องคือ อแมนด้า และ ดอว์สัน ในช่วงวัยเรียน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด สองนักแสดงหน้าใหม่ยังไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ การแสดงดูประดิษฐ์ประดอยและไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนบทของ “ทัค” ที่รับบทโดย เจอรัลด์ แมครานีย์ (The A-Team) ชายแก่ผู้ใจดีและมีปมกับอดีต เป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่ถูกลืมและดูเป็นส่วนเกิน

 

 

 

ดูเหมือนว่า การดัดแปลงบทภาพยนตร์ จะเป็นปัญหาหลัก เรื่องราวที่ไร้มิติ เหตุการณ์ถูกบั่นทอน ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน พร้อมกับบทสนทนาเชยๆ ที่ล้วนแต่เป็นสูตรสำเร็จ หาความแปลกใหม่ไม่ได้ ขณะที่งานกำกับของผู้กำกับ ไมเคิล ฮอฟแมน (A Midsummer Night’s Dream) ก็ดูจะบกพร่อง โดยเฉพาะการตัดต่อภาพที่เร่งรีบและไม่เป็นมืออาชีพ ลดคุณภาพของภาพยนตร์ลงไปอย่างฉับพลัน

 

เพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์เป็นส่วนที่ได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพลงคันทรีแบบชาวใต้ถูกเปิดแทรกขึ้นมาอย่างเหมาะสม งานเพลงของ Lady Antebellum, David Nail, Hunter Hayes หรือ Colbie Caillat เข้ากับบรรยากาศของภาพยนตร์ได้ดี โดยเฉพาะเพลงหลัก “Sweet Jane” ที่ทรงคุณค่า เช่นเดียวกับ ดนตรีประกอบของ แอรอน ซิกแมน ที่ตอบโจทย์ได้ดีกับภาพยนตร์ชีวิต และยังได้กลิ่นอายมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Notebook เมื่อ 10 ปีก่อน

 

The Best of Me กลายเป็นผลงานที่ดัดแปลงสร้างจากนวนิยายของสปาร์กส ความยาวเกือบ 2 ชั่วโมง ที่ไร้ซึ่งแก่การจดจำ โครงเรื่องล้าสมัย ไม่ต่างกับละครโทรทัศน์ที่สร้างใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งเป็นนวนิยายของสปาร์กสที่น่าผิดหวังและไม่ได้ดีที่สุดตามชื่อเรื่อง แม้จะตอบโจทย์เรื่องราวความรักได้ดี แต่ยังขาดความกลมกล่อม คล้ายกับคนบอกรักอยู่ฝ่ายเดียว เป็นรักข้างเดียวที่ไม่สมบูรณ์แบบ