วิจารณ์หนัง The Best of Me

วิจารณ์หนัง The Best of Me
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์ The Best of Me

 

เมื่อเอ่ยชื่อของนิโคลัส สปาร์คนักเขียนนิยายรักโรแมนติกชาวอเมริกัน ซึ่งนวนิยายของเขาหลายต่อหลายเล่มเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จด้านยอดขายเป็นอย่างมาก และผลงานของเขาก็ถูกซื้อลิขสิทธิ์นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มากมายหลายเรื่องด้วยกัน 

ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของสปาร์คและเป็นที่รู้จักในวงกว้างของผู้ชมชาวไทยก็คือ A Walk to Remember (ก้าวรักในรอยจำ) และ The Notebook (รักเธอหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก) ซึ่งเนื้อหาเรื่องราวของทั้งสองเรื่องต่างก็พูดถึงความรักที่ไม่สมหวังระหว่างคู่พระนาง แต่ความรักของตัวละครในเรื่องนั้นต่างก็เรียกได้ว่าเบ่งบาน สุกงอม และกลายเป็นดั่ง “ตำนานรัก” 

อันที่จริงแล้วเค้าโครงเรื่องในนิยายของสปาร์ค ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วแกก่นหลักสำคัญของนักเขียนคนนี้ก็คือเขาเป็นคนที่บูชาความรักเหนือสิ่งอื่นใด เพราะไม่ว่าตัวละครในเรื่องจะสุขสมหวังหรือมีอันเป็นไปก็ตาม ตัวละครในเรื่องที่ยังมีลมหายใจอยู่เขาหรือเธอก็จะบูชาความรักของตนเองจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต 

ตัวละครของสปาร์คมักจะมีลักษณะใกล้เคียงกับอุดมคติที่หาได้ยากยิ่งนักในยุคปัจจุบัน ชายหนุ่มในเรื่องมักจะเป็นผู้ชายแสนที่ที่ยึดมั่นและศรัทธาในความรัก (แม้ว่าเขาอาจจะเลวร้ายมาก่อนก็ตาม แต่สุดท้ายความรักก็จะเปลี่ยนแปลงให้ตัวละครกลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิม) หรือตัวละครหญิงก็มักจะทำหน้าที่ของสตรีในอุดมคติ เธอมีเสน่ห์ เป็นคนเก่ง และเชื่อมั่นว่าความรักนั้นจะช่วยให้ชีวิตของเธอเองสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เรื่องราวใน The Best of Me นั้นบอกเล่าเรื่องราวของดอว์สัน (เจมส์ มาร์สเดน) และอแมนด้า(มิเชล โมนาแฮน) อดีตคู่รักในสมัยวัยรุ่นที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากแยกห่างกันไปนานกว่า20 ปี พวกเขากลับมาเจอกันในงานศพของเพื่อนเก่า นับเป็นการหวนกลับคืนมาอีกครั้งของความทรงจำที่แสนหวานและขมขื่นที่พวกเขาไม่เคยลืมไปจากใจ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

กลวิธีในการเล่าเรื่องของ The Best of Me นั้นใช้การตัดสลับช่วงเวลาระหว่างอดีตและปัจจุบันเพื่อเผยให้คนดูรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนที่ทำให้ตัวละครคู่พระ-นางต้องแยกจากกันและไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นก็ดูเหมือนกับความรักของทั้งคู่กำลังสุกงอมพอดิบพอดี 

ประเด็นเรื่องชนชั้นที่แตกต่างกันระหว่างพระนางของเรื่องอาจจะไม่ได้ถูกเน้นย้ำมากนัก แต่ความร้าวฉานระหว่างดอว์สันกับพ่อของเขาน่าจะเป็นแรงกระตุ้นหลักของเรื่องที่ทำให้เหตุการณ์ต่างๆบานปลายและกลายเป็นชนวนของเรื่องราวทั้งหมด 

ความสะเทือนใจของเรื่อง อยู่ตรงที่ว่าชีวิตที่อแมนด้านั้นต่างก็รู้ดีว่าหัวใจของเธอเองนั้นอยู่ที่ดอว์สันมาโดยตลอด แต่การผลักไสของเขาเนื่องจากเขามองว่าชีวิตของอแมนด้าจะต้องลำบาก ถ้ายังคบกับเขาต่อไป การจากลาโดยปราศจากการทำความเข้าใจทำให้ชีวิตของอแมนด้ายังคงรอคอยชายอันเป็นที่รัก ชายคนที่ “ดีที่สุด” ของเธอเรื่อยไป แม้ว่าเธอเองจะแต่งงานและมีครอบครัวก็ตาม

The Best of Me น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มหนังรักชวนฝันอีกเรื่องหนึ่ง ที่มันพูดถึงชายผู้แสนดีและผู้หญิงที่ยึดมั่นใน “สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต” และแม้ว่าเธอเองจะไม่ได้สมหวังไปซะทุกเรื่อง แต่อย่างน้อยอแมนด้าก็รับรู้ว่าอย่างน้อยสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดก็คือการเก็บความทรงจำของเธอกับผู้ชายที่ชื่อ “ดอว์สัน” เอาไว้ตลอดกาลนั่นเอง

@พริตตี้ปลาสลิด

มอบให้ 3 คะแนนจาก 5 คะแนน