The Theory of Everything ความรักของสตีเฟน ฮอว์กิ้ง

The Theory of Everything ความรักของสตีเฟน ฮอว์กิ้ง
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

The Theory of Everything ความรักของสตีเฟน ฮอว์กิ้ง

 

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนังชีวประวัติที่น่าจับตามองของปลายปีนี้เลยทีเดียวกับ The Theory of Everything ผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เจมส์ มาร์ช ซึ่งตัวเขาได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริงของสตีเฟน ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ชื่อก้องโลกผู้ไม่ยอมแพ้ต่อสภาพร่างกายหลังจากที่เขาเกิดป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการส่งผลต่อกล้ามเนื้อ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS) หรือที่เรียกกันว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั่นเอง

แม้ปัจจุบัน สตีเฟน ฮอว์กิ้งจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ร่างกายของเขาก็จัดได้ว่าเปรียบเสมือนเป็นอัมพาตทั้งตัวจนเขาต้องอาศัยอุปกรณ์ในการช่วยพูด ซึ่งเป็นเครื่องมือพิเศษในการสังเคราะห์เสียงพูดออกมา โดยนักแสดงที่จะมาถ่ายทอดตัวตนของสตีเฟ่นก็คือเอ็ดดี้ เรดเมย์น ซึ่งคอหนังน่าจะพอจดจำเขาได้จากหนังมิวสิคัลเรื่อง Les Miserables โดยหน้าตา ทรงผม และการแสดงของเขาก็จัดได้ว่าดูแล้วก็เหมือนกับสตีเฟ่นในสมัยยังหนุ่มราวกับแกะเลยทีเดียว 

 

The Theory of Everything ได้เปิดฉายในเทศกาลหนังโตรอนโต้หรือ 2014 Toronto International Film Festival เป็นที่เรียบร้อยและได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องการแสดงเป็นอย่างมาก ในส่วนของเอ็ดดี้ เรดเมย์น ซึ่งผู้ชมต่างกล่าวว่าเขามีเสน่ห์มาก ตัวบทมีความซับซ้อนทางอารมณ์ทำให้เขาเปลี่ยนผ่านจากเด็กหนุ่มมหาวิทยาลัย ไปสู่อัจริยะที่ป่วยเป็นโรค ALS ได้อย่างน่าทึ่ง ในขณะที่บทของเฟเลซิตี้ โจนส์ที่รับบทเป็นเจน ฮอว์กิ้งคู่รักและคู่ชีวิตของสตีเฟ่น ก็ได้รับคำชื่นชมในเรื่องการแสดงไม่แพ้กัน ตัวละครของเธอผันจากผู้หญิงแสนน่ารัก สดใส ก้าวไปสู่ผู้หญิงที่ต้องคอยดูแลชายผู้เป็นที่รักที่วันหนึ่งต้องล้มป่วยลง การแสดงของเธอได้รับคำชื่นชมว่าทรงพลังมากๆ และเชื่อกันว่า ทั้งสองนักแสดงนำน่าจะมีโอกาสติดโผเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำและเวทีออสการ์ 

The Theory of Everything บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของสตีเฟ่น ฮอว์กิ้งในช่วงวัยหนุ่ม ซึ่งเขาได้พบรักกับภรรยาคนแรกอย่างเจน ไวลด์ ในตอนที่เขามีอายุได้ 21 ปี และเริ่มมีอาการของโรค ALS ขั้นเริ่มต้น และแพทย์ของสตีเฟ่นบอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้แค่เพียงอีก 2 ปีเท่านั้น แต่ทั้งสองก็ไม่ย่อท้อต่อโรคร้ายและร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน