วิจารณ์หนัง A Walk Among The Tombstones

วิจารณ์หนัง A Walk Among The Tombstones
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์ A Walk Among The Tombstones

 

ในบ้านเรานั้นการพะยี่ห้อว่าหนังที่รับบทโดยเลียม นีสัน มักจะกลายเป็นหนังที่มี “ฉากแอ็คชั่น” เสียส่วนใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นในหนังที่เขารับเล่นในช่วงหลังๆมานี้ก็เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องการลักพาตัวและคนหายเป็นสำคัญ จนเราควรจะยกสมญานามให้แกว่า “เจ้าพ่อหนังลักพาตัว” ซะแล้วกระมัง

อันที่จริงถ้าหากคนดูคาดหวังว่า A Walk Among The Tombstones จะเป็นหนังแอ็คชั่นโครมครามแบบ Taken หรือ Non-stop ก็อาจจะต้องผิดหวังไปตามๆกัน เพราะอันที่จริงแล้วตัวหนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากนวนิยายแนวสืบสวนในชื่อเดียวกัน ซึ่งตีพิมพ์ขึ้นมาตั้งแต่ปี 1992 เป็นนวนิยายชุดแมทธิว สคัดเดอร์ เขียนโดยลอว์เรนซ์ บล็อก

เรื่องราวโดยคร่าวๆของ A Walk Among The Tombstones นั้นเล่าถึงแมทธิว สคัดเดอร์นายตำรวจผู้ติดเหล้าเข้าเส้นเลือดจนเขาทำงานผิดพลาดเป็นผลทำให้เด็กน้อยคนหนึ่งต้องเสียชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความรู้สึกผิดเขาจึงลาออกจากการเป็นตำรวจแล้วผันตัวเองมาเป็นนักสืบเอกชน สคัดเดอร์ตั้งใจจะช่วยสืบคดีของพ่อค้ายาเสพย์ติดรายหนึ่งเพราะฆาตกรต่อเนื่องกำลังวางแผนในการฆาตกรรมเหยื่อครั้งต่อไปอยู่พอดิบพอดี และยิ่งแมทธิวยิ่งสาวปมลึกลงไปเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าใกล้อันตรายเข้าไปทุกขณะ

โทนหนังของ A Walk Among The Tombstones จัดได้ว่ามีการเล่าเรื่องในสไตล์สืบสวนสอบสวนแบบที่ไม่ได้พยายามเร้าอารมณ์ของผู้ชมด้วยจังหวะจะโคนแบบหนังยุคใหม่ที่จะต้องพยายามใส่ฉากตื่นเต้นระทึกใจในทุกห้วงช่วงอารมณ์ สไตล์ของมันจัดได้ว่ามีความใกล้เคียงกับหนังในยุค 70 ซึ่งไม่ได้เน้นฉากแอ็คชั่นโครมคราม หากแต่เน้นหนักในการกดดันผู้ชมด้วยบรรยากาศตึงเครียด ไม่น่าไว้วางใจ และนำเสนอตัวละครแวดล้อมแมทธิวที่ดูท่าทางน่าสงสัย โดยตัวละครเหล่านี้ก็จัดได้ว่าเป็นตัวละครที่มีเลือดมีเนื้อและไม่ได้ดูดีหรือเลวชั่ว พวกเขาดูเป็นปุถุชนที่อาจจะกระทำความผิดอะไรบางอย่างไว้

การแสดงของเลียม นีสันในเรื่องนี้ก็จัดได้ว่า เขาได้เพิ่มมิติและความซับซ้อนให้กับตัวละครแมทธิวได้มากทีเดียว เมื่อบทของเขาจะต้องเป็นตัวละครที่จมปลักอยู่กับความทุกข์ การเยียวยาตัวเองด้วยความพยายามที่จะช่วยเหลือคนอื่นนั้น ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านตัวละครทีเจ(แอสโตร) เด็กจรจัดที่เหมือนจะพยายามเรียนรู้การใช้ชีวิต เมื่อแมทธิวได้เกื้อกูลเด็กชายด้วยความพยายามจะเลี้ยงดูเขาเหมือนกับลูก เขาก็เหมือนจะได้ฟื้นฟูสภาพจิตใจไปในเวลาเดียวกัน 

เอาเข้าจริงแล้วตัวหนังก็มีวิธีการเร้าอารมณ์ผู้ชมในแบบที่น่าประหลาดใจไม่น้อยอยู่เหมือนกัน เมื่อฉากตัวละครในเรื่องจะต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์คับขันต่างๆ หนังก็เลือกที่จะใช้จังหวะในการเร้าคนดูในทิศทางที่แตกต่างออกไปจากหนังทริลเลอร์ เขย่าขวัญ อาทิเช่น ตัวละครที่เหมือนจะเป็นพยานปากสำคัญก็เลือกจะปลิดชีวิตตัวเองแบบที่คนดูไม่ทันตั้งตัว และภาพที่ปรากฏในเรื่องก็ดูน่าตกใจโดยที่ไม่ต้องใส่เลือดหรืออาวุธเข้ามาเลย หรือแม้กระทั่งฉากไคลแมกซ์ที่ตัวเอกจะต้องลงไปสำรวจห้องใต้ถุนบ้านซึ่งคนร้ายก็น่าจะแอบซ่อนอยู่ในห้องนี้ ตัวละครก็เกิดพลาดท่าแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะ “บังเอิญ” ลื่นคราบเลือดจากศพ จนเขาหน้าคะมำพื้น ซึ่งกล่าวได้ว่าตามปกติแล้วพระเอกของเรื่องมักจะไม่ค่อยพลาดท่าอะไรแบบนี้ซักเท่าไหร่ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็คือ หนังเลือกจะเล่นกับ “การคาดเดา” ของผู้ชมและบิดมันออกไปในอีกทิศทางหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างได้ผลทีเดียว

กล่าวภาพรวมแล้ว A Walk Among The Tombstones อาจจะไม่ได้เป็นหนังที่สาแก่ใจคนอยากจะดูฉากบู๊นัก แต่ในขณะเดียวกันหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นหนังสืบสวนสอบสวนที่นิ่งเนิบแต่เปี่ยมไปด้วยความน่าฉงนชวนค้นหาความจริงไปกับตัวละคร แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเราจะรู้ตอนจบของหนังแล้วก็ตามที แต่ตลอดเส้นทางของเรื่อง หนังกลับชี้ให้เห็นรอยด่างพร้อยของชีวิตมนุษย์ในหลายๆชีวิตได้อย่างน่าสนใจ 

 

มอบให้ 4 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด