สานต่อคืนสุดคลั่งใน THE PURGE: ANARCHY

สานต่อคืนสุดคลั่งใน THE PURGE: ANARCHY
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

สานต่อคืนสุดคลั่งใน THE PURGE:ANARCHY

 

 

หลังจากที่ปี 2013 THE PURGE กลายเป็นหนังสยองขวัญสุดฮิตที่ทำเงินเกินความคาดหมายไป แถมยังทำรายได้เปิดตัวในสัปดาห์แรกถึง 34.1 ล้านเหรียญ และคอนเซปที่ว่า ในทุกหนึ่งค่ำคืนของทุกปี อาชญากรรมทุกรูปแบบในประเทศจะกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม แม้คำวิจารณ์จะครึ่งๆกลางๆแต่ตัวหนังมีฐานแฟนคลับที่รอคอยเรื่องราวครั้งใหม่ของ The Purge 

มาวันนี้ เจมส์ เดอโมนาโก (มือเขียนบท/ผู้กำกับ The Purge และมือเขียนบท The Negotiator, Assault on Precinct 13) ตัดสินใจที่จะหวนคืนพร้อมกับไอเดียครั้งใหม่ในการสานต่อเรื่องราว “อีกด้าน” ของหนังภาคแรก ว่านอกจากบริเวณย่านชานเมืองนั้นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก 

 

 

THE PURGE ภาคแรกบอกเล่าเรื่องโลกของโลกอนาคตแบบดิสโทเปีย รัฐบาลอเมริกา ที่บัดนี้ถูกควบคุมโดยผู้ก่อตั้งอเมริกาใหม่ (เอ็นเอฟเอ) ได้ประกาศบังคับให้มีพิธีชำระล้างประจำปี 12 ชั่วโมงขึ้นเพื่อเป็นเครื่องรับประกันว่าอัตราการเกิดอาชญากรรมในช่วงเวลาที่เหลือตลอดทั้งปีจะอยู่ในระดับต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ การระงับความช่วยเหลือจากตำรวจและโรงพยาบาลทำให้มันเป็นค่ำคืนที่ชาวเมืองใช้กฎเกณฑ์ของตัวเอง โดยไม่ต้องคำนึงถึงบทลงโทษ หรือกลัวว่าจะถูกตัดสินความผิด

 

ใน THE PURGE:ANARCHY บอกเล่าเรื่องราวของคนหลายชีวิตประกอบไปด้วย ลีโอ (แฟรงค์ กริงโล), ชายรักสันโดษ ผู้สูญเสียลูกชายไปก่อนหน้าค่ำคืนนี้ เขาพกปืนและชุดเกราะด้วยความตั้งใจที่จะรอดชีวิตจวบจนรุ่งสางของเช้าวันใหม่ เขาตั้งใจจะล้างแค้นคนที่ทำให้เขาต้องพบเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต 

 

 

อีวา (คาร์เมน อีโจโก) ม่ายลูกติด เธออาศัยอยู่กับคาลี (โซอี้ โซล) ลูกสาววัยทีน ทั้งสองไม่มีเงินมากพอที่จะจัดหาระบบรักษาความปลอดภัยแบบพวกเศรษฐีได้ เมื่อพวกเธอถูกจู่โจมในบ้านที่พวกเธอพยายามจะซ่อนตัว และกำลังจะถูกกลุ่มคนในหน้ากากจับตัวไป อีวาและคาลีก็ได้รับช่วยเหลือจากชายแปลกหน้าที่ชื่อลีโอ ทำให้พวกเธอรอดพ้นจากความตาย

 

คู่สามีภรรยาที่กำลังจะแยกทางกัน เชน (แซ็ค กิลฟอร์) และลิซ (คีล ซานเชซ) กำลังจะตกเป็นเหยื่อของการถูกปล้นรถในตอนที่พิธีชำระล้างเริ่มต้นขึ้น พวกเขาหาที่หลบซ่อนตัวในรถหุ้มเกราะของลีโอ และได้ร่วมมือกับคนแปลกหน้าเหล่านี้ในการปกป้องตัวเอง ถึงเวลานี้พวกเขากำลังตั้งคำถามกับผู้นำประเทศว่าเหตุใดพวกเขาถึงต้องพบเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ และถ้าพวกเขาไม่ฆ่าใคร ตัวพวกเขาเองนี่แหละที่จะถูกฆ่า