วิจารณ์หนัง Kristy คืนนี้คริสตี้ต้องตาย

วิจารณ์หนัง Kristy คืนนี้คริสตี้ต้องตาย
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์ Kristy คืนนี้คริสตี้ต้องตาย

 

 

อันที่จริงแล้วถือได้ว่าชื่อภาษาไทยของหนังเรื่อง Kristy-คืนนี้คริสตี้ต้องตาย ค่อนข้างสะดุดหูและชวนจดจำอยู่ไม่น้อย อันที่จริงแล้วตัวหนังเข้าฉายในบ้านเราเป็นประเทศแรกๆเลยก็ว่าได้เพราะเมืองนอกยังไม่มีกำหนดวันเข้าฉายที่แน่นอน (เผลอๆอาจจลงดีวีดีไปเลยด้วยซ้ำ) 

พล็อตเรื่องของ Kristy ไม่มีอะไรมากไปกว่าพล็อตแมวไล่จับหนูตามประสาหนังสยองขวัญเมื่อตัวละครต้องประสบสภาวะต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางบรรยากาศอันเปลี่ยวร้างของสถานที่ ประกอบกับ “เธอ” เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่กำลัง “ถูกล่า” 

 

 

เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นเมื่อจัสติน (เฮลี่ เบนเน็ตต์) สาววัยรุ่นวัยทีนที่จำใจต้องอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าเพียงตัวคนเดียว เนื่องจากเธอน่าจะประสบสภาวะทางการเงินที่ขาดแคลนทำให้ไม่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านในช่วงเทศกาล ขณะที่แฟนหนุ่มของตัวเองอย่างแอรอน (ลูคัส ทิลท์) ก็จำเป็นจะต้องกลับบ้านปล่อยให้แฟนสาวอยู่กับเพื่อนรูมเมทอีกหนึ่ง แต่แล้วในคืนวันขอบคุณพระเจ้า ทางครอบครัวของรูมเมทได้ถูกบังคับให้กลับบ้าน จัสตินจึงเป็นนักศึกษาคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย 

โชคยังดีที่จัสตินยังพอจะมียามรักษาความปลอดภัยอย่าง เวย์น(แมททิว เซนท์ แพทริก) เป็นเพื่อนที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยของตึกในยามค่ำคืน ทว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาหาจัสตินกลางดึกในคืนวันขอบคุณพระเจ้าเมื่อเธอตัดสินใจจะขับรถออกไปหาอะไรกินที่ซูเปอร์มาร์เกต เธอกลับพบกับผู้หญิงลึกลับที่ท่าทางประหลาด ดูน่ากลัว และแล้วจัสตินก็โดนสะกดรอยตาม

ในค่ำคืนนั้นเองจัสตินก็ค้นพบว่าเหตุการณ์ประหลาดได้เกิดขึ้นกับผู้หญิงหลายคนที่โดยฆาตกรรมอย่างปริศนาสุดทารุณ และทุกครั้งเหยื่อเหล่านี้ก็จะถูกเรียกเหมือนๆกันว่า “คริสตี้” ผู้หญิงลึกลับคนดังกล่าวปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆกับพรรคพวกที่อำพรางใบหน้าด้วยหน้ากากสีเงินและเริ่มออกไล่ล่าจัสตินอย่างบ้าคลั่ง จัสตินจึงต้องพยายามเอาชีวิตรอดให้พ้นจากเงื้อมือของคนกลุ่มนี้ให้ได้ 

Kristy-คืนนี้คริสตี้ต้องตาย ดำเนินเรื่องตามสูตรสำเร็จของหนังในแนวทางนี้อย่างเถรตรงจนน่าเสียดาย อันที่จริงหนังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 พาร์ทอย่างชัดเจนนั่นคือช่วงเวลาที่จัสตินถูกไล่ล่า และช่วงเวลาที่เธอจนมุมและตัดสินใจที่จะต่อสู้กลับ ซึ่งในส่วนช่วงเวลาต้นเรื่องนั้นเราจะได้เห็นกิจกรรมในมหาวิทยาลัยว่าจัสตินทำอะไรบ้างในช่วงเวลาที่เธอร่ำเรียนในสถานศึกษาแห่งนี้ โดยการเล่าเพียง 3 นาทีแค่ต้นเรื่องได้ทำให้เรารู้ว่าตัวละครนี้มี “ทักษะ” ในการใช้ชีวิตที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ “โง่” ตามสูตรตัวละครในหนังสยองขวัญ

 

แม้ตัวหนังจะพยายาม “ช็อค” คนดูด้วยการประโคมเสียงดนตรีประกอบชนิดหูแตกกันไปข้างเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ได้ผลยิ่งกว่าคือการใช้มุมกล้องในการเร้าผู้ชมมุมกล้องที่น่าสนใจในช่วงแรก ถูกนำมาบอกเล่าสภาพความ “อ้างว้าง” ของตัวละครได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่กล้องถูกติดขึ้นบนเฮสิคอปเตอร์เพื่อถ่ายภาพในมุมสูงเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวว่า จัสตินกำลังอยู่ในมหาวิทยาลัยเพียงตัวคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลาที่ไม่น่าไว้วางใจ ไฟในหอพักก็ประสบปัญหา “ติดๆดับๆ” อยู่ตลอดเวลา ในช่วงจังหวะแรก หนังเล่นกับความไม่น่าไว้วางใจของสถานที่ไม่ว่าจะเป็นเหลี่ยมมุมของหอพัก ที่ทำให้คนดูคอยลุ้นว่าจะมี “ใคร” โผล่ขึ้นมาหรือเปล่า? 

 

โดยภาพรวมแล้วตัวหนังอย่าง Kristy อาจจะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่นักสำหรับคอหนังสยองขวัญ แต่ถ้าดูเอาเพลินๆ ฆ่าเวลาเล่นๆ หนังก็ไม่ได้ผิดหวังแต่อย่างไร (แต่แอบน่าเสียดายตอนที่จัสตินพยายาม “เอาคืน” หนังกลับดูสนุกสู้ตอนที่เธอถูกไล่ล่าไม่ได้ เธอยังแค้นไม่พอนะจัสติน!!!) 

 

ให้ 2 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด