ปมร้าว! ผู้กำกับ ผู้บ่าวไทบ้าน-อาร์ตี้ ธนฉัตร หนังอีสานอินดี้น้ำดี ที่ไม่แฮปปี้กับ 'พระเอก'

ปมร้าว! ผู้กำกับ ผู้บ่าวไทบ้าน-อาร์ตี้ ธนฉัตร หนังอีสานอินดี้น้ำดี ที่ไม่แฮปปี้กับ 'พระเอก'
มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

ปมร้าว! ผู้กำกับ "ผู้บ่าวไทบ้าน-อาร์ตี้ ธนฉัตร"

หนังอีสานอินดี้น้ำดี ที่ไม่แฮปปี้กับ "พระเอก"


เรียกว่า เป็น "ม้ามืด" นอกกระแส อย่างแท้จริง สำหรับ "ผู้บ่าวไทบ้าน  อีสานอินดี้ ( ผบทบ.)"   ผลงานของ  อุเทน ศรีริวิ จากกลุ่มคนทำหนังอินดี้อีสาน E SAN INDY FILM STUDIO   ที่แม้จะมาแปลก กว่าหนังไทยเรื่องไหนๆ  ด้านการโปรโมทด้วยการเจาะกลุ่มตลาดไปฉายเฉพาะโรงภาพนตร์ในเขตภาคอีสานของไทยในตอนแรก กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง"   แต่ทว่า เรตติ้งกลับดีเกินคาด จนสามารถผงาดเข้ามาฉายตามโรงหนังเขตเมือง และทั่วประเทศได้ ก่อนจะโกยรายได้ไปอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยหลัก กว่า 10 ล้าน ท่ามกลางกระแสชื่นชมอีกถาโถม

 

แต่กระนั้น ก็เกิดเรื่องดราม่าจนได้  เพราะเมื่ออยู่ๆ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา  "อุเทน" ผู้กำกับของเรื่อง ก็ได้โพสต์ภาพตัดจากข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ลงบนเฟซบุ๊กของเขา เป็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของ   "อาร์ตี้ ธนะฉัตร ตุลยฉัตร"  พระเอกของเรื่อง ซึ่งก็เป็นคนขอนแก่น     ที่บอกรู้สึกยินดีที่ได้มาแสดงหนังเรื่องนี้เพราะจะทำให้คนเกิดความสำนึกรักในบ้านเกิดของตนเอง...  พร้อมคำพูดที่แรงเหมือนตบหน้า "อาร์ตี้"  ด้วยถ้อยคำเจ็บแสบว่า

"ทำไมผมถึงไม่โปรโมทพระเอก ตามนี้นะครับหลายคนถามมาเยอะ ตอนถ่ายทำก็ทำงานกับพระเอกคนนี้ลำบากมาก บทไม่อ่าน ไม่เตรียมขนาดส่งบทให้ก่อนถ่ายทำ 1 เดือน เล่นเป็นตัวละครอะไรยังไม่รู้เลย กำกับยากมาก ก่อนหน้า ขอคิวถ่ายซ้อมเขาบอกไม่ให้ ไม่ขอร่วมงานกับ ผกก.คนนี้อีก(อดถ่ายซ้อม)หนังเกือบไม่จบ ขอคิวถ่ายโปสเตอร์ไม่ให้และต้องอันเชิญผู้ใหญ่ไปเจรจา ขอคิวมาลงเสียงในหนังก็ต้องอันเชิญผู้ใหญ่ไปเจรจาถึงมา มาแล้วก็อีหลอบเดิม วันเปิดตัวหนังวันที่ 5 ที่ขอนแก่นก็ไม่มายังยืนยันคำเดิม ผมไม่ขอร่วมงานกับ ผกก.คนนี้ เออสรุปพอหนังมีกระแสมึงรีบมาเลยนะ ผมไม่ต้องการอะไรมาก แค่อย่ามาดูถูกผม และขอโทษผมก็พอ"


 

 

ทั้งนี้ ข้อความที่ผู้กำกับ ผู้บ่าวไทฯ ร่ายยาวนั้น คล้ายเป็นการระบายความอัดอั้นตันใจ จากการถ่ายทำที่ผ่านมา เพราะเมื่อไล่ไปอ่านเฟซบุ๊กของเขาก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการบอกเนือง ๆ ผ่านตัวอักษร คล้ายกับจะไม่กินเส้นกำบ พระเอก อาร์ตี้ ที่มีพฤติกรรมตามที่กล่าวหาว่า ไม่เชื่อมือผู้กำกับ แถมยังชอบแอบด่าลับหลังเป็นประจำ ซ้ำยังบอกอีกว่าหนังไม่ได้ดังเพราะพระเอก หนังดังเพราะตัวของมันเอง ไม่ได้เกาะกระแสใครดัง ที่ผ่านมาที่หนังเรื่องนี้ไม่เคยโปรโมตตัวของนักแสดงหนุ่มเลยก็เป็นเพราะ ไม่พอใจตัวพระเอกหนุ่มเนื่องจากระหว่างการถ่ายทำอีกฝ่ายไม่เคยให้เกียรติกองถ่าย ไม่อ่านบท ไม่มีการซ้อม ขอคิวอะไรก็ไม่ได้ จนทำให้หนังเกือบจะถ่ายไม่สำเร็จ และถึงกับประกาศลั่นว่า จะไม่ให้กลับมาเหยียบกองซ้ำอีก

 

จากนั้น ข้อความดังกล่าว ก็ถูกลบออกไปจากเฟซบุ๊กของอุเทน ขณะที่ อาร์ตี้ ก็ยังเงียบฉี่ ไม่ตอบโต้อะไร ก่อนที่จะมีข่าวว่า จะมีการเปิดแถลงข่าว ในเย็นวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ...

 

 

 

กว่าจะกลายเป็นหนังนอกสายตา ที่ประสบความสำเร็จ ในระดับหนึ่งอย่างนี้ "อุเทน ศรีริ" เคยให้สัมภาษณ์ว่า เริ่มต้นความคิดจากการที่เขานำโปรเจ็คต์ไปเสนอค่าย รอนานถึงสองปีไม่มีใครสนใจจึงเอาที่นาไปขาย เอารถไปเข้าไฟแนนซ์ จำนำโทรศัพท์ เพื่อเอาทุนมาทำหนัง  ทุ่มเทขนาดนั้นเพราะคิดว่า "ถ้าไม่ทำเรื่อแรกก็ไม่มีเรื่องที่สอง ในเมื่อไม่มีใครสนใจก็ทำกันเองดีกว่า"  การถ่ายทำใช้งบ 5 ล้านบาท เป็นทุนของตัวเองส่วนหนึ่ง หาสปอนเซอร์ส่วนหนึ่ง และมีนายทุนซึ่งเป็นพี่ที่รู้จักกันเข้ามาช่วยในตอนหลังเพื่อผลักดันให้การทำหนังเรื่องนี้สำเร็จลุล่วงมาได้

 

"ผู้บ่าวไทบ้าน เป็นคำในภาษาอีสานที่แปลว่า หนุ่มวัยรุ่นชาวอีสานที่ยังอาศัยอยู่ในท้องถิ่น ยังใช้ชีวิตและมีวิถีชีวิตแบบอีสานไม่ใช่หนุ่มอีสานที่เข้าไปอยู่ในเมืองหรือทำตัวเป็นคนเมืองหนังเรื่องนี้เป็นหนังคอมเมดี้สนุกสนานสไตล์อีสานพูดภาษาอีสานทั้งเรื่อง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้บ่าวไทบ้านที่รอการกลับมาของแฟนสาวที่ไปทำงานต่างประเทศแต่แฟนสาวกลับพาหนุ่มฝรั่งกลับบ้านมาด้วยเรื่องวุ่นวายมากมายจึงตามมา" อุเทนว่าไว้

 

 

“ตอนแรกวางแผนจะฉายเฉพาะในภาคอีสาน เข้าไปคุยกับโรงหนังเองทางโรงหนังสนใจจึงได้เข้าไปฉายทุกจังหวัดในภาคอีสานยกเว้น จ.นครพนมที่โรงเต็ม การคุยกับโรงหนังในอีสานไม่ยากคุยแล้วเขาสนใจเลย แต่ที่กรุงเทพเขายังไม่ยอมรับ แต่พอกระแสในอีสานดีเขาก็รับแล้ว จะได้ฉายในSF และ Major เครือละ 10 โรง”

 

“ฟีดแบ็คจากคนดูดีทุกอย่าง มีคนบอกว่ารอติดตามภาค2 ให้กำลังใจทีมงาน ยังไม่มีคอมเมนต์ว่าแย่เลย มีแต่จะไปบอกต่อ และมีหลาย ๆ คนที่ดูแล้วดูอีกหลายรอบตอนนี้คนดูเต็มทุกโรง ยังไม่มีคอมเมนต์จากมืออาชีพในวงการหนัง เขาอาจจะยังไม่ได้ดูถ้าหนังยังไม่ฉายเขามองว่าเจ๊งหมด โดยเฉพาะหนังที่อาร์ตี้ ธนฉัตรแสดงเจ๊งทั้ง 3เรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งใน 3 ที่ถูกมองว่าจะเจ๊ง ส่วนนักวิจารณ์ยังไม่ได้ดูหนังก็เลยยังวิจารณ์ไม่ได้ แต่ว่าหนังเราไม่ได้ทำให้นักวิจารณ์ดู เราเน้นกลุ่มคนทั่วไปชาวบ้านแบบชื่อเรื่องเรา เน้นความสนุก หนังไม่ได้ดีเด่นอะไรแบบหนังรางวัล”

 

ผู้กำกับมือใหม่บอกว่า ทีมงานหนังเรื่องนี้ทุกคนเป็นมือใหม่ไม่มีประสบการณ์มาเลยแม้ว่าตัวเขาจะเรียนจบด้านภาพยนตร์มาจากมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรีแต่หลังจากเรียนจบก็ไม่เคยคลุกคลีกับวงการหนังเลยทีมงานส่วนใหญ่ที่มาช่วยงานเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามส่วนนักแสดงคัดมาจากพรรคพวกที่รู้จักกันนักแสดงทุกคนเป็นคนอีสานจริงพูดอีสานได้ไม่ได้อิงนักแสดงมีชื่อเสียง ไม่ได้แคสติ้งอะไรซีเรียสมาก ไม่ได้ประกาศในวงกว้างแคสจากคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว

 

“หนังเรื่องนี้มีข้อบกพร่องเยอะมากเช่น สิ่งที่อยากเล่าโดนจำกัดด้วยงบประมาณ บางทีก็ต้องปรับ บางซีนที่อยากถ่ายก็ไม่สามารถถ่ายได้เราทำตามใจเรา และตามมีตามเกิด   ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้เหมือนฟลุกแต่ไม่ได้ฟลุก เพราะทีมงานวางแผนกันมาพอสมควรเช่น เรื่องการตลาดที่ต้องเดินเอง โดยเน้นทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ยูทูบ เป็นหลักนอกจากนั้นก็มีการขายเสื้อ และการลงพื้นที่เอง ในหลาย ๆ พื้นที่ ตัวหนังเองถึงแม้จะมีข้อบกพร่องแต่ก็ไม่ถือว่าเป็นหนังขี้ริ้วขี้เหร่...

 

 

เมื่อย้อนกลับมาดู ประวัติ พระเอกหนุ่ม อาร์ตี้  ปัจจุบันอายุ 23 ปี  เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2533   มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก จุดเริ่มต้นจาก Hi5   ก่อนที่ผมจะเข้ามาแคสที่ไฟว์สตาร์ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ วีดิทัศน์


 

 

เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการ เป็นดารารับเชิญให้กับละครเรื่อง "กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้" รับบทเป็น "ชิดชัย"  ต่อมาได้คัดเลือกให้รับบทเป็น บุญโชค ลูกของ บุญชู บ้านโข้ง (หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ) และ โมลี (แหม่ม-จินตหรา สุขพัฒน์) ในภาพยนตร์ตลกเรื่อง "บุญชู 9" ผลงานกำกับของบัณฑิต ฤทธิ์ถกล โดยในบทนี้คุณพ่อพาไปแคสการแสดง ซึ่งในวันที่รับสมัครหานักแสดงผู้มารับบทนี้นั้น ทางฝ่ายคุณพ่อของอาร์ตี้ลงทุนขับรถพาเจ้าตัวจากขอนแก่นมาที่กรุงเทพฯ  ซึ่งอาร์ตี้ไม่เคยดูบุญชูมาก่อน และไม่รู้จักเลย ซึ่งตอนมาแคสได้บทพูดสั้น ๆ ว่า "สวัสดีจ้า ฉั่นบุญโชค ลูกบุญชู แม่โมลี"  และด้วยหน้าตาไทยๆ ดูซื่อๆ และพูดอีสานได้ จึงได้รับบทบุญโชค และเซ็นสัญญากับไฟว์สตาร์ 5 ปี  หลังจากนั้นเข้ามาเวิร์คช็อป 5 วัน ให้พูดภาษาสุพรรณและดูบุญชูทุกภาค จนมาเข้าฉากแรก ถ่ายทำที่สะพานสาทร[4] และยังได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ในเพลง "เขิน" ที่เป็นเพลงเก่าของวงแกรนด์เอ็กซ์

 

ในปี 2552 มีผลงานภาพยนตร์เรื่องที่ 2 คือเรื่อง Before Valentine ก่อนรัก...หมุนรอบตัวเรา รับบทเป็นโจ๊ก  และในปีเดียวกันมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง อนึ่ง คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะตามด้วย ภาพยนตร์เรื่องต่างๆ อีกมากมาย  รวมถึงเล่นมิวสิควิดีโอเพลง  และพิธีกรรายการ   After school 2 เรียนนอกห้อง ทาง PPTV  โดยเฉพาะในปี 2557 นี้ อาร์ตี้ มีผลงานภาพยนตร์ถึง 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่   รักฝังเขี้ยว รวมถึงล่าวุด ศรีธนญชัย 555+ ที่เข้าฉายพร้อมๆ กับ ผู้บ่าวไทบ้าน   แต่กระแสตอบรับต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชน