วิจารณ์ หนัง Godzilla

วิจารณ์ หนัง Godzilla
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์ Godzilla

 

 

 

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดกันไปว่า Godzilla ในปี 2014 นี้เป็นผลงานภาคต่อของ Godzilla ของผู้กำกับโรแลนด์ เอมเมอริชในปี 1998 มิหนำซ้ำมันยังเป็นผลงานคนละสตูดิโอเลยก็ว่าได้ โดยก็อดซิลล่าครั้งนี้เป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด เล่าเรื่องราวใหม่ทั้งหมด ภายใต้องค์ประกอบดั้งเดิมของตัวละคร

 

 

 

องค์ประกอบในหนังก็อดซิลล่ารุ่นคลาสสิคจะเล่าเรื่องราวจากตัวก็อดซิลล่าซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดที่ถือกำเนิดมาจากผลของระเบิดนิวเคลียร์ เจ้าแห่งสัตว์ประหลาดตัวนี้ถือกำเนิดขึ้่นมาในปี 1954 โดยตัวหนังในเวอร์ชั่น 2014 จะเคารพงานต้นฉบับและเลือกเล่าเรื่องราวผ่าน 2 ช่วงกาลเวลานั่นคือปี 1999 ซึ่งปูเรื่องราวถึงภัยพิบัติลึกลับที่ประเทศญี่ปุ่นส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จันจิระเกิดการรั่วไหล และส่งผลทำให้นักวิทยาศาสตร์แซนดร้า โบรดี้(จูเลียกต บิโนช) ภรรยาของโจ โบรดี้(ไบรอัน แครนสตัน) เสียชีวิตท่ามกลางความโศกเศร้า

 

 

 

เหตุการณ์ถูกตัดสลับกลับมาในยุคปี 2014 ซึ่งเผยให้เห็นว่าฟอร์ด โบรดี้(แอรอน เทย์เลอร์ จอห์นสัน) ลูกชายของโจ ได้เติบโตขึ้นเป็นหนุ่มใหญ่ เขาประกอบอาชีพเป็นนายทหารเรือผู้เชี่ยวชาญเรื่องระเบิด เขาแต่งงานกับเอลล์(เอลิซาเบธ โอลเซ่น) นางพยาบาลสาวที่ต้องทำงานเข้ากะและเลี้ยงลูกชายอีกหนึ่งคน ทว่าความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างห่างเหินระหว่างฟอร์ดและโจ ทำให้การต้องพบหน้ากันระหว่างพ่อลูกครั้งล่าสุดเป็นไปอย่างไม่ค่อยจะราบรื่นนักเมื่อฟอร์ดทราบข่าวว่าโจถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งใกล้กับบ้านเก่าของพวกเขา 

 

 

 

การเดินทางไปรับตัวพ่อของฟอร์ดจึงเป็นเหมือนการดึง "ตัวเอง" กลับไปหาอดีตที่เขาพยายามจะลืมมันซักที ขณะที่ลูกชายพยายามจะก้าวต่อ แต่พ่อของตัวเองยัง "วนเวียน" อยู่กับอดีตเพียงเพราะเค้าพยายามจะค้นหาต้นตอที่เป็นสาเหตุสำคัญอันทำให้ภรรยาผู้เป็นที่รักของเขาต้องจากไปก่อนเวลาอันควร สองพ่อลูกได้ค้นพบกับความจริงที่ว่า ในพื้นที่เขตหวงห้ามที่มีกัมตภาพรังสีรั่วไหลนั้น อันที่จริงแล้วมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อปลุกชีพสัตว์ประหลาดที่มีชื่อว่า มูโต 

 

 

 

และเมื่อสัตว์ร้ายพื้นคืนชีพ เหล่ามนุษย์จึงต้องหาทางปกป้องตัวเอง พวกเขาจึงพยายามหาทางต่อสู่ทุกวิถีทาง แต่ก็ดูเหมือนว่าอาวุธที่พวกเขามีนั้นไม่สามารถจะต่อกรกับเจ้าสัตว์ประหลาดมูโตได้ผลเท่าที่ควร แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างมนุษย์เมื่อเทพเจ้าแห่งสัตว์ประหลาดอย่างก็อดซิลล่าปรากฏตัวขึ้นเพื่อต่อสู่กับเจ้ามูโตในตอนท้ายเรื่อง 

 

 

 

จะว่าไปแล้ว  Godzilla ในเวอร์ชั่นปี 2014 นั้นค่อนข้างน่าผิดหวังในแง่ของฉากต่อสู้ระหว่างก็อดซิลล่าและเจ้ามูโตพอสมควร ซึ่งบรรดาแฟนคลับเดนตายหรือผู้ชมขาจรก็ตาม ย่อมเกิดความรู้สึกว่าพวกเขาได้เห็น "ราชันแห่งสัตว์ประหลาด" ตัวนี้น้อยเกินควรไปด้วยซ้ำ ขนาดฉากต่อสู่ที่ควรจะเป็นไฮไลท์ของเรื่องหนังกลับเผยให้เห็นร่างแบบวับๆแวมๆ และตัดภาพฉึบฉับประหนึ่งว่าหนังหมดงบในการสร้างเสียอย่างนั้น 

 

 

 

จะว่าไปฉากลุ้นระทึกส่วนมาก เกิดจากการวิ่งหนีตายแบบหัวซุกหัวซุนของบรรดามนุษย์ตัวเล็กๆในเรื่องเสียมากกว่า ซึ่งจะว่าไปแล้วนี่อาจจะเป็นนิสัยของผู้กำกับอย่างกาเรธ เอ็ดเวิร์ดส์ ที่เคยทำหนังสัตว์ประหลาดทุนต่ำอย่าง Monster (โดยตลอดทั้งเรื่องเราแทบจะไม่ได้เห็นตัวสัตว์ประหลาดเลยจนกระทั่งท้ายเรื่อง) ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเมื่อ "จุดขาย" ที่แท้จริงของหนังอย่าง Godzilla นั้นควรเน้นในส่วนของสัตว์ประหลาดต่อสู้กัน แทนที่จะกลายเป็นหนังที่พูดถึง การเอาตัวรอดของมนุษย์ ที่ไม่สามารถจะทำตัวทัดเทียมกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้ก็ตาม 

 

 

 

 

 

และถึงเราจะมองหนังในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครในเรื่องแล้ว เรากลับพบว่าพวกเขามีชีวิตดราม่าที่ค่อนข้างหม่นเศร้า แต่ทำไมก็ไม่ทราบที่เรายิ่งรู้จักตัวละครเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ เรากลับ "เห็นใจและแคร์" ตัวละครน้อยลงเท่านั้น จนเราแทบจะไม่รู้สึกเอาใจช่วยฟอร์ดและเอลล์ให้พบกันในตอนท้ายเรื่องสักเท่าไหร่เสียด้วยซ้ำไป (ในใจคนเขียนยังแอบภาวนาให้ใครสักคนที่เป็นตัวเอกตายๆไปอีกสักคน หนังจะได้ดราม่าหนักๆกันไปเลย) 

 

 

 

อย่างไรก็ตามถึงหนังจะเนิบนาบไปบ้าง แต่ในฉากลุ้นระทึกหนังก็ทำออกมาได้สนุกพอสมควร และอัดแน่นไปด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการ งานด้านภาพที่เหมาะสมกับการชมบน "จอใหญ่" เท่านั้น เนื่องด้วยระบบเสียงและขนาดภาพ เสียเงินดูงานสร้างและเนื้อเรื่องแบบกล้อมแกล้มก็ถือว่าไม่เสียดายเงินนะครับ 

 

 

ยกให้ 3 คะแนนจาก 5 คะแนน 

@พริตตี้ปลาสลิด 

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่