5 นิยายเยาวชนชื่อดังที่ดัดแปลงเป็นหนังแล้ว “ล่ม” ไม่เป็นท่า

5 นิยายเยาวชนชื่อดังที่ดัดแปลงเป็นหนังแล้ว “ล่ม” ไม่เป็นท่า
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ในช่วงหลังมานี้หลังจากผ่านพ้นยุค แฮรี่ พอตเตอร์ ไปแล้ว เรายังไม่เห็นทีท่าของหนังที่ดัดแปลมาจากวรรณกรรมเยาวชนเรื่องไหนที่สามารถต่อยอดสร้างภาคต่อได้เป็นกอบเป็นกำได้เลย ล่าสุดที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับหนังวรรณกรรมเยาวชนก็มีแค่เพียง The Hunger Games เท่านั้น และ The Hunger Games: Mockingjay - Part 2 ซึ่งเป็นภาคจบก็จะออกฉายในปี 2015 และจบบริบรูณ์ไป

อย่างไรก็ตามไม่ใช่นิยายเยาวชนทุกเรื่องที่จะประสบความสำเร็จทางการเงินหรือจะได้เสียงวิจารณ์ในแง่บวก (ถึงวิจารณ์ออกมาดีแต่เจ๊งก็มีตัวอย่างเหมือนกัน) 5 เรื่องต่อไปนี้คืออุทาหรณ์ที่สตูดิโอต้องคิดหนักในการจะหยิบนวนิยายสักเรื่องมาดัดแปลงให้กลายเป็นหนัง....

Return To Oz

1.Return to Oz (1985)

ภาคต่อของ Wizard of Oz โดราธีต้องเดินทางกลับมาช่วยเหลือเมืองมหัศจรรย์อีกครั้งหนึ่ง ด้วยทุนสร้างที่สูงถึง 28 ล้านเหรียญสหรัฐแต่หนังกลับทำเงินแค่เพียง 11 ล้านเหรียญเท่านั้นเรียกว่าสตูดิโออย่างดิสนีย์ก็เจ็บตัวไปตามๆกัน อีกทั้งเสียงวิจารณ์ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทำให้โลกไม่ค่อยอยากจะจำภาคต่อของหนังคลาสสิคที่มีเพลงฮิตอย่าง Somewhere over the Rainbow

Lemony Snicket's A Series of Unfortunate Events

2. Lemony Snicket's A Series of Unfortunate Events (2004)

ในบ้านเราเป็นนวนิยายขายดีในชื่อ “อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย” ซึ่งเล่าเรื่องราวของเด็กกำพร้าโบดแลร์ประกอบไปด้วย ไวโอเล็ต เคลาส์ และซันนี่ ทั้งสามถูกส่งไปอยู่กับญาติผู้ชั่วร้ายอย่างเคาต์โอลาฟผู้มีเป้าหมายจะฮุบสมบัติของทั้งสามเอาไว้ โดยตัวหนังสร้างจากหนังสือเล่มที่ 1-3 ถึงจะได้เงินแบบสมน้ำสมเนื้อ เสียงวิจารณ์อยู่ในเกณฑ์โอเค และหนังยังได้ออสการ์สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมมาครอง แต่ก็ดูเหมือนโครงการที่จะสร้างภาคต่อก็โดนพับเก็บไปซะดื้อ เพราด้วยหลายปัจจัย มิหนำซ้ำบรรดาดาราเด็กในเรื่องก็โตกันหมดแล้วดูอย่างเอมิลี่ บราวนิ่งสิกลายเป็นสาวไปแล้ว ล่าสุดเธอเพิ่งจะต้องมาวิ่งหนีภูเขาไฟระเบิดใน Pompeii

Eragon

3. Eragon (2006)

เมื่อเด็กหนุ่มบ้านๆต้องมาควบคุมมังกร คือเรื่องราวย่อๆของ Eragon แต่ในปี 2006 หนังเรื่องนี้ถูกจัดอันดับว่ามันเป็นหนังที่แย่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของปี ยิ่งไปกว่านั้นทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญ ในอเมริกาหนังทำรายได้ไปแค่เพียง 75 ล้านเหรียญเท่านั้น ทำให้โครงการทำภาคต่อเงียบหายเขากลีบเมฆไปเป็นที่เรียบร้อย

The Golden Compass

4. The Golden Compass (2007)

หนึ่งในหนังเจ๊งสนั่นจนสตูดิโอนิวไลน์ซีนีม่าต้องขอควบรวมกิจการเข้ากับวอร์เนอร์ บราเทอร์ เนื่องจากทุกสร้างของหนังสูงถึง 180 ล้าน (ยังไม่รวมค่าโปรโมทอีก) แต่ตัวหนังทำรายได้ในอเมริกาในสัปดาห์เปิดตัวเพียง 25 ล้านเหรียญก่อนจะปิดยอดที่ 70 ล้านเหรียญและรายได้จากทั่วโลกรวมอยู่ที่ 372 ล้านเหรียญ ซึ่งกิจการของนิวไลน์ก็ถือว่าอยู่ในสภาวะย่ำแย่มาก ประกอบกับคำวิจารณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แม้จะได้ดาราดังอย่างแดเนียล เครกและนิโคล คิดแมนมารับบทนำในเรื่องก็ตาม อภินิหารเข็มทิศทองคำจึงพากิจการของค่ายนิวไลน์ลงเหวไปโดยปริยาย

Beautiful Creatures

5. Beautiful Creatures (2013)

จากทุนสร้าง 60 ล้านเหรียญและทำรายได้เพียง 60 ล้านเหรียญในอเมริกาพร้อมทั้งเสียงก่นด่าจากนักวิจารณ์และบรรดาคนดูที่ต่างลงความเห็นว่าหนังน่าเบื่อมากจนจวนเจียนสัปหงกทุก 10 นาทีของเรื่อง นักแสดงคู่พระนางที่ทำหน้าตาเบื่อโลกกันตลอดเวลา จึงไม่สามารถนำพาเรื่องราวของแม่มดแคสเตอร์ให้คนดูเอาใจช่วยในความรักของทั้งสองได้ ถึงแม้ว่าหนังจะมีดาราดีกรีระดับออสการ์อย่างเอ็มม่า ทอมป์สันและไวโอล่า เดวิสมาช่วยพยุงเรื่องการแสดงไว้ แต่ก็ไม่ได้นำพาให้หนังรอดสันดรไปได้

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่