วิจารณ์หนัง ตายโหง ตายเฮี้ยน (ตายโหง 2)

วิจารณ์หนัง ตายโหง ตายเฮี้ยน (ตายโหง 2)
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 

จะว่าเป็นหนังภาคต่อเลยก็คงไม่ถูกนัก เนื่องจากไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกับหนังภาคแรก เพียงแค่เป็นโปรเจ็คการรวมหนังสั้นสี่เรื่องเอาเข้าไว้ด้วยกันซะมากกว่า โดยแต่ละเรื่องในหนังไม่มีความเชื่อมโยงกันเป็นรูปธรรมแบบ ตีสามคืนสาม ที่เพิ่งจะเข้าฉายไปเมื่อเดือนก่อน ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตวิจารณ์กันแบบแยกเรื่อง 

 

 

หนังเปิดมาที่เรื่องแรกกับรถตู้ "ตกทางด่วน" กำกับโดยธรรมนูญ สกุลบูรณ์ถนอมเล่าเรื่องราวของนักศึกษาฝึกงานสาว แอนท์(พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) ที่พยายามเดินทางกลับบ้าน แต่ในขณะที่กำลังจะกลับโดยการขึ้นรถตู้เธอกลับรู้สึกว่ากำลังโดนสะกดรอยตามจากใครบางคน 

เนื้อหาในตอนนี้เล่นกับมุมกล้องและเสียงอึกทึกครึกโครมเพื่อกระตุ้นให้คนดูตกใจเป็นหลัก แต่เนื่องจากผู้กำกับยังเน้นจังหวะจะโคนไม่ค่อยดีนัก ประกอบกับการตัดต่อที่งงๆ ว่าตกลงแล้วเหตุการณ์ในเรื่องเกิดอยู่ใน "สภาวะเวลาใด" จึงทำให้อารมณ์ดราม่าและความพยายามจะหักมุมกับสาเหตุการตายของตัวละครในเรื่องดูไม่เป็นเหตุและผลเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามนี่เป็นอีกครั้งที่สังคมหยิบเรื่องของ "แพรวา" เอามาลงทัณฑ์หลังจากหนัง Countdown ของ GTH




เรื่องที่ 2 "ซ่องผี" ท่าล้อซอย 9 กำกับโดย อชิร นกเทศ เล่าเรื่องการไปเที่ยวซ่องของบรรดาเด็กหนุ่มที่ไม่เคยรู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มีหญิงสาวมากมายที่โดนหลอกมาค้าประเวณี แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผีไปแล้วเรียบร้อย เนื่องด้วยโทนหนังที่วางสถานการณ์ให้ตอนนี้กลายเป็นหนังตลกปนสยองขวัญ ดังนั้นการรับส่งระหว่างนักแสดงจึงเป็นจุดสำคัญ โชคดีที่บทหน่องที่แสดงโดย ชาลี ไตรรัตน์ สามารถรับส่งกับ แจ๊ส ชวนชื่น ได้อย่างออกรสออกชาติ ระหว่างวิ่งหนีผี ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ฉากเลิฟซีนระหว่างตัวละครหน่องกับ แม่เล้า(ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์) ที่ทั้งสยองปนสยิว





เรื่องที่ 3 "ผีในช่องแอร์" กำกับโดย พจน์ อานนท์ ระหว่างที่ หนุ่มนักดนตรี(ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม) เดินทางมาพัก ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง เขาไม่รู้มาก่อนว่าห้องที่เขาเข้าพักนั้น ในช่องแอร์มีการอำพรางศพหญิงสาวเอาไว้ ทำให้กลางดึก “ผี” จึงปรากฏตัวออกมาและไล่ล่าเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ข้อเสียประการใหญ่ของหนังตอนนี้คือความพยายามนำเสนอปมดราม่าตอนท้ายเรื่องที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตัวละครนั้น ดูค่อนข้างย้อนแย้งเป็นเหตุเป็นผลกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องราวตอนนี้อยู่ไม่น้อย เพราะเราไม่รู้ว่าตกลงแล้วใครกันแน่ที่ “ตาย” และถูกจับยัดไว้ในช่องแอร์! ก่อนกัน 

 

เรื่องที่ 4 ทุบ "กรรม" กำกับโดย ธนดล นวลสุทธิ์ ขึ้นชื่อว่าเป็น "ตอนสุดท้าย" แล้ว หนังจะต้องมีหมัดเด็ดอะไรบางประการแน่นอน แค่ตัวเรื่องก็ถือว่าน่าสนใจแล้วเมื่อตอนนี้นำเสนอประเด็นของ "พระที่ต้องสึกเพราะผ้าเหลืองร้อน" นำไปสู่โศกนาฏกรรมระหว่างคู่รักคู่หนึ่ง ช่วงแรกของเรื่องเราจะได้รับรู้ว่า นนท์(พิชญะ นิธิไพศาลกุล) ต้องศึกจากการเป็นพระเพื่อกลับออกมาหาคนรักอย่าง พลอย(มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล) แต่แล้วด้วยอารมณ์ชั่ววูบทำให้นนท์พลั้งมือฆ่าพลอยตาย เขาจึงพยายามอำพรางศพ แต่ด้วยวิญญาณที่เคียดแค้นนนท์จึงโดนผีแฟนเก่าตามล่า 

 

 

สิ่งที่โดดเด่นมากในทุบกรรม คือการสร้างบรรยากาศความวังเวงน่ากลัว ของสถานที่ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้เก่าหรือช่วงเวลาที่นนท์ต้องวิ่งหนีการตามล่าอย่างบ้าคลั่งของผีพลอยในป่า เรียกได้ว่าน่าขนลุก การแสดงบทดราม่าหนักๆของกอล์ฟและโดนัทก็เรียกได้ว่าน่าสนใจและโดดเด่นทะลุเด้งออกมาจากบรรดานักแสดงทั้งหมดตลอดทั้ง 4 เรื่อง เหมือนว่าผู้กำกับอย่าง ธนดล นวลสุทธิ์ จะมีมุมมองในการทำหนังสยองขวัญที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่เขายังดูกล้าๆกลัวๆที่จะนำเสนอให้สุดทางอาทิความรุนแรงแบบเลือดสาด, ฉากการตามล้างแค้นแบบสยดสยอง หรือแม้กระทั่งอารมณ์ดราม่าที่ขุดลึกไปถึงความสัมพันธ์ของคนสองคน ถ้าเขามีโอกาสทำหนังยาวๆ อาจจะได้นำเสนอ “ตัวตน” ของคนทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่

ภาพรวมของตายโหง ตายเฮี้ยนเป็นหนังผีที่ดูได้ผ่านๆตาไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดเสียดายค่าตั๋ว ไม่มีการใส่โฆษณาแฝงแบบที่หนังไทยเรื่องอื่นๆในช่วงต้นปีที่ผ่านมาทำกันอย่างเอิกเกริก แต่ถ้าเทียบกับ "ตายโหง" ภาคที่แล้ว งานเก่ามีงานโปรดักชั่นที่เนี้ยบกว่า ตัวเรื่องน่าสนใจกว่าครับ

 

ตายโหง ตายเฮี้ยน ยกคะแนนให้ 3 จาก 5 คะแนนครับ

@พริตตี้ปลาสลิด

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่