วิจารณ์หนัง Turbo

วิจารณ์หนัง Turbo
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

นับเป็นครั้งแรกที่ DreamWorks Animation ผู้สร้างอนิเมชั่นเรื่องดังมากมาย หันมาลองทำอนิเมชั่นด้านความเร็วกันบ้าง กับเรื่อง Turbo โดยการนำสิ่งที่ตรงข้ามกันระหว่างหอยทากและความเร็วให้มารวมกัน พร้อมกับประเด็นยอดนิยมในการทำตามความฝัน บวกกับการออกแบบตัวละครหอยทากและวิถีชีวิตที่สร้างสรรค์ ก็ทำให้ Turbo เป็นอีกหนึ่งอนิเมชั่นที่ดีสุดของปีนี้เลยทีเดียว

 


แม้ว่าตัวอย่างจะทำหน้าที่กระตุ้นความอยากดูและเรียกร้องความสนใจกับเรื่องราวอย่างได้ผล แต่ความน่าสงสัยก็ยังมีอยู่กับการจะทำอย่างไรให้หอยทากจอมซิ่งไปเข้าร่วมการแข่งรถร่วมกับคนได้


Turbo กำกับโดย เดวิด โซเรน เล่าเรื่องราวของเจ้าหอยทากเทอร์โบ (ไรอัน เรย์โนลด์ส) ผู้มีความแตกต่างจากหอยทากตัวอื่น เพราะมันเป็นผู้หลงไหลความเร็วและหวังว่าสักวันตัวเองจะเร็วขึ้น พร้อมกับมีความฝันในการเข้าร่วมการแข่งขันอินดี้ 500 กับไอดอลของตัวเอง กาย (บิล ฮาเดอร์) แชมเปี้ยนหลายสมัยของการแข่งขันอินดี้ 500 โดยไม่สนใจฟังคำทัดทานของเชท (พอล เกียแมตติ) ที่ให้เลิกฝันลมๆ แล้งๆ แต่แล้ววันหนึ่งเพราะอุบัติเหตุหรือโชคชะตา ทำให้เทอร์โบได้พลังความเร็วมา และนั่นทำให้มันเริ่มเดินตามฝันของตัวเอง...


จะเห็นว่าเรื่องราวใน Turbo จัดว่าเป็นอนิเมชั่นแนวสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้ กับการที่ตัวละครเอกมีความฝันแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง และก็มีเหตุทำให้ได้พลังหรืออะไรบางอย่างที่ทำให้เขาสามารถเดินตามฝันได้ และในเมื่อมันเป็นสูตรสำเร็จมันจึงไม่แตกต่างจากอนิเเมชั่นที่เล่าเรื่องประมาณนี้เรื่องอื่นเลย


แต่สิ่งที่น่าสนใจ และอยากรู้ว่าหนังจะพาเรื่องราวไปอย่างไร กับการที่หอยทากผู้มีพลังพิเศษจะต้องไปเข้าแข่งขันกับมนุษย์ ซึ่งเรื่องราวก็นำพาไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้หอยทากได้เข้าแข่งในแบบที่ดูจะยัดเยียดพอสมควร รวมไปถึงการมีมุมบางอย่างที่ทำให้นึกถึงหนังอนิเมชั่นด้านความเร็วของ Pixar อย่าง Cars ขึ้นมา


อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องราวพาไปสู่การแข่งขัน หนังก็สามารถซื้อใจผู้ชมได้สำเร็จกับฉากแข่งรถที่ทำออกมาได้อย่างถึงใจ ที่สามารถสื่อให้เห็นถึงความเร็วและแรงของการแข่งได้เป็นอย่างดี


งานภาพในเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจ งาน 3 มิติอยู่ในระดับมาตรฐานของงานอนิเมชั่นทุกวันนี้ แต่ที่เด็ดที่สุดเห็นจะเป็นการนำเสนอภาพในระดับสายตาของหอยทาก ซึ่งมุมมองแบบนี้เคยมีมาแล้วกับอนิเมชั่น Epic เพียงแต่ว่าเรื่องนี้ใช้บ่อยกว่าและทำได้ดีกว่า ส่งผลให้เราอินไปกับมุมมองของตัวละครได้ โดยเฉพาะกับฉากแข่งรถที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังแข่งรถอยู่เลยทีเดียว


ถึง Turbo จะใส่รายละเอียดของเทคนิคด้านภาพหรือถ่ายทอดการแข่งขันดีแค่ไหน เดวิด โซเรน ก็ยังไม่ลืมประเด็นที่ผูกไว้ในเรื่องของการเดินทางตามฝัน ที่มีเรื่องของมิตรภาพระหว่างเพื่อนหอยทากและมนุษย์ที่ทำออกมาได้น่าประทับใจ


และหากมองลึกลงไป Turbo คือ หนังที่ว่าด้วยการปลดแอกตัวเองออกจากกรอบชีวิตเดิมๆ (ที่เราไม่ชอบ) ไปสู่ชีวิตใหม่ที่เราเชื่อว่าดีกว่า ที่อนิเมชั่นใช้คำว่าเดินตามความฝัน! ซึ่ง Turbo พยายามไม่แตะในจุดนี้ (เพราะจะทำให้เรื่องหนักขึ้น) และเล่าเรื่องราวอยู่ในกรอบของอนิเมชั่นที่นำเสนอด้วยภาพ เรื่องราวอันสดใส และจบลงด้วยความงดงาม!


Turbo ผมให้ 3 / 5 

@Chamanz13


 

รับส่วนลด 100 บาท สำหรับ 2 ที่นั่ง แค่มี WeChat แล้วตาม Official Account "Major Group"

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่