งัด คาถาเข้าสู้ โอม จงอย่าเปลี่ยนช่อง

งัด คาถาเข้าสู้ โอม จงอย่าเปลี่ยนช่อง
มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

บ่วงบาปบ่วงบาป

 

สงสัยคำโบราณที่ว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ต้องเอาด้วยคาถา นี่ท่าจะเห็นผลจริง เพราะตอนนี้เพื่อนร่วมเวลาละครหลังข่าวพุธ-พฤหัสฯ ทั้ง "บ่วงบาป" และ "เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง" ต่างใช้ "คาถา" มาดึงดูดคนดูให้ติดหนึบน่าจอแบบไม่ได้นัดหมายส่วนใครใช้ไม้ไหน ได้-ไม่ได้ผลอย่างไร มาวัดให้เห็นกันจะจะไปเลย

 

 ของเรามีแค่ทำเสน่ห์ด้วยคาถากับหุ่นรูปรอย "กฤษฎา เตชะนิโลบล" ผู้กำกับ "บ่วงบาป" เผยกลยุทธ์แม้จะออกตัวว่าเนื้อหาเป็นเรื่องความรักและบาปบุญ แต่ก็พอมีทางให้ใส่เรื่อง ไสยศาสตร์ โดยเฉพาะคาถา ซึ่งเป็นเสน่ห์คู่ละครย้อนยุค ชิงรักหักสวาท"มันเป็นการต่อยอดจินตนาการความเป็นเด็กของคนไทย เหมือนเวลาฟังรุ่นปู่ย่ามาเล่าตำนาน เราก็ยังตื่นเต้นทุกครั้ง

 บ่วงบาปบ่วงบาป

 

คนเขียนบทเลยเสนอขาย ทั้ง ลูกกรอก,จิ้งจก,น้ำมันพราย,หงส์ร่อน มังกรรำ และอีกสารพัดที่ใช้ทำเสน่ห์ แต่เขาขอซื้อแค่ 2 ด้วยเหตุผลว่า  เอาที่คนดูมีพื้นอยู่แล้วดีกว่า ทว่ากว่าจะได้คาถาโดนใจก็แก้ไปซะ 5-7 รอบ จำได้ไม่ชัดว่าเท่าไหร่แน่ แต่แก้เยอะมาก เพราะครั้งแรกคนเขียนเขียนเอาคาถาจริงๆ ซึ่งเป็นภาษาบาลีมา

 

แต่เราว่าอย่าเล่นของจริงเลย มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมาเล่น ของอย่างนี้ไม่มีใครรู้ว่ามีจริง หรือไม่มีจริง ถ้ามีจริงก็ไม่ควรลบหลู่ ยิ่งในเรื่องนี้มีการใช้คาถาบ่อย เดี๋ยวท่องแล้วกระเด็นไปโดนผัวคนอื่น จะทำยังไง เลยให้ไปแก้ พร้อมระบุขอเป็นภาษาไทย เพราะถ้าคนจะฮิตก็ต้องเป็นภาษาที่คนดูพูดต่อได้ และง่าย

 

จนสุดท้ายได้ "ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู" ให้ "พลอย-เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์" ผู้สวมบท  "แม่รำพึง" ร่ายจนคนหลงใหลไปทั้งประเทศทั้งๆ ที่คนทำเองก็นึกไม่ถึง "ชื่นใจมาก" เขาว่าจู่ๆ ในโลกออนไลน์ก็เอาไปบิดคำเล่นกัน กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์

 บ่วงบาปบ่วงบาป

 

งานนี้ถ้าจะมีความดีความชอบ เขาขอยกให้กับคนเขียนบทและดารา โดยเฉพาะพลอยที่มีการกระแทกเสียง ใส่อารมณ์ จนทำให้แซ่บไม่เหมือนใคร พอเข้าไปอยู่ในปากพลอยแล้วทำให้มีพลัง  ว่าอย่างนั้น เพราะคาถา ถ้าเขียนแล้วนักแสดงไม่เชื่อ สิ่งที่ท่องออกมา ก็แค่นั้น

 

ขณะที่ "อนุวัฒน์ ถนอมรอด" ผู้กำกับ "เสือสั่งฟ้า" บอกว่า เขาใช้คาถาจริงทั้ง 2 ภาคแล้วก็กลายเป็นเรื่อง "ไม่ใช่ว่านักแสดงทำได้ไม่ดี" เขาบอก แต่เพราะมีสมาธิมากเกิน จนคาถาเหล่านั้นเกิดอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาจริงๆ "เสือสั่งฟ้า" ภาคแรก ซึ่งนำคาถามาใช้แบบเต็มๆ เลยเจอลมแรงเหมือนพายุตอนร่ายคาถา แต่ว่าอันนี้แค่เบาะๆ

 

เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งในฉากที่ต้องร่ายคาถาลิงลม แล้วแปลงกายเหาะเหินเดินอากาศ จู่ๆ ทีมงานก็เห็นคนนุ่งโจงกระเบนสีแดงมายืนเท้าสะเอวมองอยู่ข้างกระท่อม แล้วหลังจากนั้นสักพักกิ่งไม้ที่ใช้แขวนสะลิงก็หักลงมา ดีที่นักแสดงยังไม่ทันได้ขึ้นส่วนคนนุ่งโจงกระเบนที่ว่าพอหันไปหาอีกครั้ง

 

แถวนั้นก็ไม่มีใครอยู่สักคนเท่านั้นแหละ ทุกครั้งก่อนถ่ายจึงต้องไหว้เจ้าที่เจ้าทาง และที่สำคัญจากคาถาเต็มๆ ที่ว่า เวลาจะแสดงก็เปลี่ยนเป็นการท่องแบบไม่จบบท เพื่อป้องกันไว้ก่อน

 

แต่พวกคาถาอาคม อยากทำให้คนยุคใหม่เห็น เลยเป็นที่มาของ เสือสั่งฟ้า2 พยัคฆ์ผยอง  เพราะพระเอกเป็นคนรุ่น พ.ศ.2525 ที่ไม่เชื่อเรื่องนี้ เชื่อแต่วิชาเอาตัวรอดของตัวเอง

 

ซึ่งมันก็ไม่ใช่ทั้งหมด โดยเนื้อหาเล่นกับเรื่องการเลือกทางเดินชีวิต ว่า "ลูกโจรต้องเป็นโจรวันยังค่ำ" จริงหรือแล้วลูกโจรที่ถูกเลี้ยงมาโดยครอบครัวตำรวจ แต่กลับต้องไปพัวพันในเส้นทางโจรที่นอกจากใช้ฝีมือยังสู้กันด้วยไสยศาสตร์นั้นจะเป็นอย่างไร 

 

ในเรื่องจึงมีการหยิบคาถามาใช้เกือบ 20 บทไม่ว่าจะเป็น คาถาชุบชีวิตคนตาย,ปลุกผี,ปลุกเสือ,นะจังงัง,นะโมพุทธายะ,ย่นระยะทาง,หัวใจหนุมาน ฯลฯ โดยไม่ว่าจะบทไหนคนทำซึ่งตั้งใจให้สมจริงที่สุด

 

จึงไปค้นคว้ามาจากหนังสือสารพัดในหอสมุดแห่งชาติ  ซึ่งดูแล้วการพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียดของทั้ง 2 เรื่อง 2 รสนี่ล่ะน่าจะเป็น "คาถาสำคัญ" ที่ทำเอาคนดูคิดหนัก"เพราะจะให้ตัดใจเลือกได้เพียงหนึ่ง ก็ทำไม่ได้จริงๆ"

 

 

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่