กวินเนธ พัลโทรว์
ถึงแม้เดิมทีเธอจะเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปในฐานะอดีตแฟนตัวจริงเสียงจริงของ แบรด พิตต์ พระเอกหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ ทั่วโลก แต่สุดท้าย กวินเนธ พัลโทรว์ ได้สร้างความโด่งดังด้วยตัวเองอย่างรวดเร็วในฐานะดาราชั้นนำคนหนึ่งของวงการบันเทิงฮอลลีวู้ด จนมีคนนำเธอไปเปรียบเปรยกับ เกรซ เคลลี ดารารุ่นใหญ่ชื่อดัง ขณะที่ พัลโทรว์ ดาราสาวสวยผมสีบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้า ได้รับการชื่นชมจากการเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง Shakespeare in Love ซึ่งทำให้เธอคว้ารางวัล ออสการ์ สาขาดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม เมื่อปี 2542
กวินเนธ พัลโทรว์ เป็นนักแสดงโดยสายเลือด เรพาะเป็นบุตรสาวของดาราหญิงนาม บลิธ แดนเนอร์ กับบรู๊ซ พัลโทรว์ ผู้กำกับ/ผู้ผลิต โดยพัลโทรว์เกิดในนครลอสแองเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2515 ตอนที่เธออายุ 11 ขวบ ครอบครัวได้โยกย้ายนิวาสถานไปอยู่ในแมสซาซูเซตส์ เนื่องจากพ่อของเธอต้องทำงานด้านการผลิตภาพยนตร์ที่นี่ ทำให้พัลโทรว์ได้รับการฝึกฝนด้านการแสดงภายใต้การดูแลของผู้ให้กำเนิด
ระหว่างนั้น พัลโทรว์ ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนในแมนฮัตตัน จนเธอเติบโตเป็นสาว พัลโทรว์จึงเข้าเรียนด้านมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ก่อนตัดสินใจพักการเรียนเพื่อเอาดีด้านงานแสดงอย่างเต็มตัว และภาพยนตร์เรื่องแรกที่พัลโทรว์แสดงคือ Shout เมื่อปี 2534 ในปีเดียวกันนั้น เธอยังรับบทเวนดี้สาวใน Hook ของสตีเว่น สปีลเบิร์ก ผู้กำกับมือทอง สองปีต่อมาพัลโทรว์ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมครั้งแรกในบทจิตรกรสาวเรื่อง Flesh and Bone
แม้เธออายุยังน้อย แต่พัลโทรว์ได้บทที่ควรจดจำใน Mrs.Parker and the Vicious Circle ( 2537 ) และ Jefferson in Paris ( 2538 ) ก่อนมามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นกับบทของภรรยา แบรด พิตต์ ใน Seven ทว่าโชคไม่ดีที่เธอได้รับความสนใจจากแฟนๆ ในฐานะแฟนสาวของแบรด พิตต์ มากกว่าการทำงานในภาพยนตร์ ที่ส่งให้ภาพของเธอปรากฏสู่สายตาแฟนๆ ในหลายพื้นที่ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม พัลโทรว์ ยังมีผลงานเข้ามาต่อเนื่องทั้ง Emma ตลอดจน The Pallbearer กับ Hard Eight จนกระทั่งปี 2541 เธอได้แยกทางกับแบรด พิตต์ แต่สิ่งที่ไม่ได้บั่นทอนกำลังใจหรือทำให้เธอลดความโด่งดังลงเลย ตรงกันข้ามแฟนๆ กลับรู้จักพัลโทรว์มากขึ้นในฐานะดาราคนหนึ่งไปแล้ว ปีนั้นเธอมีผลงานไม่ต่ำกว่า 5 เรื่อง แม้ว่า Hush กับ A Perfect Murder ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ Great Expectation ได้รับคำชมกับการตอบสนองพอสมควร นอกจากนั้นยังมี Sliding Doors แนวคอมเมดี้ กับเรื่อง Shakespeare in Love โดยเฉพาะเรื่องหลังนี้ สามารถคว้ารางวัลออสการ์ได้ถึง 7 ตัว ซึ่งในจำนวนนั้นรวมทั้งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี และรางวัลดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของพัลโทรว์
ปีถัดมา พัลโทรว์ ร่วมแสดงใน The Talented Mr.Ripley กับดาราดังอย่าง แม็ตต์ ดามอน, จู๊ด ลอว์, เคท บลันเซ็ตต์ ด้วยผลงานในเรื่องดังกล่าวมีส่วนผลักดันให้เธอกลายเป็นดาราระดับแนวหน้า อีกทั้งจากความเป็นนักแสดงอารมณ์ดีทำให้เธอได้รับบทเป็นสาวตุ้ยนุ้ยผู้มีน้ำหนักถึง 300 ปอนด์ ในภาพยนตร์ตลกเรื่อง Shallow Hall ในปี 2544 ต่อจากนั้น พัลโทรว์ ก็มีภาพยนตร์ที่ร่วมแสดงอีกหลายเรื่อง อาทิ The Anniversary Party, Passession, The Royal Tenenbaums ตลอดจนเรื่อง View From the Top ที่พัลโทรว์รับบทแอร์โฮสเตส แต่ไม่ประสบความสำเร็จในแง่คนดู จึงไม่อาจเข้าสู่ Box Office ได้
ความล้มเหลวของ View From the Top ไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับพัลโทรว์ เพราะเธอยังมีผลงานจากเรื่อง Sylvia ที่อิงจากชีวิตจริงของ Sylvia Plath ตำนานด้านวรรณกรรม และได้รับคำชมจากหลายฝ่าย ส่วนชีวิตรักของเธอ หลังจากที่พัลโทรว์แยกทางกับแบรด พิตต์ ก็ไม่ค่อยควงหนุ่มหน้าไหนอย่างจริงจังเสียที จนกระทั่งเกือบสิ้นปี 2546 พัลโทรว์ตกเป็นข่าวดังเมื่อเข้าพิธีวิวาห์กับ คริส มาร์ติน นักร้องหนุ่มจากวง Coldplay ซึ่งการมีครอบครัวของเธอ ทำให้พัลโทรว์ได้รับของขวัญชิ้นโต จากการให้กำเนิดทารกน้อยคนแรกเพศหญิงนาม แอปเปิ้ล มาร์ติน
ชีวิตครอบครัวไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานในวงการภาพยนตร์ เพราะเธอได้ประกบกับพระเอก จู๊ด ลอว์ อีกครั้ง ซึ่งก็ยังมีสาวสวยเซ็กซี่อีกคนคือ แองเจลิน่า โจลี่ ร่วมแสดงด้วยในภาพยนตร์แอ๊คชั่น-ไซไฟเรื่อง Sky Captain and the World of Tomorrow ( สกายแคปตัน ผ่าโลกอนาคต ) มีกำหนดเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 28 ต.ค.นี้ และก่อนสิ้นปีนี้ แฟนๆ ภาพยนตร์อาจได้ชมฝีมือการแสดงของเธออีกเรื่องใน Proof จากฝีมือการกำกับของ กาย แมคเดน ซึ่งอาจเป็นการส่งท้ายการแสดงสำหรับปีนี้ของพัลโทรว์ หลังจากไปทำหน้าที่แม่บ้านให้กับสามีนักร้องคริส มาร์ติน มานานหลายเพลาแล้ว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


