บางกอก 2485 เดอะมิวสิคัล
ย้อนกลับไปกรุงเทพฯปีพ.ศ. 2485 สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ส่งกองทัพเข้ามาในประเทศไทย สภาพบ้านเมืองระส่ำระสายไม่สงบสุข สิ่งเดียวที่เป็นเครื่องผ่อนคลายความตึงเครียดและสร้างความบันเทิงให้กับประชาชนคือ ละครเวทีศาลาเฉลิมรัฐ ขณะเดียวกันขบวนการเสรีไทยเริ่มปฏิบัติงาน เมื่อทราบว่าญี่ปุ่นยึดศาลาเฉลิมรัฐเป็นกองบัญชาการ จึงวางแผนส่งคนไปสืบข่าว และคนคนนั้นคือเจตน์ ที่นี่เขาได้พบกับดาว ซึ่งเป็นดาราดาวเด่นประจำคณะ...
ที่นี่...ชะตากรรมของเจตน์ ดาว และทุกคนในศาลาเฉลิมรัฐ จึงเริ่มต้นขึ้น
นี่คือ ... เรื่องราวของละครเพลงเรื่องใหม่ โดยทีมงานผู้สร้าง บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล ที่เตรียมตัวเปิดม่านความยิ่งใหญ่กันตั้งแต่ต้นปี และก่อนจะถึงวันเปิดม่านละครเพลง "บางกอก 2485 เดอะมิวสิคัล" ชั่วโมงว่างจะพาผู้อ่านไปเปิดหลังม่าน พูดคุยกับ มอส-ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และแอนนิต้า-นิษิตา พงษ์ทรง คู่พระ-นาง ถึงเรื่องเบื้องหลังการทำงานที่กว่าจะมาเป็นเจตน์และดาวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ตรงกันข้าม นี่คือความท้าทายในการทำงานที่ต้องทำการบ้านแบบทุ่มทั้งตัว และเททั้งใจกันเลยทีเดียว...
เป็นอย่างไรบ้างคะ กับการได้รับเลือกให้มารับบทบาทในละครเพลง ซึ่งถือว่าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ของเอ็กแซ็กท์
แอนนิต้า : แอนทราบว่าตัวเองต้องมาแสดงละครเวทีเรื่องนี้ประมาณกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยร่วมงานกับพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) รู้สึกดีใจที่พี่บอยให้โอกาสแอนเล่นละครเวที แล้วละครเวทีนี้เป็นโปรเจกต์ใหญ่ 20 ปี แกรมมี่ 20 ปีของเอ็กแซ็กท์ด้วย พอทางทีมงานเลือกแอน รู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมงานด้วย
มอส : ดีใจที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับฯฝีมือดีๆอย่างพี่บอย เพราะที่ผ่านมา บัลลังก์เมฆ ถือว่าประสบความสำเร็จมาก
มอสเคยร่วมงานด้านละครกับพี่บอยมาแล้ว
มอส : ครับ ละครสามหนุ่ม-สามมุม แต่ครั้งนี้เป็นละครเวทีที่มอสไม่เคยได้สัมผัส ไม่เคยเล่นมาก่อน รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้มาเล่น เพราะเป็นเรื่องของความท้าทาย
ถือว่าเป็นละครเพลงครั้งแรกของทั้งคู่เลย
(ตอบพร้อมกัน) ครั้งแรกค่ะ/ครับ
มอส : เป็นอะไรที่ไม่รู้เรื่องเลยตอนที่รับเล่น ยังไม่รู้เรื่องว่าคืออะไร แต่ความรู้สึกส่วนตัวของมอสคือเป็นงานที่ท้าทาย แต่สิ่งที่ได้รู้มาคือความยากของมัน พอมาถึงรู้ว่าต้องจริงจังกับมันมากๆ ไม่ใช่ว่าเอ๋อ...ละครเวที ก็ซ้อมไป เล่นไป แค่นั้นเอง แต่มันไม่ใช่ ต้องเรียนร้องเพลงบนเวที ต้องเรียนการแสดงที่เป็นการแสดงบนเวที
ทั้งคู่ผ่านทั้งงานร้องเพลงและงานแสดงมาแล้ว ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นไหม
มอส : ใช่ครับ ใช้หมด แต่มันยังไม่พอ ในเรื่องของเบสิกการร้อง มันคือการร้องเพลง ถ้าใครจะว่าเหมือนก็คงเหมือน แต่ถ้าถามตัวมอส มอสว่าไม่เหมือนกัน ในแง่ไหนล่ะ (หันไปถามแอน)
แอนนิต้า : ตอนแรกแอนก็เหมือนกับพี่มอส อย่างแรกร้องเพลงก็คือร้องเพลง แต่พอมาอยู่บนเวทีจริงๆ มาเล่นบนเวทีมันยากกว่า เพราะมันมีเนื้อเรื่อง ในเนื้อเรื่องมีเนื้อหาที่ต้องสื่ออารมณ์ให้คนดูคนฟัง ให้เค้ารู้ว่าเราสื่อถึงอะไร มันจะยากกว่า
กดดันไหม เพราะละครเวที 2 ครั้งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก
แอนนิต้า : อย่างแรก แอนยังใหม่กับวงการบันเทิงด้วย ตอนแรกตัวเองพูดได้คำเดียวว่า ทำไม่ได้หรอก เพราะละครโทรทัศน์ก็ผ่านมานิดเดียว แล้วมาเล่นละครของพี่บอย แล้วมาเล่นในช่วงสำคัญครบรอบ 20 ปี ทุกอย่างยิ่งใหญ่หมดเลย แอนก็คิดว่าตัวเองจะทำได้เหรอ เพราะประสบการณ์ยังน้อย ตอนแรกคือคิดว่าทำไม่ได้เลย จนมาคุยกับพี่บอย คุยกับพี่มอส ได้มารู้จักกับทีมงาน ทีมนักแสดงทุกๆคน ซึ่งเขาแฮปปี้ในการที่จะมาเล่นมาแสดง แอนสัมผัสได้ถึงเอนเนอร์ยี่ของทุกๆพลัง ของทุกๆคนที่เข้ามาถึงตัวแอน ทำให้รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เล่น
มอส : มอสเป็นคนที่ชอบให้โอกาสตัวเอง ในมุมที่มั่นใจนะครับ (ยิ้ม) ถ้าเกิดมอสไม่มั่นใจ มอสก็คงไม่เล่น และเมื่อโอกาสนี้มาถึงแล้วก็คิดว่าน่าจะลองดู คิดว่าหลายๆคนคงให้โอกาส ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลงหรือแฟนละคร ซึ่งมอสคิดว่า ถ้าเขาเปิดโอกาสให้มอสขี้นไปยืนอยู่ข้างบนแล้ว มอสเชื่อมั่นตัวเองว่าน่าจะทำได้ ถ้าเกิดมอสฝึกฝนและไปในทางที่ถูกต้อง แต่มอสอุ่นใจอยู่ไม่ใช่น้อย ตรงที่มีผู้กำกับฯเก่งๆอย่างพี่ยอบดูแลอยู่
การทำงานตรงนี้ คุณบอยได้แนะนำอะไรที่แตกต่างจากละครทั่วไปไหม
มอส : พี่บอยเป็นคนที่ชอบมิวสิคเพลย์มาก เป็นคนที่จะศึกษาทางด้านนี้ ตอนเรียนอยู่อเมริกา พี่บอยก็เรียนด้านนี้ มอสรู้สึกถึงพลังที่พี่บอยมีต่อละครเวที เวลาไปซ้อม ไม่มีใครรู้หรอกว่า มอสจะอยู่ใกล้ๆพี่บอยแล้วคอยดูดเอาพลังพี่บอยมา (หัวเราะ) มอสจะดูดมาให้หมดเลย เพื่อส่งให้ความเป็นนักแสดงมีพลังออกมา ก็ถือว่าพี่บอยเป็นคนให้โอกาส เป็นครูที่ดีที่ผมได้เข้าโรงเรียนนี้
แอนนิต้า : แอนรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่บัลลังก์เมฆมาแล้ว โอ้โห...ทุกอย่างอลังการหมดเลย แล้วพอมาบางกอก 2548 ตอนแรกไม่ค่อยมั่นใจ แต่เมื่ได้คุยกับพี่ยอบ ซึ่งเขาให้โอกาสแอน จากเด็กธรรมดาที่ออกเทป เล่นละครโทรทัศน์ แล้วได้มาเล่นละครเพลงของถกลเกียรติ วีรวรรณ แอนรู้สึกค่อนข้างดีใจที่ได้โอกาสนี้ ตอนที่ไปออดิชั่น แอนบอกพี่บอยว่าทำมได้ ไม่รู้เลยว่าละครเวทีเล่นยังไง ทำยังไง ไม่เคยศึกษาอะไรเลย พี่บอยบอกว่าแอนไปออดิชั่นก่อนมีเปียโน มีร้องเพลง เขก็ถ่ายวิดีโอ แอนก็ร้องเลพงไป สักพักพี่บอยบอกว่าเอาพลังออกมานิดหนึ่ง ตอนแรกแอนไม่รู้ว่าเล่นละครเวที เวลาร้องเพลงเราต้องมองไปที่ใคร มองไปที่คนดู หรือ มองไปที่พี่บอย (ยิ้ม) แล้วเป็นครั้งแรกที่เจอพี่บอยด้วย แอนก็เกร็ง ก็ร้องไป ลืมเนื้อเพลงด้วยทั้งๆที่ถือเนื้อเพลงอยู่ แอนนึกในใจว่าไม่ได้อยู่แล้ว ผ่านไปประมาณ 3 เดือน สงสัยไม่ได้แล้ว แต่หลังจากนั้น พี่เขาบอก แอนได้เล่นนะ แอนบอก...จริงเหรอคะ พูดได้อย่างเดียวว่าดีใจมาก
ถึงวันนี้ซ้อมกันเหมือนแสดงจริงแล้ว
มอส : เริ่มซ้อมหนักๆตั้งแต่กลางปีที่แล้ว พอมาช่วงนี้ค่อนข้างเข้มมาก
เรียกว่าตอนนี้ต้องเทคิวนี้หมดเลย
มอส : ครับ ผมไม่ออกเทปเลยครับ (หัวเราะ)
แอนนิต้า : แอนยังมีละครถ่ายทำอยู่ค่ะ
พูดถึงเพลงที่นำมาใช้ในละครบ้าง
แอนนิต้า : เป็นเพลงฮิต 20 ปีแกรมมี่ เป็นเพลงฮิตที่นำม่เรียบเรียงใหม่
มอส : นำมาเรียบเรียงเสียงดนตรีใหม่ให้เข้ากับยุค 2548 ให้เข้ากับเรื่องราวละครเวที ประมาณ 15 เพลง เป็นเพลงที่ทุกคนจำได้
มอสกับแอนนิต้าเลยร่วมงานอื่นๆด้วยกันมาก่อนไหมคะ
มอส : ไม่เคยครับ
พอทราบว่าต้องมาแสดงคู่กัน ต้องมาร่วมงานกัน ในมุมของการทำงานของแต่ละคนเป็นยังไง
มอส : ได้เจอแอนตัวจริง ตัวเป็นๆ พี่ขอจับหน่อยนะ (หัวเราะ) ก็ดีใจ มอสมีนางเอกแล้ว จะได้มารีบซ้อมกัน มาเป็นกระจกกัน
พอจะเผยถึงเทดนิคส่วนตัวในการแสดงครั้งนี้ได้ไหม
มอส : เทคนิคการจำบทคือการซ้อมที่บ้าน ซ้อมกับแม่ ให้แม่เล่นเป็นดาว (ยิ้ม) บางทีก็ให้สาวมาเล่น เพราะไม่สามารถอ่านแล้วจำเหมือนในละครโทรทัศน์ ที่มันจะมีแค่ฉากเดียว แต่ตรงนี้เขาจะมี บล็อกกิ้ง คือมาร์คจุดเดิน ซ้าย ขวา หน้าหลัง ต้องจำให้หมด เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนช่วยมอส คือใครก็ตามที่ซ้อมบทกับมอส ซ้าย-ขวา จุดนี้จะต้องเต้น อยู่บ้านจะซ้อมมาก ให้มันเข้าไปในเส้นเลือดกรุ๊ฟโอของมอสให้ได้ (ยิ้ม)
แอนนิต้า : เทคนิคแอนจะใช้ความเข้าใจมากกว่า อย่างในบทเวลาอ่านๆๆเสร็จ จะทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่อง ทำความเข้าใตว่าคนนี้พูดอย่างนี้ ทำให้เราไม่ต้องไปคิดว่าคนนี้พูดอย่างนี้ ถ้างั้นจะจำไม่ได้เลย แต่แอนจะเป็นคนที่เสียงเบามาก ซึ่งในการแสดงจะต้องใช้เสียงที่ออกมามีพลัง ดังมากขึ้น และทั้งร้องทั้งเต้น บล็กกิ้งด้วย ต้องจำทุกอย่าง แล้วเวลาเต้นทีนึงก็เหนื่อยแล้วกลับมาร้อง ซึ่งต้องฟิตร่างกายมาก เทคนิคคือดูแลสุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ
บรรยากาศตอนซ้อมล่ะคะ
แอนนิต้า : ก็จะมีพี่เอกกับพี่ธงธงนี่แหละที่จะชอบทำให้ขำ และทำให้หลุดทุกครั้งไป เพราะเขาจะมีมุขใหม่ๆ มาเสริมเพิ่มตลอดเลย แล้วเราจะตั้งตัวรับไม่ทัน พอไม่ทันตั้งตัวก็จะขำ แต่เล่นจริงๆ สมาธิคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
มอส : มอสพูดได้คำเดียวว่า เป็นคาเฟ่ครับ (หัวเราะ) มีมุขกันตลอด คุยเล่นสนุกสนาน มอสว่าทุกคนแฮปปี้มาก
สิ่งที่คาดหวังในโชว์ครั้งนี้คืออะไร
มอส : สิ่งที่คาดหวังอย่างแรก อยากให้มีคนมาซื้อบัตรเยอะๆครับ (หัวเราะ) จริงๆในมุมของมอส การที่ได้ผ่านเวทีนี้ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต เป็นโรงเรียนที่ทำให้มอสมีสมาธิและได้เรียนรู้หลายๆศาสตร์ ส่วนมุมของคนดู มอสเชื่อเหลือเกินว่า หวังว่าเขามาดูแล้ว เขาจะได้อรรถรสทุกๆรส เพราะเท่าที่มอสสัมผัสมาตั้งแต่ต้นจนจบ ทีมงานทุกคนมีพลังมากกว่ามอส เขาทุ่มแบบสุดๆ เมื่อเข้าไปนั่งดู จะตื่นตาตื่นใจกับเวที กับเรื่องราว กับแสงสี หรือแม้แต่ก่อนที่จะเข้าไป มอสหวังว่าน่าจะคุ้มและสนุกครับ
แอนนิต้า : ใครที่ไปชมละครเวทีเรื่องนี้แอนหวังว่าทุกคนคงประทับใจ เพราะตั้งแต่แอนอ่านบทมา มันมีทุกรสอยู่ในเรื่องนี้ ทั้งสุข เศร้า สนุก ทุกๆอย่าง ทำให้เราหัวเราะได้ ร้องไห้ได้ในเรื่องเดียวกัน แอนคิดว่าคนที่เข้าไปดูทุกคนที่ออกมาคงประทับใจ และจะเป็นอีกเรื่องที่จะอยู่ในใจคนตลอดไป
บางกอก 2548 พร้อมแสดงเต็มรูปแบบในวันที่ 11-29 กุมภาพันธ์ 2547 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (โทร. 0-2204-9999)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

