ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง
ขึ้นแท่นผู้หญิงหน้าหนึ่งไปโดยปริยาย สำหรับอดีตนักร้องสาวชื่อดัง ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง เพราะตั้งแต่หวนกลับเข้าวงการอีกครั้ง หลังหนีหายไปใช้ชีวิตครอบครัวอยู่นานหลายปี วันนี้ทุกเรื่องของเธอจึงตกอยู่ในความสนใจของใครหลายคนมาตลอด ล่าสุดบันเทิง คม ชัด ลึก มีโอกาสได้พูดคุยกับปุ๊กกี้อีกครั้ง ซึ่งเธอก็ยินดีที่จะเปิดใจถึงเรื่องราวในชีวิตให้ฟังอย่างหมดเปลือกเช่นกัน.....
ชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
เรื่อยๆ แต่ยังไม่สงบดีเท่าไร ยังติดๆ ขัดๆ เรื่องลูกอยู่ ส่วนเรื่องธุรกิจที่ทำตอนนี้เริ่มจะมีการขยับขยาย คือกำลังตกแต่งคล้ายๆ กับสปา แต่จะเน้นนวดเฉพาะหน้าอกเพียงอย่างเดียว
กระแสตอบรับหนังสือ โนตม ล่ะดีไหม?
ก็ดีนะ คนจะถามถึงเรื่องตัดหน้าอกเป็นยังไงบ้าง เขาค่อนข้างจะสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ นอกจากนี้ก็จะถามเรื่องผลิตภัณฑ์ และในหนังสือจะมีการแนะนำวิธีทำให้หน้าอกสวย เวลาไปไหนเขาจะมาถามมาพูดคุยถึงเรื่องนี้เหมือนอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม
รู้สึกอย่างไรกับคำพูดถึงปุ๊กกี้ว่า ดังก็เพราะนม เสียชื่อเสียงก็เพราะนม ตกอับก็เพราะนม ?
จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจ แต่อยู่ดีๆ โดนคลื่นซัดมาทางนี้ ก็งงอยู่เหมือนกันว่าเป็นไปได้ยังไง คงจะเริ่มต้นจากเรามาจับธุรกิจตรงนี้ และเราก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องหน้าอก เลยหนีไม่พ้น ดังเพราะนม เพราะมีข่าวตอนนั้น ช่วงนั้นเครียดมากๆ ทำอะไรไม่ถูกเลย ตอนนี้ถือว่าโอเคขึ้นเยอะแล้ว ยังดีมีเพื่อนฝูงกลุ่มใกล้ตัวคอยชวนทำโน่นทำนี่เพื่อจะให้ลืม ช่วยได้บ้าง แต่บางทีก็ยังอดคิดไม่ได้
ตั้งแต่หวนกลับเข้าวงการเป็นข่าวตลอดเลย?
เบื่อเหมือนกัน ไม่รู้สิ ปุ๊กกี้ก็ไม่อยากจะให้เป็นข่าว ทุกคนให้ความสนใจว่าเราจะขยับไปทางไหน ผลของมันจะเป็นยังไงต่อไป เหมือนกับปุ๊กกี้หายไป พอกลับมาอีกทีก็เลยเป็นที่สนใจ ช่วงแรกๆ เซ็งมาก แต่ตอนนี้เริ่มชินอีกแล้ว เพราะคิดว่าคนอื่นในวงการที่เจอหนักๆ เยอะๆ เขาก็ชินเหมือนกัน บางเรื่องก็อยากปิดหูปิดตา เซ็งสุดคงเป็นเรื่องครอบครัว หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องหน้าอก เพราะเป็นเรื่องของสังคม คือที่ผ่านมามีเรื่องมาให้ปวดหัวตลอด
กลัวถูกมองพยายามสร้างข่าวโปรโมทตัวเองหรือเปล่า?
ตอนแรกๆ กลัวถูกมองแบบนี้ แต่ตอนหลังปุ๊กกี้คิดว่าตัวเองไม่ได้วิ่งไปให้ข่าวใคร คือเราไม่ได้ทำอย่างที่ทุกคนคิด เลยไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะไม่ได้ทำสักอย่างเลยไม่กลัว ไม่รู้จะเดือดร้อนทำไม ตอนแรกแคร์ความรู้สึกคนรอบข้าง ตอนหลังๆ เริ่มแคร์คนทั่วประเทศ แต่คิดไปคิดมามันไม่ใช่ที่เราคนเดียวต้องแบกรับความรู้สึกคนอื่น ที่ผ่านมาทั้งอินเทอร์เน็ต กระทู้ต่างๆ ปุ๊กกี้ ก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่อ่าน พอผ่านเหตุการณ์มาแล้วค่อยกลับไปอ่าน ก็จะขำๆ
ตอนนี้เรื่องคดีความกับต๋อง ( สุรพันธ์ จำลองกุล ) ไปถึงไหนแล้ว?
ยังไม่เป็นคดี เหมือนตอนนี้ปุ๊กกี้ก็ยุ่งๆ กับธุรกิจที่ทำอยู่ ทางโน้นเขาคงยุ่งกับเพลง เวลาเขายุ่งเขาจะเครียดมาก เลยไม่อยากเข้าไปต่อรองอะไรกับเขา ตอนนี้ยังดีเพราะยังไม่มีการติดต่อกัน ก็อยู่ในช่วงสงบ ถ้าเราก้าวไปตอนนี้อาจร้อนระอุขึ้นมาอีกก็ได้ ล่าสุดที่เขาออกมาพูดว่าไม่ได้กีดกันปุ๊กกี้กับลูก ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะดีมาก ตอนนี้ขอเวลาอีกนิดหนึ่งจากนั้นปุ๊กกี้คงให้ทนายเก่าของครอบครัวเข้าไปคุยด้วย เพราะบางทีถ้าพูดไปผิดหูจะกลายเป็นอารมณ์เสียขึ้นมาเปล่าๆ เลยอยากให้มีตัวกลาง มีพยานดีกว่า จริงๆ ไม่อยากจะทิ้งช่วงให้นานเกินไป แต่ช่วงนี้ลูกๆ ปิดเทอมด้วย อยากให้ลูกๆ พักผ่อนก่อน
โอกาสที่จะเจรจายุติเรื่องด้วยดีมีไหม?
ปุ๊กกี้พร้อมจะยุติด้วยดี แต่ทีนี้เหมือนทางโน้นเขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่เจอปุ๊กกี้ เพราะมีรายการหนึ่งอยากจะเชิญปุ๊กกี้มาในรายการ โดยขอปุ๊กกี้ ลูกๆ และพี่ต๋องออกรายการพร้อมกัน ซึ่งเป็นรายการของแกรมมี่เองด้วย แต่พอติดต่อทางโน้นไปเขาไม่ร่วมมือ แต่เขาก็พูดถูก คือเขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องออกมาพูดให้วุ่นวาย ต่างคนต่างก็มีชีวิตของตัวเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดอะไรกัน แค่นี้เราก็เข้าใจว่าไม่จำเป็นจริงๆ แต่มันก็ทำให้เห็นว่าเขาหลีกเลี่ยง แต่ตัวปุ๊กกี้ก็อยากเจอลูกอยู่แล้ว แต่เขาไม่โอเคเลยต้องล้มไป แต่เข้าใจว่าถ้าจับมานั่งกันก็หนีไม่พ้นต้องคุยเรื่องเก่าๆ
ไม่ได้คุยกับต๋องนานหรือยัง?
ไม่ได้คุยมา 3 เดือนแล้ว เขาก็เงียบไป ช่วงเดือนธันวาคมปุ๊กกี้พยายามติดต่อไป เพราะเป็นวันเกิดลูกคนเล็ก แต่พอหลังๆ ติดต่อไปที่บ้าน เขาจะไม่รับหรือไม่ก็ดึงสายโทรศัพท์ออก พอเจอแบบนั้นปุ๊กกี้รู้สึกไม่ดี เลยไม่โทรดีกว่า แต่เดือนพฤษภาคม ต้องเจอแน่ๆ เพราะเป็นวันเกิดลูกคนโต เขาคงอยากให้ปุ๊กกี้อยู่ในวันพิเศษของลูกด้วย แต่เรื่องเวลาคงต้องตกลงว่าจะแบ่งกันยังไง แต่ยังไม่ได้คุยกัน พอเห็นลูกคนอื่นก็คิดถึงลูกตัวเอง ไม่ได้เจอลูกคนเล็กตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม แต่คนโตไปหาที่โรงเรียน ทางโน้นเขาไม่รู้ ทางโรงเรียนเขาไม่ได้ว่าอะไร แต่ไปที่บ้านหมดสิทธิ คือต้องนัดล่วงหน้าว่าเขาสะดวกไหม ถ้านัดมันก็ต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งช่วงนั้นอย่างที่บอกว่าโทรไปไม่รับสาย คนที่อยู่วงนอกจริงๆ จะไม่เข้าใจจุดนี้ จะมองแค่จุดเล็กๆ แต่เขาไม่มองจุดอื่นที่เรารู้สึกอยู่
มีสักแวบไหมที่คิดอยากจะลองกลับมาใช้ชีวิตคู่กับต๋องอีกครั้ง?
ตอนแก่ไม่แน่ ( หัวเราะ ) ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเราอยากใช้ชีวิตแบบที่เราต้องการทั้งคู่ เพื่อความสบายใจตรงนั้น แต่ตอนนี้มองไม่เห็นว่าจะกลับมาอยู่ด้วยกันยังไง แต่ก็คิดถึงช่วงแรกๆ ที่เป็นอยู่ แต่ให้ปุ๊กกี้กลับตอนนี้คงไม่แน่นอน
ชีวิตรักของปุ๊กกี้กับเอ้ตอนนี้ราบรื่นดีไหม?
เหมือนกับว่าอายุห่างกันปีเดียว มันไม่ใช่ความรักแบบเด็กๆ ที่หวือหวา คือมันเป็นอะไรที่ช่วยกันคิด ช่วยแก้ปัญหา เหมือนเราเหนื่อยเจอข่าวมาเยอะแยะ เขาจะคอยให้กำลังใจ ขับรถให้ หาอะไรให้ทาน ทำให้มุมมองความรักเปลี่ยนไป ไม่ง้องแง้ง วี้ดวิ้ว ตอนนี้คือชีวิตจริงที่สุดแล้ว เราเป็นตัวของตัวเองจริงๆ ปัญหาทุกอย่างรับรู้หมด อดีตเราเขารับได้หมดทุกอย่าง
วางแผนถึงขั้นแต่งงานกันหรือยัง?
ไม่มี คงไม่มีด้วย เพราะว่าหนึ่ง ปุ๊กกี้พิสูจน์แล้วว่าทะเบียนสมรสไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่ใช่คำตอบของชีวิตคู่ ตรงนี้เป็นมุมมองของปุ๊กกี้นะ คนอื่นปุ๊กกี้ไม่รู้ แค่กระดาษใบเดียวที่แสดงสิทธิทางกฎหมาย ส่วนเรื่องอยู่กันรอดไหม หรืองานแต่งงานที่ใหญ่โตหมดเงินไปเยอะแยะ ตรงนั้นปุ๊กกี้ผ่านมาหมดแล้ว ไม่ได้คิดตรงนั้นแล้ว คงเหมือนพี่ตู่ ( นพพล โกมารชุน ) กับพี่นุช ( ปรียานุช ปานประดับ ) ถ้าถึงขั้นแล้ว ทำแบบนั้นสบายใจกว่า ซึ่งเอ้เขาก็เห็นด้วย
กลัวผิดหวังบ้างไหม?
เรียกว่าปุ๊กกี้ไม่ได้คาดหวังดีกว่า ปล่อยไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมาคาดหวังแล้วมันไม่ได้อย่างที่เราคิด ทำให้เราแย่ เราเสียใจ เพราะฉะนั้นครั้งนี้เลยไม่อยากจะคิดอะไรมากมาย ตอนนี้ก็คบกันมาได้ 1 ปีแล้ว
สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

