ชาคริต ตั้งกฎเหล็กนักข่าว

ชาคริต ตั้งกฎเหล็กนักข่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เลิกรากับนางเอกสาว จอย-รินลณี ศรีเพ็ญ แบบสายฟ้าแลบ แล้วมีข่าวออกมาว่าพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม มีสาวไฮโซนาม น้องกิ๋ง-นภมณี ไกรฤกษ์ เป็นมือที่ 3 มาดามใจหนุ่มคริตให้หายเดาะ ล่าสุดหนุ่มคนกลางอย่างชาคริตได้ออกมาเปิดใจยอมรับเต็มปากว่า น้องกิ๋ง คนนี้ใช่หวานใจคนปัจจุบัน แถมรู้จักกันมานานหลายปี แต่เพิ่งตกลงเป็นแฟนกันก็เมื่อเร็วๆ นี้ รู้จักกันมา 6 ปีแล้วครับ เขาเป็นญาติกับรุ่นพี่ผม ผมก็รู้จักกับญาติๆ เขาอยู่แล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะรู้จักกัน ส่วนที่ตัดสินใจคบกันเป็นแฟน อยู่ดีๆ มันก็เกิดขึ้นมา พอเรื่องตรงนั้น ( เลิกราจอย รินลณี ) ผ่านมาไม่นาน เราก็มาทำความรู้จักกันใหม่ เป็นธรรมชาติครับ เราไม่ได้ไปเร่ง ก็แค่ว่ามันอาจจะไม่ได้ทิ้งระยะนานมากเท่านั้นเอง แสดงว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีมานี้คริตกับกิ๋งยังคงติดต่อกันตลอด ไม่ๆ ๆ ครับ แค่บังเอิญเจอ ไม่ได้เรียกกว่าถึงขั้นต้องติดต่อ ไม่มีเลย ปีหนึ่งเจอหนหนึ่ง เจอตามงาน สถานที่ต่างๆ โดยบังเอิญแค่นั้นเอง เขาอายุน้อยกว่าผม 2 ปีครับ ก็ดีครับเรื่อยๆ สบายๆ ก็อยู่อย่างคนปกติทั่วไป ไม่ได้มีอะไรโชว์หรืออะไรมากมาย ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับสังคมหรือว่าอะไรนัก เพราะเราก็ชอบอยู่แบบธรรมดา ไม่ได้หมายถึงว่าอยู่ด้วยกันนะ ( รีบออกตัวไว้ก่อน ) แต่หมายถึงคบกันมันก็ไปเรื่อยๆ ก็ดีครับ สบายใจดี ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเรา 2 คน ถ้านิสัยมันไปกันได้มันก็ดี มันก็ไปกันเรื่อยๆ ถ้าเกิดต้องมานั่งเสแสร้งหรือมานั่งเปลี่ยน นั่งทำดีให้กันเพื่อจะได้ความดีความชอบ หรือว่าความรักจากอีกคนหนึ่ง สุดท้ายมันก็หลอกตัวเองน่ะ ก็อย่าทำดีกว่า ผมไม่ทำอยู่แล้ว เพราะเราเป็นอย่างนี้ ใครรับเราได้ก็รับ อยู่ดีๆ จะให้ผมมานั่งโกหกคนอื่น โอ้โห..ผมดูเลิศเลอ พอถึงเวลาทำไม่ได้อย่างที่เราพูด มันก็เปล่าประโยชน์ ก็อย่าดีกว่า กับเรื่องข่าวที่ออกมาว่าเขาเป็นมือที่ 3 ก็ทำไงได้ล่ะพี่ ยังไงๆ มันก็คงมี มันบอกอะไรไม่ได้แต่เรารู้ตัวเองอยู่ก็โอเค.อยู่ ถ้าเขาระแวงเขาก็คงไม่อยู่กับเราอย่างนี้หรอก เพราะเขาก็เต็มที่กับเราเหมือนกัน เขาก็ทำให้เราเห็นว่ามันคือตัวเรา มันไม่ใช่ว่าสังคมจะคิดยังไง เขาก็ทำให้เห็นว่ามันอยู่ที่คน 2 คน เรารู้ว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเกิดอยู่ดีๆ เรารู้ว่าทุกอย่างดีแต่คนรอบข้างบอก โอ๊ย..ไม่ดีเลย เลิกกันเพราะปากคนอื่น หรือแต่งงานกันเพราะปากคนอื่นยิ่งแล้วใหญ่ อย่าดีกว่า เรารู้ความจริงอยู่แล้ว ไม่มีใครมาหลอกเราได้ยกเว้นตัวเราเอง พูดได้แค่นี้ ตกเป็นข่าวกับดาราดังระดับพระเอก แถมถูกตั้งข้อหาเป็นมือที่ 3 ความเครียดก็ย่อมเกิดตามมา ไม่มีใครชอบหรอกครับ สมมติอะไรที่มันไม่ดี แล้วเราไม่ได้ทำ ยิ่งเขาก็ไม่ได้ทำงานตรงนี้ด้วย มันก็ยาก ถึงบอกมันก็ทำให้เราเห็นว่าเขาก็ไม่ได้แคร์กับตรงนั้น เพราะเขารู้ว่าอะไรมันคืออะไร เขาก็เข้าใจ มันก็อยู่ที่ว่าถ้าเขาไม่คบเราแล้วมาเป็นข่าวกับเรามันก็อีกเรื่อง แต่นี่เราคบกันจริงๆ ถ้ามันจะเป็นข่าว ถ้าเกิดข่าวหรือคนอื่นบอกว่า โอ๊ย..คบกันไม่มีทางรอด ไม่ดีหรอก แล้วเราเอาตรงนั้นมาเครียด ทะเลาะกัน เลิกกันไป มันก็เลยไม่แน่ อย่างที่คนอื่นว่าจริงมั้ย แต่ถ้าคนอื่นบอกว่าไม่ดี แต่เรารู้อยู่แล้วว่ามันดี เราจะหลอกตัวเองทำไมล่ะ เราก็ดีสิ วันหนึ่งคนอื่นก็จะเห็นว่ามันดี เขาถึงบอกว่าอย่าเลิกกัน คบกันเพราะปากคนอื่น อยู่ที่คน 2 คนมากกว่า ที่ผ่านมานี่ก็จะเห็นว่าเป็นแค่ช่วงแรกๆ แต่ก็คงจะเข้าใจกันดี มันก็คงไม่มีอะไรแล้ว ก็ดี แฮปปี้ดี ยังไม่ปรากฏภาพปาปาราซซี่ คริตกิ๋ง แต่เมื่อไหร่มีละก้อ... ถ้าเกิดใครถ่ายรูปได้จ่ายตังค์แล้วน่ะ ( หัวเราะ ) ประกาศเลยน่ะ ( ยิ้ม ) คือเราก็ไปของเราไปเรื่อยนะ แต่เราก็ไม่ได้ไปเดินในสถานที่ที่ดาราหรือวัยรุ่นเขาไปกันเป็นประจำทุกวัน จะไปก็ไปเฉพาะวันที่เราจะซื้ออะไรของเราไป ธรรมดาเราก็ใช้ชีวิตอย่างของเรา ผมชอบนั่งอยู่ร้านเฟอร์นิเจอร์เพื่อน เป็นยังไงก็ใช้ชีวิตอย่างนั้น ผมจะอึดอัดเวลาเจอคนเยอะๆ อยู่แล้ว มันเป็นโรคกลัวคนตั้งแต่เด็กน่ะ แต่ถึงจะมีจริงก็ไม่กลัวเพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับ คือเรืาราซซี่นี่ผมไม่เคยมายด์เลยนะ แต่ผมมายด์คนเขียนมากกว่า เพราะว่าจรรยาบรรณของการเขียนข่าวน่ะ อย่างเมืองนอก คุณไปอ่านดู ฝรั่งน่ะ สามัญสำนึกเขาดีกว่าเรา ต่อให้รูปอุบาทว์เลวทรามแค่ไหน เขามีกฎหมายสิทธิมนุษยชน เขาจะไม่ไปพูดแทน คิดแทน เพราะเขาถือว่าเขาไม่ใช่บุคคลคนนั้น แต่เขาได้รูปมาเขียนแซวตลกๆ 3 คำ ที่เหลือทุกคนมีสมองหมด ยูอ่าน ยูคิดกันเอาเอง แต่บ้านเรา ถ้าเกิดได้รูปเลวๆ มารูปหนึ่งปุ๊บ อื้อหือ...( ทำหน้าสะใจ ) เขียนไป เรื่องอะไรก็ไม่รู้ นั่งญาณเขียนกัน เอาเข้าไป นี่คือ...นึกออกมั้ยพี่ แล้วตัวนักข่าวเอง คุณทำกันอย่างเนี้ย คุณก็มีความสุขกับ 1 บล็อก ที่คุณได้ขายไป แต่คนที่โดนหรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานเขาก็คิด คุณทำไรของคุณน่ะ บางทีมีแบบไม่ชอบกัน เราก็พูดไม่ได้ ผมเจอมาตลอดชีวิตนะ ผมไม่ได้แคร์ คือถ้ามันเลวมันก็บอกตัวเองอยู่แล้ว มนุษย์คิดได้มันไม่ต้องไปยัดเยียดอะไรให้เขา ผมถึงไม่เคยมายด์กับเรื่องนี้ ถ้าจะแอบถ่ายในสถานที่สาธารณะ ผมโอเค.นะ แต่ว่าอยู่ดีๆ คุณมาตั้งกล้องอยู่ในห้องนอนผมนี่ก็เป็นเรื่องน่ะ ถือว่านี่มันเป็นที่ส่วนบุคคลแล้วน่ะ แต่ว่าผมเหยียบออกจากนอกซอยบ้านปุ๊บ มันเป็นพื้นที่สาธารณะ คุณก็ถ่ายไปสิ ไม่มีใครห้ามคุณ บางทีเห็นที่ถ่ายคู่รักจูบกันแล้วโดนด่า พ่อแม่คุณไม่ทำเหรอเวลาเขารักกันน่ะ หมายความว่า ตัวคุณเวลาคุณมีแฟนคุณไม่จูบกันเหรอ คือเหมือนคุณกำลังจะบอกว่าชีวิตจริงคนจูบกันผิด แต่พอมาจูบกันในสื่อ จูบกันในหนังสือ อ้าว..ถูกอีก มีการรีพริ้นต์ขายใหม่ด้วย ตกลงสังคมคือกำลังบอกว่าจูบกอดกันในหนังสือซึ่งผิดธรรมชาติ สังคมปรับเป็นถูก แต่ถ้าคนกอดจูบเพราะรักกัน...ผิด อ๊าว...ว ! ( เสียงหลง ) อย่างนี้เวลารักกันไปเดิน คนหนึ่งเดินหันหน้า คนหนึ่งเดินหันหลัง แล้วก็จูงมือกันไปอย่างนี้ คือคิดบ้างสิ สมองก็มีกันหมด ทำไรอยู่ ที่ผมรู้สึกน่ะนะ ผมก็เลยเป็นคนแบบ อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า(หัวเราะ) ผมก็ช่างมันดีกว่า ไม่ค่อยไปสนใจตรงนี้เท่าไหร่ ซึ่งถ้าเขากลัวเขาคงไม่อยู่กับเราเหมือนตอนนี้ ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะนานแค่ไหน แต่ว่าแค่ทุกวันนี้เราก็แฮปปี้แล้ว ความประทับใจที่คริตมีให้กับกิ๋ง เขาเป็นตัวของตัวเองโคตรๆ น่ะพี่ครับ แค่นี้ ( หัวเราะแบบอธิบายไม่ถูก ) ไม่รู้จะอธิบายยังไง ชอบหง่ะ คบกันด้วยความรู้สึกดีต่อกัน ไม่ต้องเอาความคิดของคนอื่นมาเป็นใหญ่ เรารู้เราคบกัน คือถ้าเกิดสมมติผมแต่งงานกับพี่เพราะคนนั้นบอก ( ชี้หานักข่าวจำเป็น ) ผมมีลูกกับพี่นะผมไม่ได้มีกับเขา นึกออกป่ะ นั่นคือสิ่งที่ผมจะอธิบาย คือเรารู้ของเราอยู่แล้วเนี่ย มันไม่มีใครมาหลอกเราได้ ไม่มีใครมาบอกให้เราทำอะไร ถ้าเกิดคนบอกว่ามันไม่ดีแล้วมันไม่ดีจริง ค่อยศึกษาได้ หรือต่อให้ไม่ดีแล้วคนอื่นมาบอกว่าคบกันแล้วดูดีจังเลย ทรมานนะ อยู่ไปทำไมวะ เขาก็ไม่ได้มาทรมานกับเรานะ ดีที่สุดคือเรารู้ซึ่งกันและกัน จบ แล้วถ้าเราอยู่แล้วเราแฮปปี้มันก็ดี แต่ถ้าเกิดมันไม่รอดแล้วทั้งที่คุณพยายามที่สุดที่จะทำให้มันรอด อยู่ดีๆ ต้องเลิกกันไปมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นน่ะ ขอให้พยายามที่สุดแล้วกัน ถ้ากล้าบอกว่ารักกันแล้วก็คงต้องพยายามให้มันดีที่สุด ต่อให้เหมือนเดิมดีกว่าร้างรากันไปน่ะผมว่า ผู้ชายชื่อ ชาคริต แย้มนาม พร้อมตอบกับทุกคำถามของนักข่าว ผมโอเค.หมดแหละ เพราะว่าผมเป็นคนเรื่อยๆ หน้าที่ที่พี่รับมาคือต้องถาม เราก็มีหน้าที่ตอบ เขาจะถามเรื่องส่วนตัว นอกวงการ ความเป็น ชาคริต แย้มนาม ที่ไม่ได้อยู่ในละคร ถ้าอะไรที่มันตอบได้ ไม่ได้รู้สึกว่า เอ๊ะ ! ก้าวก่ายเกินไปเราก็ตอบเพราะบางทีหน้าที่ที่พวกพี่ได้รับมาคือต้องถามน่ะ ไม่ถามก็ไม่ได้ตังค์สิ เรามีหน้าที่ตอบก็อยู่ที่ว่าเราจะตอบได้แค่ไหน ไม่เคยโกรธกับข่าวต่างๆ ที่ออกมา เพราะผมถือว่านักข่าวเขาก็ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่คนอยู่รอบข้างตัวผม ข้อมูลที่เขาได้มา ผิดถูกยังไงมันก็มาจากคนอื่น ถ้าเขาถามเราแล้วเราไม่ตอบเขาก็ไม่มีวันรู้จักเราได้มากถึงขนาดนั้น ถึงแม้ตอบไปแล้ว เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เราก็จริงใจให้ได้มากที่สุด เราก็ต้องตอบไปตามตรงว่าเราคิดยังไง เขาเรียกอะไรนะ โกหกให้คนยิ้ม มันไู่ดีๆ จะให้มานั่งแบบว่า ใครบอกอะไรดีหมด เราว่าดีด้วย มันไม่จริงน่ะ คืออะไรที่ถูกก็คือถูก อะไรที่ผิดก็คือผิด คุณจะมามองผิดเป็นถูกมันก็ไม่ใช่ แต่ถ้าเกิดเราเรียนอยู่เมืองนอก ไม่ตัดสินใจเลิกเรียนต่อ ไม่เป็นนักแสดง เราคงไม่โดนด่าอย่างนี้มั้ง ถูกเขียนถึงยังไงก็ไม่โกรธ แต่คริตขอเรื่องเดียวคือ อย่าพาดพิงถึงครอบครัว คืออย่างนี้ ถ้าเหยียบหัวผมไม่เป็นไร แต่ถ้าแตะหัวแม่ผมเมื่อไหร่เนี่ย เป็นเรื่องกัน แค่นั้นเอง ไม่ชอบอะไรที่มันก้าวก่ายเรื่องครอบครัวผม อย่างที่บอก ยูเขียนมาเล่นๆ เพื่อสนุกๆ เพราะคิดว่าตัวเองเขียนแล้วสะใจ แต่ในความเป็นจริง เฮ้ย ! วันนั้นผมตื่นมาตอนเช้า แม่ผมนั่งแบบน่าเครียด น้ำตาแทบร่วงนะ ผมโกรธมากเลย สมมติถ้าผมไปทำอะไรเขา เอาเรื่องขึ้นมา ผมก็กลายเป็นสิ่งที่ผมเกลียด ผมก็ไม่ต่างอะไรจากเขาเลย นึกออกมั้ย ก็เลยเลือกอยู่เฉยๆ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่จริง คือพ่อแม่น่ะห่วงลูกทุกคนแหละ แต่เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ เขาไม่เข้าใจน่ะ เห็นข่าวก็แบบ เฮ้ย..อะไรกันนักกันหนาวะ จะอะไรกับผมคือได้ แต่อย่ามายุ่งกับแม่ผมเลย อย่ามายุ่งกับครอบครัว อะไรที่มันพาดพิง ไปก้าวก่ายหรือดูถูกครอบครัวผมโดยที่มันไม่เป็นความจริง ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง ถ้ามันทนไม่ไหวก็คงต้องเจอกัน เพราะว่าผมก็ไม่ใช่ว่าคนที่ดีอะไรนักหนา แต่ผมอยู่บนความถูกต้อง ไม่ไหวก็คือไม่ไหว พูดอะไรคุณก็ต้องดูก่อน เกรงใจกัน ถึงแม้ว่าคุณไปว่าคนอื่น สมมติใครที่เขามาจากสลัม สังคมมักจะมองคุณค่าเขาต่ำ แต่เขาก็แชร์อากาศหายใจเดียวกับคุณอยู่ เขาก็เป็นคน มีหัวใจเหมือนกัน ไม่ใช่คุณมีปากในมือคุณจะไปดูถูกซ้ำเติมคนเขาได้ ข่าวทั้งร้ายและดีก็มีเยอะ แต่ไม่เคยมีข่าวไหนที่ร้ายแรงจนทำให้คริตรับไม่ได้ ไม่ค่อยมี โอเค. ผมโชคดีเพราะผมรับได้ เรารับได้เพราะ หนึ่ง เราไม่ได้เจอแบบนี้อยู่คนเดียวในโลก ทั่วโลกเขาก็โดนกันหมด หนักเบาก็แล้วแต่เรื่องไป ถ้าเกิดแซวกันขึ้นมาก็ให้มันอยู่แค่ตรงนี้ อย่าไปพูดถึงขนาด โอ้โห! อย่างกับผมไม่มีหัวนอนปลายเท้า พ่อแม่ไม่มี ไม่เคยสั่งสอน มันเกินเหตุนะ นึกออกป่ะ แรกๆ มันก็เริ่มจากความไม่เข้าใจกับข่าวก่อน หลังๆ มันก็กลายเป็นสนุกกับการที่ อะไรอีกวะเนี่ย ( หัวเราะ ) แต่ว่าเราก็เข้าใจไงว่าเขาก็ไม่รู้จักเรา อะไรหลายๆ อย่างคือเขาก็จะต้องขาย แต่ไม่ใช่ว่าพอคุณได้ประเด็นมา คบ หรือว่า เลิก ง่ายๆ ที่เหลือมันคือนิยายหมดเลย ถึงขั้นผมอยู่อเมริกา แต่เขียนว่า เมื่อ 2 วันที่แล้วเห็นผมเดินชายทะเลกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ผมจะไปเดินได้ไง มันก็มี บ่อย ( หัวเราะ ) หรือไม่ผมไม่ได้ไปอเมริกาหรอก แต่เขายังเขียนว่าผมไปเลย ไม่ต้องอะไรมาก (หัวเราะ) คือผมเจอจนชินแล้ว กลายเป็นเรื่องขำ ซึ่งผมไม่ได้พูดถึงข่าวไม่ดีอย่างเดียวนะ ข่าวที่ดีก็เขียนอย่างกับผมเป็นเจ้าชายมาจากไหน เขียนดีเกินไป ว่าเราดีเกินไปก็มีจนเราละอายว่า กูไม่ได้ดีถึงขั้นที่เขาเขียน ( หัวเราะ ) อะไรอย่างเนี้ย มันก็มีน่ะ ผมถือว่าข่าวดีคือการที่ไม่ต้องมีข่าวน่ะง่ายสุด สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย [ ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 1-7 มิ.ย. ]

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ ของ ชาคริต ตั้งกฎเหล็กนักข่าว

ชาคริต ตั้งกฎเหล็กนักข่าว
ชาคริต ตั้งกฎเหล็กนักข่าว
ชาคริต ตั้งกฎเหล็กนักข่าว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล