นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา

นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
วันก่อนสาวน้อย นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เคยถูกรู้จักในฐานะคนรู้ใจคนใหม่ของพระเอกหนุ่ม แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง และวันนี้ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ถูกทำความรู้จักใหม่อีกครั้งกับบทบาท ดากานดา สาวที่ ไข่ย้อย หลงรักซึ่งก็คือนางเอกภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท หนังรักที่แม้จะดูธรรมด๊า...ธรรมดา แต่เนื้อหากลับโดนใจ ( คนเคยแอบรักเพื่อนตัวเอง ) ดังจี๊ด...ด นี่แหละเหตุผลที่คงทำให้คุณหลงรักทั้งตัวนักแสดงและหนังเรื่องนี้เอาง่ายๆ ว่าแต่อยากรู้ลึก รู้จักเธอกว่านี้ใช่มั้ย? ผลตอบรับที่นุ่นได้รับจากภาพยนตร์ เพื่อนสนิท? ก็ดีใจค่ะที่คนได้ไปดู คือตอนแรกเนี่ยนุ่นคาดหวังแค่ว่ามีคนกลุ่มเล็กๆ นี่แหละที่เขาจะรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้เหมือนที่พวกเราชอบ คือนักแสดงเนี่ย ชอบเรื่องนี้มากทุกคนน่ะค่ะ ไม่รู้ทำไม มันให้เหตุผลไม่ได้ ในหนังนุ่นถูกเพื่อนสนิทแอบรัก แล้วชีวิตจริงล่ะเคยแอบรักเพื่อนสนิทตัวเองมั้ย? ของนุ่นไม่เคยเจอนะ แต่รู้สึกนุ่นชอบน่ะ นุ่นรักตัวละครที่นุ่นเล่นมากรัก ดากานดา มาก คือรัก รักมาก ไม่รู้เป็นไร รักมากแล้วก็คาดหวังแค่ว่าคนไปดูแล้วเขาจะรู้สึกชอบ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้คนไปดูแล้วเขารู้สึกมากกว่าชอบอีก เขาจะรู้สึกเหมือนอินไปกับเนื้อเรื่อง แล้วก็กลายเป็นว่า นุ่นโชคดี เป็นผลพลอยได้กับการที่คนเขารักตัวละคร ดากานดา เขาก็เลยรักนุ่นไปด้วย ถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่ดีน่ะค่ะ ส่วนหนึ่งที่หลายคนอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วดากานดารักไข่ย้อยใช่มั้ย? ไม่บอก หนังไม่ได้บอก คือตัวหนังเนี่ยผู้กำกับฯ พี่เอส ( คมกฤษ ตรีวิมล ) เนี่ย อยากให้คนดูแล้วเขาไปตีความเอาเอง คืออยากบอกตรงๆ เลยว่า คือนุ่นก็ไม่รู้เหมือนกับคนดู แต่สำหรับนุ่น นุ่นว่าบางทีมันเป็นความผูกพันที่ถ้านุ่นมองนะ แต่นุ่นบอกเลยว่านุ่นไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไง เพราะผู้กำกับฯ ไม่เคยบอกค่ะว่า รัก ไม่รัก หรือว่าไม่ชอบ เพียงแต่ว่าถ้านุ่นมองในแง่ของนุ่นเนี่ย การที่เป็นเพื่อนกันแล้วสนิทกัน มันอาจจะเกิดความรู้สึกผูกพัน ซึ่งบางทีความรู้สึกนั้นเราอาจจะแยกไม่ได้ว่ามันคือความชอบมากกว่าเพื่อนรึเปล่า นุ่นเข้าวงการบันเทิง คุณพ่อก็ไม่สนับสนุน? ใช่ค่ะ เพราะว่าที่บ้านนุ่นจะเน้นถึงเรื่องการเรียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดน่ะค่ะ คือเขาไม่อยากให้ลูกมีอะไรที่มาดึงความสนใจของการเรียนไป บังเอิญจับพลัดจับผลูได้มาเป็นดัชชี่ฯ และมีงานเข้ามา โชคดีที่เป็นเทอมสุดท้าย และเราก็เอาตัวรอดในการเรียนได้ คือตอนนี้จบแล้วคุณพ่อเขาก็อย่างน้อยคือลูกเรียนจบปริญญาตรีมาแล้วขั้นหนึ่ง เพียงแต่ว่าเขาก็ยังเป็นห่วง เขามองในมุมมองของ หนึ่ง...ของผู้ชาย คือเขามองว่าเขาเป็นข้าราชการ การทำงานในอาชีพนี้มันก็ต่างจากข้าราชการคนละขั้วอยู่แล้ว มองในมุมมองของพ่อที่เป็นห่วงลูกที่ต้องมาทำงานกรุงเทพฯ คนเดียว งานที่ลูกไม่เคยได้เรียนมาก่อน คนละสายอยู่แล้ว แล้วก็มองในมุมมองของความเป็นผู้ชายว่าลูกเป็นลูกสาว การที่ปล่อยลูกสาวไปทำงานแบบเนี้ยเขาจะมองในมุมมองผู้ชายว่า ถ้ามาถ่ายหนังสือผู้ชายดูมันจะคิดยังไง คือเขาไม่อยากให้คนอื่นมอง เขาาจะมองแบบ อ๋อ...ถ้าลูกแบบนี้ผู้ชายเขาจะคิดอะไร เขาไม่อยากให้ใครมองลูกเขาแบบนั้นอะไรอย่างนี้น่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่งคือนุ่นก็มีความรู้สึกว่าคุณพ่อท่านก็เป็นข้าราชการ เขาก็มีเกียรติเป็นอาชีพที่มีเกียรติ อีกอย่างหนึ่งเขาเป็นคุณพ่อคุณแม่เราน่ะ การที่ทำให้เขาไม่สบายใจรู้สึกกังวลใจกับการทำงานของนุ่น นุ่นจะรู้สึกตัวเองเป็นลูกที่แย่มาก อะไรที่เซฟได้ อะไรที่ไม่เหมาะก็อย่าทำเลยดีกว่า ให้สบายใจตัวเองด้วย เพราะว่าถ้าทำงานที่เรารู้สึกแฮปปี้ รู้สึกดี มันจะรู้สึกเต็มที่ เพราะความเชื่อใจ แม้ว่าจะมีข่าวคราวความรักออกมา แต่ท่านทั้งสองก็ไม่เคยเอ่ยถึง? เขาก็ไม่ได้พูดนะคะ เขาเป็นผู้ใหญ่พอที่จะเข้าใจ นุ่นบอกคุณพ่อตลอดบอกคุณแม่ตลอดว่าไปทำอะไร บริสุทธิ์ใจที่จะบอก จริงๆ บอกได้เลยว่านุ่นไม่สบายใจที่มาถามซ้ำๆๆๆ ทั้งที่นุ่นแบบเออ...บอกไปแล้วว่าไม่ใช่ยังไง แต่นุ่นก็เข้าใจว่าพี่ๆ ทำงานด้านนี้ พี่ก็ต้องเสนอข่าว ถ้าจะบอกว่า โห...พี่ถามอะไรนักหนาเนี่ย นังนี่ก็โง่ตายแล้ว ( หัวเราะเพราะว่าตัวเอง ) นุ่นโตมานุ่นก็รู้ว่าบทบาทหน้าที่คนไม่เหมือนกัน นุ่นเป็นนักแสดงแล้วเนี่ยก็ต้องทำงานกับพี่ๆ นักข่าวที่สัมภาษณ์ ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นตัวของตัวเองตลอด 24 ชม. หรือว่าทั้งหมดได้ บางทีมันก็รู้สึกว่ามันมีข่าวอีกแล้ว เกรงใจคุณพ่อ เกรงใจคุณแม่ คนรู้จักนุ่นก่อนที่จะมาเล่นหนัง เพื่อนสนิท ในฐานะสาวที่ตกเป็นข่าวกับ พี่แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์? ( ถอนหายใจ )...นุ่นก็จริงๆ ไม่สบายใจนะ จะถามว่าสบายใจมั้ย? ก็ไม่สบายใจเหมือนกันแหละค่ะ ก็เป็นผู้หญิง เพียงแต่ว่า เรื่องการทำงานเราเข้าใจ นุ่นโตพอที่จะเข้าใจ นั่นคือการทำงาน มันคือวิธีการเขียนข่าว แล้วก็พี่เขาก็ช่วยเชียร์ละคร มองในแง่นี้ไปก็สบายใจ ก็มองเป็นเรื่องตลกดีกว่าค่ะ เหมือนเรามีเรื่องแซวๆ กัน นุ่นไม่อยากคิดมากน่ะ เพราะว่าข่าวมันก็เป็นข่าว ก็รู้ว่าเราทำอะไรก็พอ ล่าสุดนุ่นก็ตกเป็นข่าวกับ ไม้-บวรพจน์ ด้วยอีกคน? ไม้เป็นดัชชี่ฯ รุ่นเดียวกันค่ะ โอ้โห...น้องมาก แล้วที่สำคัญเนี่ยนุ่นไม่ได้เจอน้องไม้ นุ่นมาถ่ายละครกับถ่ายหนังซึ่งคนละค่ายอยู่แล้ว นอกจากต่างกันเรื่องอายุ สถานที่ทำงานก็ต่างกัน นุ่นเข้าใจว่ามันเป็นกระแสก็ปล่อยเขาไป นุ่นเข้าใจว่ามันไม่มีอะไรน่ะค่ะ ซีเรียสตรงที่คุณพ่อคุณแม่ ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจแค่นั้นเอง แต่จริงๆ นุ่นว่าเขาไม่สบายใจเขาก็ไม่บอกเพราะว่าเขารับรู้ทุกสิ่งที่นุ่นทำน่ะ เขาไม่พูดเลยค่ะ ณ ตอนนี้คุณพ่อยอมรับกับสิ่งที่นุ่นทำมากแค่ไหน? คุณพ่อเขาก็โอเค.ค่ะกับการทำงาน เพียงแต่ว่าเขาจะคอยเตือนตลอดว่าถ้าเราจะอันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด ให้เต็มที่ ไม่ให้แบบ...เหมือนมองว่าเป็นงานอดิเรกอีกงานหนึ่ง ไม่ใช่แบบทำส่งๆ ไปแล้วกลับไปเรียนต่อ คือถ้าเราทำก็ทำให้มันดีที่สุด ทำสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด แล้วเขาก็จะพูดเรื่อง...เขาจะเป็นคนที่ชอบเอายุทธศาสตร์การทหารมาประยุกต์ใช้กับการเรียน สมมติขับรถไปส่งนุ่นอย่างเนี้ย เนี่ยยุทธศาสตร์ทางการทหารมาประยุกต์ใช้กับการเรียน นุ่นเอาแผนภูมิพวกก้างปลา เอามานะว่าเป้าหมออะไร ศัตรูคืออะไร ข้าศึกคืออะไร เราก็วางแผนว่าจะเรียนวิชานี้ เราต้องมุ่งหน้าไปทางนี้ แล้วพอมาเป็นนักแสดงปุ๊บนุ่นก็ต้องมองว่าอันเนี้ยใช้วิชาการทูตทางการทหาร เราจะต้องเจอคนเยอะแยะ เราจะต้องพูดจากับคนยังไง ความเป็นธรรมชาติ...สิ่งนี้ใช่มั้ยคือเสน่ห์ของนุ่น? ฮึ...นุ่นไม่มีเสน่ห์ ( หัวเราะ ) นุ่นมีความรู้สึก ถ้าคนเราตั้งใจอยากจะทำน่ะ สมมติเราได้งานมางานหนึ่งนะ เต็มที่ไปเลย มันจะออกโดยที่เราไม่ต้องแบบ ฉันจะต้องออกมาแล้วสวย คนยอมรับ คือไม่อยากให้ไปมองที่ผลของงาน อยากให้มองที่ทำแล้วเราภูมิใจตัวเอง ก็ดีค่ะ นุ่นก็คิดว่านุ่นก็แค่เป็นคนที่คิดอะไรแล้วก็พูดออกมา ก็มีความรู้สึกว่าการที่เราจะทำงาน จะรู้จักใครเนี่ย ควรจะจริงใจต่อกัน แค่นั้นพอ นุ่นคงไม่ถึงขั้นว่า สัมภาษณ์เหรอคะพี่ ( ทำท่าอินโนเซนต์ ) แล้วก็ยิ้มตลอดเวลา นั่งเรียบร้อยแล้วไปตีอีซันนี่ แล้วก็ไม่กินขนม คือ ( หัวเราะ ) ถ้านุ่นจะแบบสัมภาษณ์แล้วนุ่นต้องวางมาด แหม...นางเอก คงไม่ใช่ ก็แค่นั้นเองค่ะ เป็นตัวเรา นุ่นถึงบอกว่าเป็นตัวของตัวเองธรรมดาที่สุดแล้วค่ะ ค่อนข้างไม่ใช่สาวหวานจี๋จ๋า นี่แหละ...เหตุผลที่ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบนุ่น? มี ( หมายถึงความหวาน ) ก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิง เพียงแต่ว่าการที่เราแสดงออกเป็นผู้หญิงมากเกินไปไม่ใช่นุ่น หวานก็มี แต่นุ่นไม่รู้ตัวเอง ต้องให้คนอื่นดูน่ะค่ะว่าหวานยังไง ( หัวเราะ ) มันเห็นเราเป็นผู้ชายหมด ก็มีคุยค่ะ แต่คุยกันเป็นเพื่อนมากกว่า ไม่รู้สิคะเฉยๆ ตอนนี้เรื่องความรักมันไม่ได้เป็นทางที่จะต้องค้นหาให้ได้ ทุกวันนี้เวลามีใครมาถามว่ามีใครมาจีบมั้ย นุ่นถึงบอกว่าไม่มี เพราะว่านุ่นไม่มีความรู้สึกว่าใครเขาเข้ามาคุยกับนุ่นแล้วเขาจะกล้าจีบ อาจจะเป็นเพราะว่า นุ่นมีความรู้สึกว่าสเปกผู้ชายในเมืองไทยนี่เขาจะชอบผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารัก อ่อนหวาน ซึ่งนุ่นโคตรตรงกันข้ามทุกอย่าง ตัวใหญ่ ล่ำ โอ๊ย...ห้าวจัดขนาดนี้ก็อยากมีแฟน เพียงแต่ตอนนี้เรายังไม่มีโครงการว่าอายุขนาดนี้ต้องมีแฟน ตอนนี้อยากทำงานค่ะ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย ( ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 2 - 8 พฤศจิกายน 48 )

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ ของ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา

นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล