ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี

ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กลายเป็นภาพที่คนจำฝังใจกับหนุ่มหล่อหัวโล้นใน 2499 อันธพาลครองเมือง ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี กล้าลงทุนโกนผม นับเป็นการตัดสินใจไม่ผิด เพราะจากวันนั้นติ๊กก็ดังเป็นพลุแตก ด้วยความมุ่งมั่นและรับผิดชอบงาน เจ้าตัวจึงคัดและเลือกเฟ้นแต่ละชิ้นงานจนหลายคนบอกเรื่องมาก กระทั่งถูกตั้งฉายาจากสื่อว่าเป็น พระเอกเทวดา วันนี้เรามีโอกาสดีได้จับเข่าคุยชีวิตของติ๊กชนิดเปิดอก ตอนเด็กๆ ซนมั้ย? ก็ซนตามประสาเด็ก เล่นผาดโผน หนีไปเล่นไกลๆ ไปว่ายน้ำกันที่แม่น้ำเจ้าพระยา ไปโรงงิ้ว พ่อแม่เป็นห่วงกลัวใครจะจับลูกไป ก็เลยโดนตีซะ เมื่อก่อนพ่อจะดุมาก ถ้าพี่น้องทะเลาะกันจะโดนตีหมด แต่พี่จะโดนหนักสุด อาจเพราะมีลูกชายแล้วต้องกำหราบให้อยู่ ผมเข้าใจการกระทำของพ่อวันนั้นถึงได้เป็นเราในวันนี้ รอยที่พ่อตีไม่ได้ฝังใจ แต่รู้สึกดีใจที่โดนพ่อตีพ่อกำหราบ เพราะนั่นทำให้เราแบบอย่างที่เขาอยากให้เป็น รู้จักหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ดื้อ ไม่เกเร เมื่อก่อนบ้านไม่ค่อยมีฐานะ พ่อเป็นวิศวะ รับราชการ แม่อยู่ฝ่ายบัญชีบริษัทยา เราพี่น้องผม, ตั้น ( พิเชษฐไชย ) และตอง ( ปิยะโชติ ) มีคุณยายช่วยเลี้ยง พ่อกับแม่ ติ๊กสนิทกับใคร? สนิทกับแม่มากกว่า แม่ค่อนข้างยืดหยุ่น แต่ก็ตีถ้าผิด แต่จะไม่บ่อย ผมจะดื้อเงียบ อยู่ในบ้านเรียบร้อยแต่พอออกนอกบ้านก็ซ่าซะ เริ่มเกเรช่วงม.ต้น ผมเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนชายล้วนไม่ต้องพูดถึง อยู่ได้ทุกแก๊ง ผลการเรียนม.ต้นใช้ได้ แต่พอม.ปลายการเรียนถดถอย ตอนนั้นทำทั้งกิจกรรมและเพื่อนเยอะ พอเอนทรานซ์ก็เลยไม่ติด มาเรียนที่ม.หอการค้าไทย คณะวิศวะฯ ช่วงนั้นตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ผลการเรียนเทอมแรกแย่ แต่ก็ตั้งใจฮึดใหม่ ตัดทุกอย่างทิ้ง เก็บกีต้าร์เข้ากล่องเลย เพราะถ้ายังเรียนไม่ได้เรื่องอีกก็เปลืองตังค์พ่อแม่ ตั้งใจเรียนเต็มที่ และเราที่เป็นพี่คนโตก็ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องๆ สิ่งเหล่านี้ดึงเราให้ขึ้นมา เฮี้ยวๆ วันนั้น มาวันนี้รู้สึกอย่างไร? ทุกวันนี้ผมยังนึกเสียดายที่ไม่ฮึด ไม่อดทนอีกนิด ก็มักบอกรุ่นน้องว่า ตอนเรียนพยายามทำให้เต็มที่ เมื่อโตขึ้นเราจะรู้สึกว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำมามันไม่ศูนย์เปล่า แต่เมื่อรู้ว่าพลาดแล้วผ่านมาแล้ว เรถเริ่มต้นใหม่ได้ ไม่มีอะไรที่สายเกินไป จุดเปลี่ยนที่ทำให้ก้าวเข้าสู่วงการ? ตอนเรียนป.3 เคยถ่ายโฆษณารองเท้า เป็นตัวประกอบ พอม.ปลายกังซิ่งๆ ซ่าๆ เดินห้างเจอโมเดลลิ่งให้ไปถ่ายงาน พ่อแม่ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ขัด ทุกครั้งที่ไปถ่ายคุณแม่จะไปเป็นเพื่อนเพราะกลัวถูกหลอก จากนั้นก็ถ่ายโฆษณามาเรื่อย จนเรียนปี 2 ได้เล่นหนัง 2499 อันธพาลครองเมือง เริ่มมีชื่อเสียงและงานเข้ามาตึม? ตกใจเหมือนกัน ชีวิตเปลี่ยนไป ถึงงานจะเยอะแต่เรื่องเรียนผมไม่ทิ้ง ที่ตั้งมั่นการเรียนเพราะที่บ้านบอกว่าถ้าทำงานก็อย่าให้เสียการเรียน ผมรู้สึกว่าเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำอยู่ ตั้งเป้าการทำงานอย่างไรบ้าง? แต่ไหนแต่ไรผมทำงานทีละเรื่อง เรียนจบก็ยังเป็นเช่นนั้น เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คนเก่ง ก็ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด วันที่ทำงานเราเต็มที่ พอวันพักก็อยากพักเพื่อชาร์ตแบตฯ ให้ตัวเอง รอให้เรื่องหนึ่งจบแล้วค่อยว่าใหม่เรื่องต่อไป รับงานทีละเรื่อง เป็นเรื่องดีสำหรับหลายๆ ฝ่าย เราได้มีเวลาเตรียมตัว ผู้จัดก็จะได้คิวเราตลอด เรื่องเหล่านี้ผมมองว่าเป็นเรื่องที่เราต้องรับผิดชอบ รู้สึกอย่างไรกับฉายา พระเอกเทวดา ? ฟังดูน่ารักดี ถ้าเราเป็นเทวดาได้จริงก็อยากสร้างสรรค์ให้โลกนี้มีแต่สิ่งดีๆ จริงๆ ผมเป็นคนสบายๆ ง่ายๆ ติดดิน สิ่งต่างๆ ที่ผ่านมานั่นคือตัวตนของผมจริงๆ พอเวลาทำงานผมก็อยู่แบบง่ายๆ ตั้งใจทำงาน คือผมเป็นเพียงแค่คนทำงานคนหนึ่ง ที่อยากทำงานในชิ้นนั้นๆ ให้ดีที่สุด แต่บางเรื่องบางมุม ถ้ามีการฟังกันมากขึ้น คุยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น คิดว่าทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น ขอคำยืนยันว่าไม่ได้เป็นพระเอกที่แตะไม่ได้? ถ้าเกิดผมไม่เป็นคนง่ายๆ ผมจะทำรายการ เนวิเกเตอร์ ไม่ได้ เพราะการไปทำรายการนั้นเป็นสุดยอดความลำบาก 8 ปีผมพูดถึงธรรมชาติ การแบกเป้เข้าป่า ตั้งแคมป์ ผมก็เลยนำภาพต่างๆ ในสถานที่ที่ผมไปมาให้เห็นว่านี่เป็นความชอบของผม ได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม และวิถีชีวิตชาวบ้านต่างจังหวัด ไม่ได้สร้างภาพ? คงสร้างไม่ได้หรอก ที่ผมทำเพราะใจรัก กินข้าวกลางป่าสุกๆ ดิบๆ ไม่ได้อาบน้ำ 2-3 วัน ไม่ได้นอนบนที่นอนนุ่มๆ แต่ที่ทำได้เพราะชอบธรรมชาติ รายการนี้เป็นรายการของตั้น ดีใจที่น้องชายพยายามสร้างความมั่นคง ผมเลยช่วยเต็มที่ คิดว่าตัวเองเป็นพี่ชายที่ดีสำหรับน้องๆไหม? จริงๆ ผมเป็นพี่ที่ดุถ้าน้องทำอะไรไม่ดี ตลอดมาผมเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องในทุกๆ ด้าน ความเสียสละ การดูแล และมาวันนี้น้องอยากทำอะไรที่เป็นไอเดียที่ดี เกิดประโยชน์ ไม่ทำร้ายใคร ผมช่วยเต็มที่ อะไรที่ทำคิดว่าพ่อแม่ภูมิใจที่สุด? การที่เราเป็นคนดีของท่าน ไม่เป็นเด็กเกเร ไม่ติดยาเสพติด พอถึงวันนี้ผมได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณท่าน ครอบครัวเราสุขสบายขึ้น คุณยายผมท่านยังอยู่ รอดูความเคลื่อนไหวความสำเร็จของหลาน ผมอยากนำความสำเร็จตรงนี้มอบกลับคืนให้บุพการี อยู่วงการมา 8 ปีกับงานแสดง รู้สึกอย่างไร? ช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้ผมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน มีประสบการณ์ เห็นโลกกว้างใหญ่มากขึ้น แต่ก่อนผมเป็นคนพูดน้อย แต่พอรู้จักคนมากขึ้น ได้คุยสนทนา เจอผู้ใหญ่เลยทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ตามไปด้วย เดินตามปลายทางความฝันของตัวเองแล้วหรือยัง? คนเรามีฝัน ผมเองก็มี ฝันผมไม่ได้สูงนัก ผมฝันอยากเป็นเกษตรกร วันหนึ่งอยากใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ปลูกข้าว เลี้ยงวัว ถ้าจะทำในวันนี้คงยังเป็นไปไม่ได้ แต่ตราบใดที่มีฝัน สักวันจะเป็นไปได้ครับ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล