ขวัญ-อุษามณี ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของข่าว

ขวัญ-อุษามณี ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของข่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
การถูกจับตามองว่าเป็นดาวรุ่ง เป็นดาวจรัสแสงที่ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงง่ายๆ เสียด้วยสำหรับ ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ นางเอกสาวดาวเด่นที่มาแรงไม่แพ้ใครถูกผู้ใหญ่ป้อนงานให้ไม่ขาด ถึงตอนเล็กๆ ได้เป็นเพียงนางเอกตอนเด็กของช่อง 3 หนองแขม แต่พอโตเป็นสาวน้องขวัญก็ไปได้ดิบได้ดีที่ช่อง 7 แถมยังถูกดันให้เป็นนางเอกแถวหน้าทันทีมีละครให้เล่นติดๆ กันหลายเรื่องทั้ง อกธรณี, แม่คุณทูนหัว, ใจเดียว, ตะวันชิงพลบ, ฟ้าสวย เลนส์ใส และที่กำลังถ่ายทำอยู่ก็มี พลิกดินสู่ดาว กับเรื่อง เลือดในดิน คำว่า ประสบความสำเร็จ สำหรับขวัญคืออะไร? คือคนที่พร้อมสำหรับทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างเดียว การใช้ชีวิตด้วยตัวเราเองด้วย การใช้ชีวิตทุกอย่างแฮปปี้ คนรอบข้างมีความสุข นี่คือการประสบความสำเร็จของขวัญ การประสบความสำเร็จสำหรับขวัญมันไม่ใช่ว่ารวยทะลุฟ้าหรือว่าเป็นดาราดังซูเปอร์สตาร์ ไม่ใช่ความหมายของแต่ละคนมันต่างกัน ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเรียกว่าช่วงแฮปปี้จนที่จะเรียกว่าประสบความสำเร็จน่ะค่ะ มันเป็นเวลาที่เด็กกำลังจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ น่ะค่ะ ขวัญเป็นหนึ่งในนางเอกที่ผู้จัดฯ หลายคนอยากได้ไปร่วมงานด้วย? ไม่ใช่ว่าเป็นที่ต้องการหรอกค่ะ แต่ผู้ใหญ่หลายๆ ท่านเนี่ยเขาจะให้ความเมตตากับขวัญ ด้วยความที่ขวัญอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เด็ก และเขาก็รู้ว่าขวัญมีภาระอะไรบ้าง ขวัญก็มีภาระทางบ้าน ครอบครัว ทำงานมาก็ไม่ได้เอาเงินไปเที่ยวหรืออะไร เขาก็โอเค.เด็กกตัญญูเขาสนับสนุน พยายามทำให้เด็กมีกำลังใจในการทำงานน่ะค่ะ ผู้ใหญ่แต่ละท่านก็จะเออ...เราทำตัวอย่างนี้ดีแล้วนะ อย่าให้มีข่าวมากดูแลตัวเองให้ดี คนดูมากมายชื่นชมขวัญในเรื่องการแสดง แล้วขวัญรู้สึกชื่นชมตัวเองกับเรื่องนี้มากแค่ไหน? คือขวัญพอใจ คือภูมิใจน่ะค่ะ เราก็อุ่นใจที่เขาชอบเรา เขาให้การสนับสนุนเรา เราหายเหนื่อยกับการที่ทำงานแล้วไม่ได้นอนเลย ไม่ได้ไปไหนเลยแล้วก็เหนื่อย แต่พอเราออกไปข้างนอกปุ๊บมีคนชม เออ...ดีนะ เล่นมาแล้วคนชอบมันคุ้มกับที่เราเหนื่อยจริงๆ ยังมีสิ่งไหนอีกบ้างมั้ยที่ขวัญรู้สึกว่าตัวเองต้องปรับปรุง? ต้องใช้คำว่า เรียนรู้ ค่ะ ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ถ้าปรับมันหมายถึงว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างหนึ่ง แต่มันไม่ใช่มันคือการเรียนรู้ การพัฒนาไปเรื่อยๆ ทุกอย่างน่ะ การใช้ชีวิต การวางตัว คาแรกเตอร์เรา ยิ่งบทละครเนี่ยมันจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัยเราและก็ยุคสมัย ไม่ใช่ว่าต้องเล่นวัยเราอย่างเดียวมันสามารถพัฒนาไปได้ถึงโต หรือไปอยู่อีกสังคมหนึ่งที่เราไม่เคยอยู่ มันเป็นการท้าทายด้วยว่าทำ่า แล้วผู้ใหญ่เวลาได้บทมาผู้ใหญ่เขาจะเห็น โอเค.เราสามารถทำได้แล้วนะถึงจะเป็นแบบนี้ เราก็ต้องมีความพยายาม ในละคร ฟ้าสวย เลนส์ใส ขวัญเล่นคู่กับ น้ำ-รพีภัทร ก็ตกเป็นข่าวกับน้ำอีกจนได้? ( หัวเราะ ) ไม่หรอก คือขวัญมองว่าพี่น้ำเขาไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้ คือถ้ามองอย่างไม่คิดอะไรน่ะ ก็จะมองว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ จะมองว่าเขาเอนเทอร์เทนผู้หญิงดี เทคแคร์ผู้หญิง เพราะว่าด้วยความที่พี่เขาอยู่กับครอบครัวมีคุณยายด้วย แม่เขาด้วย คือจะอยู่สังคมผู้หญิงมันเป็นการดีที่ผู้ชายต้องเทคแคร์ผู้หญิงอยู่แล้ว แล้วผู้หญิงเป็นเพศแม่ เป็นเพศที่อ่อนแอกว่า พอไปเจอเด็กๆ น้องๆ ที่เด็กกว่าพี่เขาเนี่ยความเป็นพี่ชายมันจะนำขึ้นมาว่า เอ๊ย...เราต้องดูแลเด็ก ดูแลน้องคนนี้นะ เขาทำงานกับเรา คือน้องสาวเรา คือประมาณนี้มากกว่า เหมือนกับสังคมนิยมไงคะ มันจะไปในทางที่แบบว่ากิ๊กกัน? ชอบกันเหรอ? ชู้สาวกั? คนจะมองในแง่นี้มากกว่า แล้วยิ่งเขาเป็นผู้ชายแล้วคือ พี่น้ำ-รพีภัทร ถ้าเป็นคนอื่นก็จะไม่มองว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้ จะมองว่าเป็นสุภาพบุรุษเทคแคร์ผู้หญิงก็ได้ ชีวิตจริงหลายคนอยากเป็นดารา อยากเป็นดาวในวงการมายาอย่างที่ขวัญเป็น? คงจะประมาณหนึ่งน่ะค่ะ แล้วด้วยความที่ขวัญอยู่ตรงนี้มานานเนี่ย เมื่อก่อนเวลามีข่าวอะไรมาผู้ใหญ่เขาจะสอนว่าเวลามีข่าวอย่างนี้มาไม่ต้องไปสนใจ โอเค.พูดได้แต่พอประมาณ ถ้าพูดมากไปก็เหมือนเป็นน้ำไร้สาระ เราต้องทำตัวเองให้ดีกว่าที่เขาพูด ถ้าไม่อย่างนั้นเขาเอาไปเขียน เราไปเป็นทาสตัวหนังสือ เราแพ้ เราเป็นคนที่ไม่มีคุณค่า ถ้าเราทำตัวเราให้มีคุณค่าทำตัวเราให้เหนือกว่าคำที่เขาเขียน อย่างสมมติว่าขวัญเป็นเด็ก...อะไรอย่างเนี้ย เราก็ทำตัวให้ดีกว่านั้นสิ เอาชนะเขาด้วยวิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่ไปพูดโวยวาย มันไม่ใช่วิธีแก้ของคนมีสมอง เพราะนักแสดงเนี่ยต้องกระทบหลายอย่างทั้งข่าวดีข่าวไม่ดี เสียบ้างไม่เสียบ้าง อันไหนทำดีก็เสมอตัวถ้าอันไหนทำไม่ดีปุ๊บ พอพี่คนที่ 2 มาถาม 3 มาถาม 4 - 5 มาถามเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นเหยียบย่ำไปและทุกอย่างมันจะตก ถ้าเราเปลี่ยนแปลงให้เป็นกำลังใจของเราเป็นพลังน่ะ มันก็จะได้ดี ขวัญจะรู้สึกยังไงคะถ้าสมมติมีคนมาบอกว่าขวัญขายหน้าตามากกว่าความสามารถ? ก็ขอบคุณที่เขายังอุตส่าห์มองว่าเราหน้าตาดี ( หัวเราะ ) แต่เราก็...ไม่เป็นไร ก็โอเค.ขอบคุณค่ะ โอเค.ทีนี้เราก็มั่นใจว่าหน้าตาเราดี ( หัวเราะ ) ถ้าเขาพูดมาอย่างนี้แล้วเรารู้ว่าฝีมือการแสดงเราไม่ถึง เอาความโกรธมาเป็นพลัง เราต้องพยายามเพื่อที่จะได้ดีทั้งสองอย่าง เพราะเขาพูดว่าเราดีหน้าตาแล้วไม่เป็นไรเอาการแสดงไปด้วย ฟังจากคำตอบก็พอจะรู้ว่าขวัญเองก็เป็นคนแกร่งและเข้มแข็อตัว? ไม่ใช่คนเข้มแข็งหรอก เป็นคนที่...คือเราน่าจะเป็นคนที่รู้จักการใช้ชีวิตมากกว่า ทำยังไงให้เราเซฟสุขภาพจิตตัวเอง สุขภาพจิตของคนรอบข้าง ต้องมีสมองในการใช้ชีวิตน่ะค่ะ คุณพ่อคุณแม่รู้เพราะเขาเป็นคนเลี้ยงขวัญ แล้วตัวเราก็ทุกข์ เวลาทำงานอะไรมันก็จะไม่แฮปปี้ ผลงานออกมาไม่ดีมันก็จะยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่ด้วย หนูไม่ได้เสียใจกับข่าวไหน แต่เวลาเห็นพ่อแม่นั่งนิ่งน่ะมีความรู้สึกแล้วว่า เอ๊ย...หนูมาอยู่ตรงนี้ อันไหนเราทำไม่ดีอย่างเนี้ย ไม่ใช่ว่าขวัญทำนะ คือที่คนเขามองแตกต่างกันออกไปอย่างเนี้ย ภาพกับคำที่มันสื่อออกมามันผิดกัน หนูก็จะรู้ว่าโอเค.เราพูดมากมันเข้าถึงตัวแล้ว มันยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลย หนูก็พูดในสิ่งที่สำคัญดีกว่า ความฝันสูงสุดในวงการบันเทิงของขวัญคืออะไร? หนูมาอยู่ตรงนี้หนูก็ไม่ได้คิดไม่ได้ฝันนะ ทำไปเรื่อยๆ มันเป็นความผูกพันมากกว่า เรามีแรงเราก็ทำไป แล้วอย่างบทก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้เล่นเป็นนางเอก ตอนเด็กๆ เราก็เล่นเป็นเด็ก โตมามันเหมือนบทพัฒนาไปเรื่อยๆ ผู้ใหญ่ก็เห็นว่าเราน่าจะมีความสามารถแล้วนะ เออ...น่าจะลองเปลี่ยนดูมั้ยอย่าง ซาเนีย ก็เปลี่ยนเป็นบทร้ายใช่มั้ยคะ ถ้าเราเป็นคนมีคุณภาพมันก็สามารถเล่นได้หลายๆ ตัว ไม่ใช่เล่นแค่ตัวนี้ตัวเดียว หนูก็คงอยู่วงการนี้ไปเรื่อยๆ น่ะค่ะ เพราะมันเป็นวงการที่หนูรักทำมาตั้งแต่เด็ก อนาคตจะเป็นยังไงหนูไม่ทราบ หนูไม่ได้หวัง หนูแค่ทำตรงนี้ให้ดีที่สุด มันไม่มีอันไหนคือความฝันสูงสุด ความฝันมันเหมือนการคิดที่เราไม่รู้ว่าทำได้หรือทำไม่ได้ สำหรับหนูบางอย่างมันเหมือนกับการเพ้อเจ้อ มันเหมือนกับเราเอาเวลานั้นที่ไปนั่งฝันไปนั่งเพ้อเจ้อเนี่ยไปทำงานดีกว่า หนูว่ามันน่าจะมีคุณค่ากับเวลามากกว่า สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 17-23 พฤษภาคม 49

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ ขวัญ-อุษามณี ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของข่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล