จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข หัวใจที่แข็งแรง

จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข หัวใจที่แข็งแรง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ผ่านมรสุมชีวิตรักมาจนกระทั่งตั้งหลักได้อย่างสวยงาม มาวันนี้ชีวิตของนางเอกชื่อดัง "จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข" กลับมามีชีวิตที่สดใส แถมหัวใจของเธอยังแข็งแรงกว่าที่เคยเป็น แม้ว่าล่าสุดจะมีข่าวออกมาว่าอดีตคู่หมั้น "ชาคริต แย้มนาม" จะขอกลับมาคืนดีกับเธออีกครั้ง แต่เอ...งานนี้ "จั๊กจั่น" จะให้คำตอบอย่างไร ลองไปค้นหัวใจของเธอกันเลย เล่นซิทคอม "ผู้กองเจ้าเสน่ห์" เริ่มเข้าที่เข้าทางบ้างหรือยัง? ตอนนี้เริ่มอยู่ตัวแล้ว ตอนแรกมันก็มีเกร็งบ้าง แต่พอเล่นๆ ไปนักแสดงก็สนิทกันมากขึ้น มุกก็ทันด้วย มีขายมุกผู้กำกับด้วยนะ ( หัวเราะ ) นี่จั่นเพิ่งจะถ่ายมา 4 วันติดเลย เพราะเดี๋ยวพี่มอส ( ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ) ต้องเล่น "ฟ้าจรดทราย" ต่อ ตอนนี้จั่นก็เลยได้พัก 1 เดือน แล้วค่อยถ่าย "ผู้กองเจ้าเสน่ห์" ต่อ แต่จั่นก็ยังถ่ายละครเรื่อง "เปลือกเสน่หา" อีก 1 เรื่องด้วยนะ เรื่อง "เปลือกเสน่หา" มีซีนอารมณ์เยอะไหม? เรื่องเปลือกเสน่หาต่างกับซิทคอมเลยนะ เพราะมีซีนอารมณ์เยอะ เวลาเข้าฉากกับพี่แหม่ม ( คัทลียา แมคอินทอช ) จะเขินเพราะเราปลื้มเขาด้วย ถามว่าเครียดมั้ยที่ต้องเล่นซีนอารมณ์ ก็เครียดนะ ต้องทำการบ้านเยอะ ในเรื่องเป็นสาวอาร์ต เป็นแฟนของหมอปุ่น ( ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ) ซึ่งเขาเป็นน้องคนเล็กของพี่แหม่ม พี่แหม่มก็รักน้องมาก เราเรียนศิลปะ เขาเรียนหมอ เขาเลยไม่มีเวลาให้เรา แต่พอมาเจอพี่ป้อง ( ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ) เราก็เลยรู้สึกดีกับพี่ป้อง พี่แหม่มก็เลยเข้าใจผิด เล่นละครเครียดๆ แบบนี้ มีติดกลับไปบ้านบ้างหรือเปล่า? มีนะ สมมติถ่ายมา 10 ครั้ง จั่นกลับมาร้องไห้ที่บ้าน 5 ครั้ง คือมันติดอารมณ์มาจากงาน บางทีก็เครียด เพราะอยากทำให้ดีกว่านี้ เพราะซีนสะเทือนใจมันเยอะ ไม่ใช่เราไม่รักแฟนนะ เราก็รัก แต่ต้องเลิก เพราะยิ่งคบไปก็ไม่รอด มันต้องบอกเลิกทั้งๆ ที่ยังรัก บทมันโดน ( หัวเราะ ) มาถึงวันนี้คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกที่มีชื่อเสียงหรือยัง? ไม่คิดว่าตัวเองเป็นนางเอก คิดว่าตัวเองเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่เล่นได้ทุกบทบาท บทบาทไหนก็ได้ที่มีความสำคัญ เป็นตัวดำเนินเรื่อง ไม่คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกที่มีชื่อเสียง ฝีมือของจั่นต้องพัฒนาอีกเยอะ ยังอยู่ระดับต้นๆ พี่ๆ ในวงการยังเก่งกว่าจั่นเยอะ ต้องขอคำปรึกษาจากผู้กำกับการแสดงอีกมาก แสดงว่าไม่ยึดติดกับคำว่า "นางเอก" ? แล้วแต่ละคนมากกว่า อยู่ที่จุดยืนของแต่ละคน นักแสดงบางคนอาจจะวางไว้ว่าฉันต้องเป็นนางเอก แต่จั่นอยากเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพมากกว่า คนดูแล้วเชื่อได้ว่าเราเป็นคนคนนั้นจริงๆ อย่างจั่นเล่น "ผู้กองเจ้าเสน่ห์" เป็นตำรวจ เราไปเดินตลาดก็อยากให้คนมองว่าเราเป็นตำรวจจริงๆ อยากเป็นนักแสดงที่เล่นได้ทุกบท เล่นแล้วคนดูเชื่อ ตัวตนที่แท้จริงของจั๊กจั่นเป็นคนอย่างไร? เป็นคนอ่อนไหวง่าย แต่ก็เป็นคนอารมณ์ดี ขำๆ คือก็เหมือนคนทั่วไปที่เขาเป็นนั่นล่ะ เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีด้วยซ้ำ มองโลกในแง่ดีมากๆ ใครเข้ามาหาจั่น เราจะมองคนในแง่บวก อย่างถ่ายละครแรกๆ กลับมา ร้องไห้เลยนะ เพราะบางทีเราไม่คิดอะไรกับใครเลย แต่ทำไมเขาเอาเราไปพูดแบบนั้น อย่างถ่ายละครอยู่ แล้วมันร้อนมาก เราก็แค่บ่นว่าร้อนๆ กลายเป็นว่าเราเรื่องมาก เราก็พูดเฉยๆ ด้วยความที่เราไม่รู้ แบบนี้การที่จะพูดอะไรออกมาทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้นไหม? ก็ต้องระวัง หลังจากเหตุการณ์ปีที่แล้วมันสอนอะไรเราเยอะมาก คนเรามีทั้งคนชอบและไม่ชอบเรา แต่ท้ายที่สุดมันก็อยู่ที่ตัวเราว่าเราเป็นยังไง คนรอบข้างรู้ว่าเราเป็นยังไง บางทีการที่เราไปแคร์ทุกอย่างมันก็จะกดดัน จั่นก็พยายามใช้ชีวิตปกติธรรมดาทั่วไป กินข้าว ดูหนัง แสดงว่าเริ่มไม่แคร์ว่าใครจะมองอย่างไรแล้ว? มีหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่าเป็นนางเอกที่เข้าถึงตัวยาก เหมือนสังกัดให้ปิดเรื่องแฟน หลังจากมีข่าวกับพระเอกไม้เลื้อย กว่าจะสัมภาษณ์ได้แต่ละทียากมาก จริงๆ มันไม่ใช่เลยเราอาจจะติดถ่ายละคร ประชาสัมพันธ์เขาก็รับโทรศัพท์แทนเท่านั้นเอง จริงๆ ถ้าใครสัมภาษณ์จั่นไม่มีปัญหาเลย ช่วงชีวิตที่ผ่านมามีเรื่องเกิดขึ้นเยอะ จั๊กจั่นก้าวผ่านตรงนั้นมาได้อย่างไร? ช่วงที่ผ่านมาในแต่ละวันของจั่นมันก็สอนจั่นเยอะขึ้น วันนี้จั่นก็โตกว่าเมื่อวานนี้ สอนเรื่องการวางตัวว่าจะต้องวางตัวยังไง อย่างจั่นไปเดินพารากอนกับพี่ชายแท้ๆ ก็มาลงข่าวว่าจั่นควงตี๋อวบ เราก็เอ...ทำไมแบบนี้ ยังไงความจริงมันคือความจริง วงการนี้มันให้ทั้งเรื่องดีและไม่ดี อยู่ที่เราจะรับมืออะไรกับมัน ถ้าเราไปคิดมาก คนที่เขาพูดก็นอนหลับสบาย แต่เรากลับเป็นคนคิด เมื่อก่อนจั่นเป็นคนแคร์คนมาก กลับมาคิดแล้วก็ร้องไห้ แต่ตอนนี้เรามีหน้าที่ทำงานให้ดีที่สุด ถ้าจะกลับมาเครียดเรื่องงานก็เป็นเรื่องปกติ อยู่ที่เราจะจัดการยังไง ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ปล่อยวาง ที่ผ่านมามีคนให้กำลังใจเยอะไหม? ตอนที่จั่นมีเรื่องไปไหนคนก็ให้กำลังใจ จั่นดีใจนะ อย่างไปตลาดป้าๆ ในตลาดบอกว่าไม่มีใครรัก ป้ารักนะ หรือแม้กระทั่งแฟนคลับ พี่ๆ นักข่าวก็ให้กำลังใจ จั่นก็รู้สึกดี ที่มีคนรักเราอยู่ ถือว่ามันผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว เข็ดไหมกับความรัก? ตอนนี้ยังไม่อยากมีแต่ไม่เข็ดนะ การที่เรามีความรักมันก็แฮปปี้ดี แต่มีรักมันก็มีทุกข์ มีสีชมพูก็ต้องมีสีดำ แต่เราจะทำยังไงเท่านั้นเองในตอนมีทุกข์ ตอนนี้จั่นแฮปปี้ เรายังมีอะไรที่จะทำอีกเยอะ ทั้งงานดีไซน์ อยากเปิดร้าน จั่นว่าความรักไม่ต้องเป็นเรื่องของหนุ่มสาวก็ได้ นี่จั่นก็เพิ่งจะลงใต้ ไปช่วยเด็กที่โดนสึนามิมา แล้วก็ไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ไปเจอเด็กคนหนึ่งต้องเจาะคอ ให้อาหารทางสายยาง เราเลยรู้สึก ว่ายังมีคนที่แย่กว่าเรา ทำไมเราต้องไปทุกข์ ทำไมเราต้องไปรู้สึกแย่กับตัวเอง ก็ถือว่ามันเป็นประสบการณ์ไปแล้วกัน ล่าสุดได้ข่าวว่าพี่ชาคริตมาขอคืนดี จั๊กจั่นใจอ่อนบ้างไหม? อันนี้จั่นตอบเลยว่าไม่อยากพูดอะไรมาก ตอนนี้จั่นกับพี่คริตเป็นพี่น้องร่วมวงการ ถามว่าเขาขอคืนดีมั้ย อันนี้ไม่รู้ เขาก็โทรมา เห็นว่าเราไม่สบาย แล้วเขาไปเที่ยวเมืองนอก มาก็เอาช็อกโกแลตมาฝาก ณ ตอนนี้จั่นกับเขาเป็นพี่น้องร่วมวงการเท่านั้นเอง เหมือนจั๊กจั่นจะเจ็บแล้วจำใช่หรือเปล่า? ( คิดนาน ) ไม่รู้ ไม่เรียกว่าเจ็บแล้วจำ ตอนนี้จั่นรู้แล้ว ว่าเราทำอะไรแล้วมีความสุข แล้วอะไรที่จั่นทำแล้วไม่มีความสุข มีข่าวอีกว่าพี่ชาคริตจะแต่งงานสายฟ้าแลบกับ "นุ่น-สินิทธา บุณยศักดิ์" ? จั่นก็ทราบจากพี่โทรมาบอกนี่ล่ะ เฉยๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย มันก็เป็นเรื่องของพี่เขา ความสัมพันธ์จั่นกับพี่เขาก็เป็นพี่น้องร่วมวงการ ถ้าเขาจะมีความสุขก็โอเค ก็ดีด้วย ก็ไม่รู้สึกอะไร ถ้าเจอกัน ร่วมงานก็ทำได้ปกติ อย่างช่วงที่ผ่านมาไม่สบายเขาก็โทรมาถาม ก็ปกติ จั่นไม่รู้เรื่องของพี่เขา เรื่องจั่นกับพี่เขามันจบไปแล้ว ไม่อยากพูดถึงพี่เขากับใคร เพราะจั่นไม่ได้อยู่จุดๆ นั่นแล้ว ไม่ออกความคิดเห็นดีกว่า มันเป็นเรื่องของเขาสองคน เปิดโอกาสให้คนอื่นมาศึกษาหัวใจบ้างหรือยัง? ตอนนี้ยัง ถ้าคุยก็คุยเป็นเพื่อน เพราะอยากทำงาน ยังสนุกกับตรงนี้อยู่ จั่นยังอายุ 25 ปีเอง ไม่เห็นต้องรีบเลย ของแบบนี้เขาบอกว่ามันจะมาก็มา อย่าไปพูด เฉยๆ ไว้ดีกว่า จริงๆ ก็มีคนเข้ามาคุย แต่เป็นเพื่อนกัน ไม่ได้ปิดตัวเอง แต่จะบอกเลยว่ายังไม่อยากมี ณ วันนี้มุมมองความรักเปลี่ยนไปไหม? เปลี่ยนไป โตขึ้น เมื่อก่อนความรักของจั่นคือสิ่งสวยงามมาก เดือนพฤษาคมปีก่อนกับปีนี้ ต่างกันมาก ปีนี้จั่นโตขึ้นมาก เมื่อก่อนคิดว่าความรักคือความเข้าใจ เสียสละ ความเห็นใจกัน ความให้เกียรติกัน คนที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยได้ ต้องเป็นได้ทั้งเพื่อนพี่น้อง เป็นคนในครอบครัว แต่มาถึงวันนี้ความรักของจั่น มันคิดมากขึ้น ถ้าจั่นจะมีความรักครั้งใหม่ จะใช้สมอง เหตุผลมากขึ้น ไม่ได้ใช้อารมณ์ หรือใช้หัวใจอย่างเดียว ยอมรับว่าที่ผ่านมาใช้หัวใจอย่างเดียว ไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลย แต่ที่ผ่านมาจะใช้ธรรมะในการฟื้นฟูสภาพจิตใจ? ช่วยได้เยอะมากๆ ไม่รู้ว่าคนอกหักแต่ละคนมีวิธีแก้ยังไง อย่างจั่นอยู่กับเพื่อน แล้วจั่นก็มาทางธรรมะ แล้วแต่คนจะมอง จั่นก็เข้าเบญจเพสด้วย แล้ววันนั้นก็ใกล้วันเกิดแม่ด้วย ช่วงนั้นมีข่าว แม่ก็เลยไม่สบายใจ อีกอย่างแม่เป็นผู้จัดการแบงก์ เจอคนมากมาย มันเหมือนวุ่นวาย พอบวชเราก็รู้สึกสบายใจขึ้น ทุกอย่างตายไปก็เอาไปไม่ได้ เราทำแต่ละวันให้ดีที่สุด เชื่อว่าถ้าวันนี้จั่นทำดี พรุ่งนี้ของจั่นก็จะต้องดี ถ้าคิดดีกับคนอื่นตัวจั่นก็มีความสุข เหมือนเริ่มปลงกับชีวิต? ธรรมะทำให้เราปล่อยวาง อยู่กับปัจจุบัน เดี๋ยววันที่ 5-6 นี้จั่นก็จะไปบวชที่ จ.นครราชสีมา คือจั่นก็ไปวัดอยู่เรื่อยๆ เรื่องที่ผ่านมา มันก็ทำให้เรามีข้อดีเหมือนกันนะ อย่างวันไหนจั่นเหนื่อยๆ แย่ๆ ก็ไปช่วยน้องๆ ที่ด้อยโอกาส อย่างเห็นน้องๆ ใส่เสื้อผ้า บางทีเรายังคิดเลย ว่าผ้าขี้ริ้วยังใหม่กว่าเสื้อน้องเขาอีก เขาแย่กว่าเราตั้งเยอะแยะ ทำไมเราคิดทำร้ายตัวเองได้ยังไง พยายามไม่คิดอะไรมาก คิดว่าสิ่งไหนที่เกิดขึ้นมันก็จะดีขึ้นเสมอ เป็นเรื่องของประสบการณ์ เป็นบทเรียนสำหรับเรา ถ้าฉันเจอเรื่องแบบนี้อีก ก็จะไม่เสียใจเท่ากับที่ผ่านมา ก็ดีที่มันจบแค่นี้ ไม่ได้ถลำลึกไปมากกว่านี้จนถอนตัวไม่ขึ้น อย่างน้อยคราวหน้า ฉันก็จะไม่เป็นแบบนี้อีก ทำให้เราคิดได้ มองมุมมองของคนอื่นบ้าง ฟังความคิดเห็นคนอื่นมากขึ้น สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข หัวใจที่แข็งแรง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล