พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช

พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เสี้ยวหนึ่งบนเส้นทางบันเทิงของสาวน้อยร้อยล้าน "พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช" การทำงานในสถานะของคำว่านักแสดงตลอดเวลา 18 ปี เธอผ่านมาแล้วทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคราบน้ำตา !! "เส้นทางการเดินต่างหากที่ทำให้เราดูเหมือนต้องแข่งกัน" จากผลงานละครเรื่องดัง "สาวน้อยร้อยล้าน" ที่ออนแอร์ช่วงกลางปีที่แล้ว ส่งผลให้นางเอกหน้าคมกลายเป็นนางเอกเนื้อหอมที่ค่ายละครต่างๆ ต้องการตัวไปร่วมงานด้วยมากที่สุด และเพลงประกอบละคร "จั๊กจี้ไหมค่ะ?" ที่เธอร้องในละครเรื่องนี้ ยังส่งผลให้เธอมีงานโชว์ตัวและเดินสายร้องเพลงทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีโอกาสได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแบบไร้คู่แข่ง เป็นเวลากว่า 18 ปีที่เธอทำงานในวงการบันเทิง อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไปและอะไรคือสิ่งที่ยังคงอยู่ในตัวเธอ วันนี้เรามีคำตอบ? พวกเราเห็นพิ้งกี้แสดงละครมาตั้งนาน แต่ว่าไม่ค่อยมีใครรู้ว่าพิงกี้เข้าวงการมาได้ไง ? กี้เข้าวงการมาตั้งแต่ 7 ขวบค่ะ เราไม่ได้ตั้งใจมาก่อนนะ คือตอนนั้นกี้ไปเดินเล่นกับพี่ที่เดอะมอลล์ แล้วก็มีโมเดลลิ่งมาเรียกกี้ไปถ่ายโฆษณา ซึ่งตอนนั้นกี้เป็นคนขี้อายก็จะแอบอยู่ข้างหลังพี่ชาย งานแรกก็ได้โฆษณาของโซนี่ งานนี้เป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้กี้เหมือนกัน พอดีมันไปเตะตาอายุ-ยุวดี ช่อง 3 เรื่องแรกก็ได้เล่นกับพี่ตุ๊ก-จันจิราเรื่อง "ไฟในดวงตา" กี้เล่นเป็นลูกพี่ตุ๊กค่ะ จากนั้นก็มาเล่นทางช่อง 7 เรื่องแรกคือ "วันนี้ที่รอคอย" กี้เล่นเป็นพี่แอน-สิเรียมตอนเด็ก จริงๆ เค้าเรียกพี่ชายหนูไปเล่นเป็นพี่เบิร์ดตอนเด็กก่อน แต่พี่หนูเค้าเล่นไม่ได้ซักที หนูก็คอยสอนเค้าว่าเล่นอย่างงี้ซิ ไปๆ มาๆ ทางทีมงานก็บอกว่ามาเล่นแทนเลยสิกำลังหาคนไม่ได้อยู่ หนูก็เลยได้เล่นเป็นพี่แอนแล้วก็เล่นมาเรื่อยๆ แต่เรื่องที่ทำให้คนรู้จักหนูมากที่สุดน่าจะเป็น "ดาวพระศุกร์" ดาราเด็กรุ่นเดียวกันก็มีอย่าง "น้องขวัญ-อุษามณี, หยาด-หยาดทิพย์ กี้เล่นละครมาประมาณ 50 เรื่องแล้วค่ะ เข้าวงการทำงานมาตั้งแต่เด็ก ช่วงนั้นกี้รู้สึกยังไงบ้าง ? กี้เป็นเด็กที่รักเรียนมาก เรื่องเรียนจะต้องมาก่อน กี้ไม่ชอบทำงานค่ะ รู้สึกว่าเรียนได้แค่ครึ่งวันก็ต้องออกไปทำงานแล้ว แต่จะขออยู่กับเพื่อนแป๊บนึง การใช้ชีวิตก็มีบ้างที่ต้องไปถ่ายต่างจังหวัด หนูคิดว่าละครสมัยก่อนอึดกว่าสมัยนี้มาก มันลำบาก ตอนเด็กๆ กี้จะได้ยินจากพวกพี่ๆ ในกองเค้าบอกว่าสมัยเด็กกี้ร้ายมากเลย พี่ช่างผมจะชอบแกล้งหนู อย่างหนูตื่นมาก็จะง่วงนอน แล้วพี่เค้าจะชอบจับผมหนูดึงเล่น หนูก็จะบอกว่าเบาๆ หน่อยซิเจ็บ แล้วเค้าก็จะแกล้งทำผมยุ่งๆ ให้เรา หนูมองกระจกแล้วก็แกะเปียที่เค้าทำให้ แล้วก็ทำหน้าเชิดๆ แบบว่าแกล้งคืนค่ะ ( หัวเราะ ) กี้เป็นเด็กที่ถ้าตั้งใจทำงานก็จะทำไปจนถึงตี 3 ตี 4 ได้ แต่ขอเวลาเรียน ถ้าเรียนแล้วมยุ่งกับเรานี่ไม่ได้เลย ก็มีงอแงเวลาที่มีคนมาปลุกไปถ่ายละครตอนตี 2 ตี 3 คืออยู่ดีๆ ก็มาเรียกเรา แม่ก็จะเป็นคนที่ฟังเสียงเราบ่นไป มีบ้างมั้ยที่เรารู้สึกเหนื่อยหรือท้อจนอยากจะเลิกทำงานในวงการ ? ช่วงประมาณก่อนจะโตมาช่วงนี้แหละค่ะ น่าจะ 12-13 คือกำลังจะเข้าวัยรุ่น ช่วงนั้นจะหายไปจากวงการนิดนึง เหมือนกำลังก้ำกึ่งน่ะคะ พอดีช่วงนั้นจะไปเรียนต่อที่อเมริกาตอนเรียน ป.6 แต่พอจะไปก็ไม่ได้ไป อยู่เล่นละครต่อก็เลยเล่นมาจนถึงปัจจุบัน อยู่วงการมาตั้งแต่เด็กกี้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปในวงการบ้างรึเปล่า ? เห็นเยอะมาก กี้จะเก็บรายละเอียดมาตั้งแต่เด็กๆ จะรู้อะไรหลายเรื่อง แต่จะไม่พูดว่าอะไรที่เปลี่ยนไป มันอยู่ที่คน อยู่ที่การเรียนรู้มากกว่า อย่างคนนี้อีก 10 ปีต่อมาเค้าจะเป็นยังไง ซึ่งเราเห็นคนที่เราเคยเจอเค้านิสัยดีอย่างไรก็ยังเป็นอย่างงั้น แล้วตอนที่เราไมได้เป็นนางเอกเค้าก็จะเป็นอีกอย่าง พอเราเป็นนางเอกเค้าก็เป็นอีกอย่าง ตอนเด็กๆ เราจะอยู่กันเป็นกลุ่มๆ พอโตมาแต่ละคนก็มีเล้นทางที่ไม่เหมือนกัน มีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกัน ก็เลยไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนตอนเด็กๆ เพราะแต่ละคนก็มีหน้าที่ มันก็เหมือนกับแข่งกันเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราแข่งกันนะ เส้นทางการเดินต่างหากที่ทำให้เราดูเหมือนต้องแข่งกัน อย่างสื่อต่างๆ ก็มีส่วน บางทีข่าวที่ออกมาอาจจะทำให้เราตีกัน ซึ่งเราก็จะต้องคุยกันบ้าง ถ้าไม่คุยเราก็จะไม่รู้ แต่ส่วนตัวกี้ไม่ได้แข่งกับใคร พยายามจะไม่เชื่อตามข่าว ต้องใจแข็ง แล้วกระแสดาราของช่องที่ต้องเซ็กซี่ล่ะ มีผลกับการทำงานของกี้มั้ย ? คือกี้จะไม่เป็นไปด้วยนะคะ กี้คิดว่าที่แต่ละคนต้องไหลลื่นไปตามกระแส เพราะวงการบังคับให้เค้าต้องเป็นแบบนั้น เวลาไปงานเราก็ต้องมีการใส่ชุดแบบนั้นบ้างเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่เค้าเตรียมให้ แต่ทุกอย่างที่กี้เลือกคือกี้ต้องชอบด้วย ไม่ใช่ว่าจะมาบังคับให้ใส่ บางทีเราก็โชว์บ้าง แต่ว่าไม่ใช่โชว์พร่ำเพรื่อค่ะ กี้เป็นอิสลาม แต่มาทำงานในวงการบันเทิง มันจะดูขัดกับหลักศาสนารึเปล่า ? บางทีกี้ก็คิดว่าเรื่องศาสนาเราก็นับถือในหลักศาสนานะคะ ปฏิบัติตามทุกอย่าง แต่ในชีวิตจริงเราต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริงเท่านั้น เราทำทุกอย่างให้ถูกต้องที่สุด เราไม่ได้ฆ่าใครตาย ไม่ได้ทำตัวไม่ดี ไม่ได้ทำบาป ไม่เบียดเบียนใคร กี้คิดว่าสิ่งนี้สำคัญที่สุดแล้ว เราทำมาหากินเลี้ยงตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ บางทีก็มีนะที่เราใส่ชุดโป๊บ้าง เค้าก็จะว่ากี้ออกจากศาสนาแล้ว ซึ่งหนูอยากจะบอกว่าลองเปิดใจให้กว้างแล้วมันจะรู้สึกดีมากๆ สวยๆอย่างนี้มีหนุ่มๆ เข้ามาจีบเยอะล่ะซิ ? ก็มีบ้างค่ะ แต่แม่เค้าจะดูประวัติทันทีว่าคนนั้นเป็นอะไรยังไง เราต้องดูให้ดี ( คุยมาถึงเรื่องนี้คุณแม่รีบเสริมทันที ) แม่จะเช็คประวัติ ถ้าจะมาเป็นแฟนลูกเราแม่ก็ต้องดูดีๆ แล้วข่าว 2 พระเอกที่กำลังตามจีบกี้อยู่น่ะจริงมั้ย ? 2 คนนั่น เค้าเล่นละครด้วยกัน คนเค้าก็จะจับเราให้เป็นคู่สร้างคู่สมกันเหมือนรักโปรโมท แล้วตอนนั้นก็เหมือนกับกี้ไม่มีแฟน เค้าก็ไม่มีแฟน ศาสนาเราก็เหมือนกัน คนก็เลยเชียร์ให้เราเป็นแฟนกัน แต่จริงๆ เราก็ไม่ได้มีความรู้สึกอย่างนั้น เราเป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ถ้าคนจะจีบกันเค้าคงไม่ต้องรอข่าว แต่นี่เราเป็นพี่น้องกันไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นจริงๆ ค่ะ กี้จะชอบคนที่ชอบศิลปะเหมือนเรา กี้ชอบผู้ใหญ่ ไม่ชอบคนที่อายุเท่ากัน ครั้งนึงเราเคยเห็นกี้ออกเทปกับวง "บักส์บันจี้" ด้วยนี่นา ? ตอนนั้นมันเหมือนกับตลาดมาบังคับ ตลาดต้องการเพลงแนวนี้ ๆ ซึ่งมันไม่ใช่แนวเรา กี้ว่ามันเป็นเหมือนภาพของเด็กๆ จะขำทุกทีเวลาที่เอาภาพตอนเด็กๆ มาดู บางรูปเห็นแล้วต้องรีบเก็บเลยอายมาก ตอนนั้นใส่เหล็กดัดฟันด้วย แต่ที่ออกเทปเพลงลุกทุ่งนั้นป็นเพลงในละคร กี้ร้อง 3-4 เพลงค่ะ แต่มันก็สามารถทำให้เราโชว์ตัวได้ทั้งประเทศ ทำให้เราได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเยอะมาก ที่หาดใหญ่คนดูมาเยอะมาก เราก็ตกใจเพราะไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนี้ เรื่องน่ากลัวก็มีคนเบียดๆ กันแล้วโดนเหยียบ กี้เล่นคอนเสิร์ตก็ต้องหยุดเล่นก่อนเพราะคนข้างล่างหายใจไม่ออก คือคนบางจังหวัดเค้าเหมารถมาดูเราทั้งตำบล บัตรจะขายหมดเกลี้ยงเลย ละคเรรื่อง "สาวน้อยร้อยล้าน" ทำให้คนรู้จักเราเยอะมาก ผลพวงจากละครเรื่องนี้คือทำให้กี้ได้งานโฆษณาด้วย ? ค่ะ ก็พอเลี้ยงควายได้ ( หัวเราะ ) อย่างโฆษณษสวัสดีเค้าต้องเซอร์เวย์ทั่วประเทศนะ กว่าหนูจะได้งานนี้มามันยากมาก ที่เค้าบอกมาว่าเลือกหนูเพราะเราดูไฮโซแบบ้านๆ หน่อย เมื่อก่อนนี้กี้ไม่เคยนึกว่าจะมีวันนี้ได้เลยค่ะ ตอนที่เรายังไม่โต เราก็เคยมองว่าพี่คนนั้นเป็นนางเอก เค้าคงมีความสุขมากที่ได้แต่งตัวสวยๆ กี้เคยเล่นละครกับพี่นก-สินจัย เล่นเป็นแม่ลูกกัน ก็เล่นกันมาเป็นปีๆ เวลาที่เราดูเค้าเล่นเราก็ชอบเค้านะคะ ถ้าจะถามว่าอยากอยู่วงการนี้นานๆ จะต้องทำยังไง กี้มีคำตอบมั้ย ? ก็ทำตัวให้ง่ายที่สุด คิดมากบางทีก็ปวดหัว บางครั้งหนูเครียดจนไม่อยากทำอะไร มันเหนื่อย มันเบื่อ แต่บางครั้งลองไม่คิดอะไรเลย กลับบ้านแล้วก็นอน ตื่นมาก็เจอวันใหม่ บางทีกี้เครียดก็จะร้องเพลงนะ ทุกคนที่บ้านจะเบื่อมากกับเสียงหนูหอนอยู่ที่บ้าน ( หัวเราะ ) มีคุณแม่คอยดูแลขนาดนี้มีคนมองเราไปในทางไม่ดีบ้างรึเปล่า ? ก็มีบ้างที่ว่าหนูดังแล้วลืมตัว แบบว่าน้ำเมาทำให้เปลี่ยนนิสัย พอเราอ่านข่าวแล้วก็น้อยใจเราไม่ได้ผิด คือตอนนั้นหนูไปงานกับเพื่อนๆ เราไปปาร์ตี้กัน ไม่ใช่งานจ้างเรา กี้ก็ไม่รู้ว่ามีนักข่าวไปกันหลายคน พอมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์เยอะมาก กี้ก็ตกใจเพราะเราอยู่กับเพื่อนแล้วมันมืดมาก เพื่อนหนูไปไหนกันหมดแล้ว ถ้าเราไม่ตามเพื่อนมันก็จะไม่ทันกัน แต่ตอนนั้นหนูก็ขอโทษบอกพี่ๆ ว่าหนูมากับเพื่อน หนูไม่ค่อยมีเวลา ขอหนูอยู่กับเพื่อนหน่อยนะ เดี๋ยวเพื่อนหนูก็จะกลับเมืองนอกแล้ว ก็พูดไปอย่างงั้นเค้าคงไม่พอใจก็เลยเอาไปลงข่าวว่าน้ำเมาทำให้เราเปลี่ยนนิสัย เค้าเขียนเตือนว่าระวังนะทำแบบนี้เดี๋ยวจะอยู่ได้ไม่นาน ซึ่งเราอ่านแล้วก็รู้สึกว่าทำไมเค้าไม่เห็นใจคนอื่น แต่เค้าก็ไม่ผิดหรอกนะเพราะมันเป็นหน้าที่ของเค้า แต่กี้ก็ไม่ได้อะไรมากมีคนให้กำลังใจเราเยอะค่ะ กี้ตั้งใจว่าจะอยู่วงการไปอีกนานเท่าไหร่ ? ก็ไม่ได้ตั้งใจนะคะ เรื่อยๆ ตอนนี้ก็จะจบปริญญาตรีแล้ว กี้อยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ วงการบันเทิงก็ให้งานที่ทำให้เรามีรายได้ที่ดี แต่มันก็คงไปได้อีกไม่กี่ปี ถ้าพีคสุดๆ ก็น่าจะเป็น 1-2 ปีค่ะ ต่อจากนั้นจะเป็นยังไง? การทีเราได้คุยกับคนเยอะๆ มันเป็นสิ่งที่สนุกมาก การเป็นดาราทำให้เราได้เจอกับคนเยอะๆ วางแผนจะทำอะไรต่อไปในอนาคต ? มีหลายสิ่งที่อยากทำมาก แต่ตอนนี้ที่อยากทำให้รอดก่อนก็คือ อยากทำธุรกิจของตัวเอง กี้จะทำเสื้อผ้า มีชุดว่ายน้ำด้วย มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเป็นภาษาสเปนชื่อ BellezaHouse.Com กี้ออกแบบเองค่ะ แล้วก็มีเครื่องสำอางที่แม่นำเข้ามาจากเกาหลี กี้ไม่อยากเปิดเป็นร้าน เพราะอยากลองทำดูก่อน ถ้ามันดีก็จะเปิดร้านค่ะ ใครสนใจลองเข้าไปคลิกดูได้ มีอะไรอยากบอกผ่านไปถึงแฟนๆ บ้าง ? ก็ขอฝากงานละครเรื่องใหม่เรื่อง "น้องเหมียวเขี้ยวเพชร" ไว้ด้วยค่ะ แล้วก็กำลังจะมีเรื่องเพลงในอนาตใกล้ๆ นี้ เรื่องเพลงนี่อาจจะไม่ได้ออกเป็นอัลบั้มนะ แต่จะเป็นโปรเจ็คอะไรซักอย่างที่สนุกๆ ตื่นเต้นๆ ค่ะ ส่วนคนที่อยากเห็นกี้ถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำก็คงต้องบอกว่า ถ้าจะถ่ายจริงๆ กี้คงต้องถ่ายกับเพื่อนๆ ค่ะ ไม่กล้าถ่ายคนเดียวหรอกมันเขินค่ะ แล้วถ้าจะถ่ายจริงๆ กี้คงต้องรอให้เราโตกว่านี้เยอะๆ ค่ะ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย OK! Magazine ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2007

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล