อีฟ-เคน ลองรักดูสักครั้ง

อีฟ-เคน ลองรักดูสักครั้ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
อีฟ-พุทธิดา ศิระฉายา เธอคือนักแสดงที่มีสายเลือดศิลปินในตัวอย่างเข้มข้น บุคลิกเป็นสาวมั่นที่พร้อมจะชนกับทุกปัญหา เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด เคน-ปรัชญา มีบำรุง เขาคือมือกลองวงดนตรีวัยรุ่นชื่อดังที่รู้จักกันในนาม...ซีล บุคลิกเป็นหนุ่มสบายๆ ที่เชื่อว่าทุกปัญหาแก้ไขได้ถ้าใจเย็นๆ ทั้งสองรู้จักกันจากการมารวมตัวของเพื่อนๆ เพื่อทำงานเพลงชุดหนึ่งในแนวอินดี้ เมื่อและเธอมาใกล้ชิดกัน สองหัวใจจึงเกิดคำถามว่า...เรามาลองรักกันดูสักครั้งมั้ย ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรต้องให้เวลาเป็นตัวตัดสิน อีฟกับเคนรู้จักกันได้อย่างไร? เคน : อีฟเป็นรุ่นน้องของพี่ชุ ( มือกีตาร์วงซีล ) เวลาพวกเรามาซ้อม มาทำเพลง อีฟจะลงมาดูมาเชียร์ ทำให้รู้จักกัน หลังๆ เราเริ่มมาทำงานด้วยกัน เป็นเพลงแนวอินดี้ อีฟก็มาช่วยร้อง ช่วยแต่งเนื้อ แต่งทำนอง ฝีมือดีทีเดียว ไปๆ มาๆ เลยสนิทกัน อีฟ : ความจริงอีฟเจอพี่เคนครั้งแรกตอนที่พี่เคนไปเล่นดนตรีให้วงโซฟาที่เอแบค ซึ่งอีฟเพิ่งเข้าไปเป็นเด็กปี 1 ตอนนั้นซีลยังไม่ออกอัลบั้ม พอดีเพื่อนอีฟมัวแต่ยุ่งๆ ไหว้พี่เคนแล้วแต่ก็ยังจำชื่อจำหน้าไม่ได้ อีฟมาเจอพี่เคนอีกทีที่ห้องอัด วันนั้นยังไม่ได้คิดอะไร ความรู้สึกเหมือนเป็นพี่มากกว่า เพราะพี่ชุกับอีฟสนิทกันมาก รู้จักกันตั้งแต่อีฟยังเด็ก เวลาวงซีลมีเล่นที่ไหน พี่ชุจะให้อีฟขนเพื่อนไปเชียร์ด้วย ถ้าอีฟไม่ไปเพื่อนก็ไป เรียกว่าไปทุกงานเลยค่ะ แต่ไม่เคยได้ค่าจ้าง ช่วงมาทำงานเพลงคงได้เห็นนิสัยใจคอของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร? เคน : เหมือนหนังน่ะครับ เริ่มจากไม่ไหวเล้ยเด็กคนนี้ จะขัดกันตลอด เพราะอีฟเป็นคนใจร้อน โผงผาง อีฟ : ไม่ใช่ว่าพี่เคนไม่ใจร้อนนะคะ ก็ใจร้อนแต่ไม่พูด คือเวลาทำงานถ้าเราไม่ชอบแบบนี้ จะบอกว่าไม่ชอบ ถ้าเราคิดมาอย่างนี้ ก็อยากให้เป็นอย่างนี้ ส่วนพี่เคนก็คิดมาแล้วแต่ไม่พูดและไม่บอกใคร อีฟไม่เคยรู้เลยนะที่พี่เคนรู้สึกว่า โห...เด็กคนนี้เรื่องมาก เคน : คืออีฟไม่ได้มีปัญหากับผม แต่มีปัญหากับคนอื่น บางทีรุนแรง ผมเห็นก็...ตายแล้ว ถ้าไปมีเรื่องกับเขา ผมตายแน่ อีฟ : จนมาสนิทกันแล้ว พี่เคนถึงมาเล่าให้ฟังว่า จริงๆ เขาไม่ชอบสไตล์การทำงานของเรา อีฟบอกว่าไม่รู้สิ แล้วงานก็ออกมาดีนะ ตรงใจเรา คือถ้าเราไม่สื่อสาร มันจะไม่เป็นเราเท่าที่ควร ถ้าตัดเรื่องสไตล์การทำงานออกไป เคนมองอีฟว่าเป็นผู้หญิงอย่างไร? เคน : พอเริ่มทำงานกันมาเรื่อยๆ เริ่มเห็นจากความสามารถที่ไม่ธรรมดา ความรับผิดชอบมันมาทางเลือดจริงๆ ของเขาไม่ธรรมดา ผมก็ลองของใหญ่เลย อีฟ : พี่เคนเป็นโรคจิตค่ะ ขนาดว่าเวลาคุยโทรศัพท์กันต้องกดเสียงเปียโน ถามว่านี่ตัวอะไรๆ ลองทุกอย่างจนอีฟรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำข้อสอบอยู่ เคน : ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าอีฟเล่นเปียโนได้ บอกว่าไหนลองเล่นให้ฟังหน่อยสิ พอเล่นมา โอ้โห...เป็นไฟเลย ถ้าฝึกต่อต้องไปไกลแน่ คือส่วนใหญ่ความสามารถของนักดนตรีควรจะรู้เสียงเลย ซึ่งในบ้านเราอาจจะไม่ค่อยรู้ แต่ว่าอีฟจะเป๊ะเรื่องแบบนี้ อีฟสะสมมาตั้งแต่เด็ก แล้วเขาเป็นผู้หญิง พอทำอย่างนี้ได้มันเท่ อีฟ : เลยอยากมีไว้ประดับบารมี ( หัวเราะ ) เคน : จะได้มาเสริมความรู้ แลกเปลี่ยนกันได้ หลังจากนั้นเริ่มประทับใจกันตรงจุดไหน? อีฟ : คุยรู้เรื่องมั้ยคะ ตั้งแต่แรกที่รู้จักกัน พี่เคนเป็นคนเฉยๆ นิ่งๆ แต่อีฟเป็นพวกชอบคุยกับทุกคน อีฟเป็นคนที่ว่าถ้าเพื่อนหรือพี่ที่รู้จักมีแฟน อีฟจะค่อยๆ ถอยออกไป เพราะรู้ว่าเขาอยากมีโลกของเขา เอาไว้มีปัญหาค่อยมาหาเรา เพราะเราจะสแตนบายอยู่ สุดท้ายก็มามีตัวเลือก คือพี่เคนกับพี่เป๊กที่ยังไม่มีแฟน เสร็จแล้วมันมาถูกเส้นกับพี่เคน คือรู้สึกสบายใจที่จะได้คุยกับเขา แล้วตอนนั้นใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะ พี่เคนต้องการเรียนภาษาอังกฤษ ส่วนอีฟต้องการเรียนคอมพิวเตอร์ พี่เคนเก่งทางเทคนิคซึ่งอีฟชื่นชมเขาอยู่แล้ว แล้วพี่เคนเป็นคนขยัน ใฝ่รู้ตลอดเวลา ผิดกับอีฟซึ่งขี้เกียจมาก ชอบทำตัวขนานกับพื้นดินตลอด แต่เวลาอยู่กับพี่เคนบางทีอีฟก็มีไฟบ้าง เหมือนมีคนคอยดึงเรา แล้วมันถูกคอ ไม่ขัด หมายถึงตอนนั้นนะคะ แต่ตอนนี้ขัดกันมากๆ ( หัวเราะ ) เคน : เป็นความต่างที่เห็นได้ชัด คืออีฟมีความสามารถแต่ขี้เกียจ ส่วนผมไม่ได้มีเซนส์มาก่อน ต้องคอยใฝ่หา นี่คือความต่างที่พอมาเจอกันแล้วเกิดประโยชน์ อีฟ : พี่เคนเป็นมีเหตุผลเยอะ อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง และเป็นคนนิ่งไปซะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เรื่องการทำงาน เคยทำยังไงก็จะทำยังงั้น ขนาดแม่พี่เคนยังงงที่พี่เคนเป็นคนชอบทาครีมทำได้ทุกวัน อย่างอีฟอาบน้ำครึ่งชั่วโมงเสร็จ อีฟไปไหนต่อไหนแล้ว แต่พี่เคนต้องอาบเป็นชั่วโมง อาบน้ำเสร็จต้องทาครีม ต้องออกกำลังกาย คือทำได้ทุกวันก็ดี แต่น้อยคนจะทำได้อย่างเขา อีฟเป็นคนหนึ่งล่ะที่ทำไม่ได้ เคน : ตอนแม่อยู่กับอีฟ แม่ก็บอกไปอย่างนั้นแหละ กลัวลูกไม่แมน ( หัวเราะ ) แต่พออยู่กับผม นี่...ทำหน่อยนะ เดี๋ยวแก่ตัวไปมันจะไม่ดี อีฟ : แล้วเราเติบโตมาคนละอย่าง พี่เคนมีระเบียบ แต่อีฟไม่ค่อยมี มีหลายอย่างที่อยู่ด้วยกันแล้วจะงง แต่คงต้องเป็นอย่างนี้ใช่มั้ย เพราะถ้าเหมือนกันทุกอย่างคงไม่มีอะไรให้ค้นหา เคน : คู่ของเราไม่ใช่มาขัดแล้วหัก แต่เหมือนไม้ที่ขัดกันแล้วแน่นขึ้น เป็นคู่ที่ต้องปรับตัวกันมากไหม? เคน : เรื่องที่ต้องปรับมากที่สุดคงเป็นเรื่องการสื่อสารกับความใจร้อน บางทีคนอื่นรับไม่ทันกับการขึ้นลงขนาดนี้ โอเค...พูดตรงได้ แต่ต้องรักษาน้ำใจนิดนึง ไม่ใช่แค่คนอื่น เพราะวันหนึ่งมันต้องเข้ามาหาเราแน่นอน แล้วผมจะเป็นพวกถือเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้อง อีฟ : อย่างที่บอก ชีวิตพี่เคนเป็นรูทีนมาก ถ้าอีฟไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดนี้ อีฟคงไม่รู้ว่าความเป็นศิลปินของเขาอยู่ตรงไหน หรือคำว่าโรแมนติกของพี่เคนเป็นอย่างนี้ คือแล้วแต่อารมณ์ ถ้ามีอารมณ์ก็จะทำถ้าไม่มีก็ไม่ทำ เราสองคนจะสวนกันตลอด ถ้าอีฟอารมณ์ดี พี่เคนจะเฉยๆ ไม่รู้ว่าเป็นอย่างนี้หรือเปล่าถึงอยู่ด้วยกันได้ หรือเพราะอย่างนี้ถึงทะเลาะกันบ่อย อีกอย่างพี่เคนเป็นคนที่พอมีอะไรมาใกล้ตัวจะเสียสมาธิง่าย เช่น อีฟพูดอะไรกับเขาอยู่ เขาจะสนใจอย่างอื่น ซึ่งอีฟไม่ชอบมากๆ อีฟอาจจะนิสัยเสียด้วยที่เวลาคุยกับใครก็อยากให้คนสนใจเรา ตอนที่เป็นเพื่อนกันพี่เคนไม่เป็นแบบนี้ แต่มาเป็นตอนที่มาเป็นแฟนกันแล้ว เลยพานรู้สึกไปหลายอย่าง ตอนที่เริ่มคบกันแบบคู่รัก เคนต้องฝ่าด่านคุณพ่อของอีฟไหม? เคน : ผมใช้แนวซึมเข้าไปครับ เพราะเรารู้จักกันมานานแล้ว จึงดูเหมือนเป็นภาพปกติ 2-3 ปีที่แล้วเขามายังไง ตอนนี้ก็ยังเข้ามาเหมือนเดิม อีฟ : ต่างกันแค่ว่าเมื่อก่อนไปเป็นกลุ่ม แต่หลังๆ จะมีพี่เคน หรือพี่เคนกับเพื่อนอีกคน แต่พี่เคนจะบ่อยที่สุด อีฟไม่เคยพูดกับพ่อเลย เพราะตอนแรกยังไม่ใช่ จนกระทั่งข่าวลงก่อน ตอนนั้นก็ยังไม่ใช่อีก ยังเอ๋อๆ กันอยู่ว่ายังไงดี จนอีฟไปเที่ยวเมืองนอกกลับมาถึงมานั่งคุยกันเป็นจริงเป็นจังว่าจะเอายังไง พี่เคนเป็นคนอยากคุยก่อน มีการคุยกันถึงความชัดเจนของความสัมพันธ์ไหม? เคน : ตอนนั้นคนถามเยอะ ผมคิดว่าเราคุยกันให้ชัดเจนดีมั้ย เดี๋ยวมันเป็นยังไงค่อยว่ากันอีกที เพราะผมจะเป็นพวกง้างๆ แล้วไม่ได้ทำ กลัวจะทำเขาเดือดร้อน ตอนนี้ทำให้เรื่องคู่ของผมหยุดมาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่อยู่มัธยม เพราะมันแต่อยากรู้โน่นอยากเรียนนี่ใช้ชีวิตอิสระมานาน พอปรึกษาพี่ๆ ในวงพี่เขาบอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ทำไมไม่ลองไปเลย คือเรียนรู้กันไปจนวันหนึ่งเริ่มชัดเจนว่าตรงนี้มีความเป็นตัวเองมากขึ้น ตรงนี้ยอมรับกันได้มั้ย จะได้ไปต่อ ถ้ารับไม่ได้ก็คือว่าที่ผ่านมาถือเป็นประสบการณ์ที่ดี อีฟ : อีฟก็เหมือนพี่เคน อีฟไม่ได้คบใคร และอีฟไม่เคยคบใครนานๆ อีกอย่างอีฟมีเพื่อนเยอะ มีความสุขกับตัวเองมาก ชอบทำตัวสบายๆ มานานมากแล้ว ตอนที่พี่เคนพูดอีฟยังค่อนข้างตกใจ คือเห็นจากความเป็นพี่น้อง จากความเป็นเพื่อนกันมาก่อน รู้ว่าพี่เคนไม่ชอบผูกมัด จึงไม่เคยมีความรู้สึกว่าจะต้องมาเป็นแบบนี้ คนเราแฮปปี้ที่จะไปไหนด้วยกัน มันก็แค่นั้นเอง ไม่จำเป็นจะต้องเป็นแฟน เพราะถ้าเราอยู่กับคนนี้แล้วไม่สนุก เราไปอยู่กับคนอื่นได้ แค่ห่างๆ กันไปสักวันอาจจะกลับมาเจอกันใหม่ อีฟชอบความรู้สึกแบบนี้มากกว่า ไม่รุนแรงเกินไป เพราะถ้าเป็นแฟนมันต้องเลิก ตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าอีฟพูดว่า...ไม่ จะเป็นยังไง ( หัวเราะ ) พี่เคนจะเข้าใจคำว่าไม่ของเราหรือเปล่า อีฟเลยตามน้ำ เขาว่ายังไงก็ว่าตามกัน ปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ ความผูกพันที่มีให้กันในวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง? เคน : ถึงวันนี้ผมก็ยังงงอยู่เหมือนกันนะ ถึงจะผ่านมาแล้วปีหนึ่งก็เถอะ เพราะบางอย่างก็ขัดกัน ทะเลาะกันตลอด แต่ก็มีบางอย่างที่ยังยึดกันไว้อยู่ ดีใจครับที่มันยังมาได้เรื่อยๆ อนาคตก็จะพยายามปรับกันไป เพราะยังมีอะไรให้กันและกันอยู่ แม้จะต้องทะเลาะกันบ้างเป็นประจำ อีฟ : เป็นคู่ที่ทะเลาะกันมากที่สุดของปี วันไหนที่ไม่ทะเลาะกัน... เคน : แปลกครับ วันนั้นต้องมีน้ำท่วม หรือเหตุการณ์อะไรสักอย่าง อีฟ : เวลาทะเลาะกัน วิธีง้อของอีฟกับของพี่เคนจะคนละอย่าง อีฟจะง้อเดี๋ยวนั้น แต่พี่เคนจะเนียนๆ เงียบๆ ไม่คุย พรุ่งนี้มาถึงก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อะไรเนี่ย ฉันยังโกรธอยู่เลยนะ บางทีอีฟก็ต้องตามๆ เขาไป ฝืนไม่ค่อยได้ เดี๋ยวไม่ง้อขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ประโยคที่พี่เคนชอบพูดมากที่สุดคือ วันพรุ่งนี้มันจะดีกว่าวันนี้ เคน : ไม่ใช่ บอกว่า...หลับตาตื่นขึ้นมาแล้วอะไรๆ มันจะดีขึ้น ให้สมองมันคลาย อีฟ : แต่พี่เคนไม่คิดว่าผู้หญิงน่ะไม่สามารถที่จะทำได้ ไม่มีใครสามารถหลับตาแล้วไม่คิดอะไร อีกประโยคเด็ดของพี่เคนคือ ผู้หญิงเขาไม่เป็นอย่างนี้กันหรอก เคน : ไม่เคยพูดเลย จริงๆ ผมก็เป็นคนอยากเคลียร์ให้จบนะครับ แต่ทีนี้มันต้องใช้เวลาอัดกันยาว ซึ่งบางทีเราต้องเรียงลำดับความสำคัญ เช่น เรียน งาน อย่าให้โดมิโนมันล้มไปหมด เราต้องดึงออกอันหนึ่งให้ล้มแค่นี้ก่อน แล้วเราค่อยมาแก้กันต่อ อีฟ : ส่วนอีฟกับความรักในวันนี้ รู้สึกเหนื่อยค่ะ เพราะอีฟไม่ค่อยได้อยู่กับใคร เวลาอยู่กับเพื่อนอีฟจะเต็มที่กับชีวิตมาก พอมีอีกคนเข้ามา พลังเท่าเดิมแต่มีอะไรมากขึ้น ทำให้เหนื่อยมากขึ้น โดยเฉพาะพี่เคนเป็นคนอย่างนี้ก็น่าเหนื่อย แต่ถามว่าคุ้มค่ามั้ยเชื่อว่าคุ้มกับการที่เราจะมีใครสักคนที่เราสบายใจและมั่นใจมาอยู่ด้วย เมื่อบวก ลบ คูณ หารแล้วพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ พอใจกับคนนี้...ในตอนนี้ แล้วก็รู้สึกตื่นเต้น พอรู้ว่าเรามาไกลกว่าที่เราคิดว่าจะมาได้ เพราะหลายๆ ครั้งที่อีฟรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว อีฟอยากกลับไปอยู่กับตัวเอง แต่เมื่อคิดแล้วเรามีเขาดีกว่า รู้สึกว่าที่เราอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น น่าดีใจ ที่เราได้แบ่งปันบางสิ่งบางอย่างกับใครสักคนนานๆ แล้วก็ยังไม่เบื่อ เหนื่อยแต่ไม่น่าเบื่อ อีฟคิดว่าวันข้างหน้าเราสองคนคงไม่โกรธกัน ไม่ว่าเราจะต้องไปทางไหน สักวันเราอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนี้ แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี อีฟเชื่อว่าเราสองคนรักกันมากพอที่จะให้มันจบแบบดีๆ ไม่ว่าตอนจบนั้นจะเป็นยังไงก็ตาม ขอบคุณ เรื่อง / ภาพ จากนิตยสาร In Magazine ( ฉบับวันที่ 10 กรกฎาคม 2005 )

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ ของ อีฟ-เคน ลองรักดูสักครั้ง

อีฟ-เคน ลองรักดูสักครั้ง
อีฟ-เคน ลองรักดูสักครั้ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล