เจ๊เจี๊ยบ สั่ง เจย์-เข็ม เลิกเด็ดขาด!

ผู้จัดดาราดัง เจ๊เจี๊ยบ-กาญจนาพร เปิด (เกือบ) หมดเปลือก กรณีเจย์ลูกชายกับเข็มนางแบบสะบั้นรัก เป็นมติจากผู้ใหญ่ที่เห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าไม่สามารถไปด้วยกันได้ดีขึ้นก็ควรบ๊ายบายกันเถอะ ออกปากเตือนลูกชายสุดที่รักว่าทำอะไรไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจ เงินทองทรัพย์สมบัติของแม่ ถือว่าเป็นข่าวที่ใครๆ ต่างจับตามองในรอบปี สำหรับความสัมพันธ์ ระหว่าง เจย์ ศุภกาญจน์ ปลอดภัย และคู่รักนางแบบสาวสูงยาว ผิวสีน้ำผึ้ง เข็ม รุจิรา ช่วยเกื้อ ซึ่งตกเป็นข่าวทะเลาะเบาะแว้งกันมาตลอดระยาเวลาที่คบหากัน โดยมีผู้จัดดาราดัง เจี๊ยบ-กาญจนาพร ผู้เป็นแม่เจย์ เข้าไปเอี่ยวด้วย โดยเธอถูกเพ่งเล็งว่าไม่อินเลิฟกับนางแบบสาวเท่าไหร่นัก แถมล่าสุดดูเหมือนทั้งคู่จบเกมรักแบบไม่สวยงามและทำให้เกิดข่าวสนั่นวงการมากๆ ก็คือว่าฝ่ายหญิงได้ทะเลาะกับฝ่ายชาย จนถึงกับฟิวส์ขาดสาดเหล้าใส่หน้าฝ่ายชาย ตกเป็นข่าวครึกโครมพอสมควรในช่วงที่ผ่านมา งานนี้ถึงกับทำให้นางแบบดีเจสะบั้นรัก โดยทางสาวมั่นออกมากล่าวหลังเลิกว่า ขอเวลาอีก 2 อาทิตย์จะออกมาแฉ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอหน้าผู้จัดดาร เจี๊ยบ กาญจนาพร ปลอดภัย ในงานบวงสรวงละครเทิดพระเกียรติเรื่อง ''ปิดทองหลังพระ'' เมื่อวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าตัวได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังฝ่ายหญิงเปิดเผยว่าต้องการขอโทษ ''คำขอโทษจริงๆ เป็นคำที่ดีเป็นคำที่ทั้งผู้ให้และผู้รับควรจะน้อมรับไว้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติ อยากให้ทั้งคู่อารมณ์เบาๆ ดูแลกันดีๆ จะดีกว่า แต่ถ้าไปด้วยกันไม่ได้ ตามที่ผู้ใหญ่ได้ให้คำแนะนำแล้ว คือผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย คือแม่ก็แนะนำเจย์แล้ว ผู้ใหญ่ของน้องก็แนะนำแล้ว แต่ไม่มีอะไรดี ถ้าไม่สามารถไปด้วยกันได้ดีขึ้นก็ควรบ๊ายบายกันเถอะ'' เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทางฝ่ายหญิงบอกว่า ''ขอเวลาทบทวนสักสองอาทิตย์แล้วจะออกมาพูด'' ผู้เป็นแม่เองรู้สึกยังไงบ้าง เจี๊ยบตอบว่า ''ก็เป็นเรื่องของเด็กๆ ที่จะต้องทบทวนเพราะเขาไม่เหมือนผู้ใหญ่ที่จะพิจารณาเร็วเพราะประสบการณ์มันเยอะแล้ว แต่เด็กๆ ประสบการณ์ยังน้อย'' ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าทั้งคู่รักกันหรือไม่ เจี๊ยบตอบว่า ''ถ้าในสายตาของผู้ใหญ่ทั้งคู่ดูแล้วว่าเขารักกัน เขาถึงยังมองไม่เห็นว่าเหตุผลอะไรที่เป็นใหญ่ เหตุผลที่ดีคืออะไรเป็นใหญ่ เขารักกันอย่างเดียวคือรัก'' ในฐานะที่ลูกชาย ติติงอะไรกับเขาบ้างหรือเปล่านักข่าวถาม ''จะสอนลูกมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่า ให้เป็นสุภาพบุรุษ แล้วเขาก็ทำได้ดี'' (เจี๊ยบผู้เป็นแม่หัวเราะ) แล้วกล่าวต่อไปว่า ''แล้วเขาก็ทำได้ดีพอสมควร จากเดิมที่เขาเคยเกเร เคยมีความรุนแรงอะไรบ้าง จากที่อื่นเนี่ย ณ ตรงนี้เราก็ไม่เคยเห็นสักกรณีนึง เพราะฉะนั้น ลูกคงจะได้อะไรที่เราสอนถ่ายทอดไปได้พอสมควร เพียงแต่ว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตรงนั้นว่าจะหล่อหลอมให้เกิดอะไรขึ้น เราไม่สามารถไปยืนห้ามได้หรือไปบอกได้ เพราะฉะนั้นเขาจะขุดขึ้นมาใช้หรือไม่ขุดขึ้นอยู่กับตัวตนเขา'' กับข่าวที่บอกว่า สองคนชอบทะเลาะกันต่อหน้าผู้ใหญ่จริงหรือเปล่า เจ้าตัวรีบตอบ ''ผู้ใหญ่ที่ไหนไม่ทราบแต่ที่บ้านเคยมีครั้งเดียว แล้วก็ขอให้บ๊ายบาย นั่นหมายความว่าอย่าให้เห็นอีก'' เมื่อนักข่าวถามต่อ ''ได้ยินว่าฝ่ายผญิงจะมาขอโทษด้วยตัวเองถึงที่บ้านแต่ไม่รู้จะเข้ามาตอนไหนดี'' เจี๊ยบตอบด้วยเสียงแข็ง ''อืม...อย่าพูดดีกว่าค่ะ อย่าดีกว่าค่ะ'' นักข่าวถามต่อว่าอย่างนี้ยังคุยกันได้อยู่ไหม เจี๊ยบเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ว่า ''คุยได้ แต่ว่าไม่สามารถสานสัมพันธ์อันนี้แบบนี้ไปได้ เป็นรู้สึกของผู้เป็นแม่มากกว่า แต่ของลูกแม่ไม่แน่ใจ'' เจี๊ยบเอ่ยแล้วกล่าวต่อไปว่า ''มันขึ้นอยู่กับลูก แต่สำหรับแม่ก็คืออย่าสานสัมพันธ์เลย มันไม่ได้ก่อเกิดอะไรที่ดีขึ้นไม่ใช่แม่พูดคนเดียว คือผู้ใหญ่ท่านอื่นก็พูด และผู้ใหญ่ฝ่ายผู้หญิงก็พูดได้เดินเข้ามาพูดกับเราแล้ว ประมาณว่าเขาเห็นด้วยที่สองคนจะบ๊ายบายกัน'' เมื่อผู้สื่อข่าวยิงประเด็นที่ว่ารักครั้งนี้ของเจย์ ทำให้เจย์เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นหรือเปล่า ''สำหรับเจย์...น่าจะยังนะคะ เท่าที่ติดตามผลไป เพราะมีการแอบไปเที่ยวด้วย คือเราแอบไปสังเกตพฤติกรรมยามค่ำคืนกับเขาด้วย หลังจากที่มีข่าวมาเยอะ ก็เลยขอเข้าไปแหยมๆ ดูหน่อยว่ามันเกิดอะไรกันขึ้นบ้าง ดูแล้วยังเหมือนเดิม แต่ถามว่าเจย์เป็นตามคำสรุปของข่าวที่มีมาหรือเปล่า...มันบอกไม่ได้เพราะเจย์เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว คือเป็นคนเพื่อนเยอะคือสามารถทักได้หมดรู้จักไปหมด ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าอันนี้มันเป็นข้อสรุป คำว่าเจ้าชู้ได้หรือเปล่า หรือว่าขี้เล่น หรือว่าอะไร แต่สัมพันธภาพที่ดีมันควรจะเข้าใจกัน มันควรจะดูใกล้ๆ กัน แล้วก็เข้าใจกัน ให้อภัยให้กันและกันจะดีกว่าค่ะ ไม่ต่อว่าใครทั้งสิ้นนะคะ เป็นเรื่องของเด็กสองคน'' คุณแม่ตามไปดูอย่างนี้แล้วคุณลูกไม่เกร็งหรือ ''ก็แอบ alert (ตื่นตัว) ผิดปรกติ เช่น ใครไปใครมาก็ให้มาทักแม่เหมือนจะให้ทุกคนรู้ก่อนว่า ประมาณว่าให้รู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นอย่างนี้อะไรอย่างนี้ จนแม่ต้องเตือนว่าเจย์อยู่เฉยๆ บ้างได้ไหม เดี๋ยวแม่ก็กลับแล้ว'' ต่อข้อที่ว่าในรอบกี่ปีที่เข้าผับ? เจี๊ยบหัวเราะแล้วเอ่ยว่า ''ก็นานนะ ก็แอบไปบ้างแต่ไม่ค่อยอย่างนี้เท่าไหร่ ห้าทุ่มเที่ยงคืนก็ไม่ไหวแล้ว แต่อยากดูลูกว่าเขามีโลกอะไรของเค้าเหรอถึงได้ข่าวออกมาเยอะมากขนาดนี้ พอเข้าไปดูก็ร้องอู้!!!! อันนี้เป็นดินแดนของเขา เพราะฉะนั้นแม่ควรอยู่ส่วนแม่ อย่าไปยุ่งกับดินแดนนั้นเลย แล้วก็เป็นเรื่องของวัยรุ่นวัยทำงานซึ่งจะเกิดขึ้นอะไรกับเขาก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับแม่ แต่กับแม่มีผลกระทบอยากบอกทั้งคู่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำ มีผลกระทบต่อจิตใจแม่'' ส่วนข้อถามที่ว่า เจย์ ลูกชายมาปรึกษาอะไรหรือไม่นั้น ผู้จัดสาวกล่าวว่า ''ปรึกษา คุยบ้างแต่ว่าอะไรที่ไม่สามารถประสานเจย์จะไม่พูด เจย์จะรู้และแม่ก็จะรู้ว่าตรงนี้ควรพูดควรไม่พูด แล้วก็อย่ามาพูด'' นักข่าวซักต่อว่า ถ้าเจย์จะมีแฟนใหม่ ขอเป็นคนนอกวงการหรือเปล่า ''ไม่ห้าม ไม่เคยห้ามเจย์เลย ปล่อยมากนะคะเจย์เนี่ย ไม่เคยห้ามเจย์เลย ทุกคนต้องเรียนรู้ ปัจจุบันตัวเองมาศึกษาธรรมะแล้วไม่มีการเป็นเจ้าของของใครค่ะ แต่อย่าให้กระเทือนแม่ สามครั้งแล้วนะ (เจี๊ยบเอ่ยย้ำ) พร้อมกับกล่าวต่อว่า เช่น จิตใจ เงินทองทรัพย์สมบัติอย่าให้กระทบกระเทือนของๆ แม่'' ส่วนเรื่องที่ฝ่ายหญิงจะเข้ามาขอโทษแล้วเขาบอกว่า ''ไม่รู้จะเข้ามาตอนไหนมันนานมากแล้ว'' เจี๊ยบตอบว่า ''ไม่รู้ว่าการกระทำที่จะมาขอโทษนั้นมันคืออะไร???'' เหยี่ยวข่าวซักต่อไปว่า คิดว่าการอยู่เฉยๆ นิ่งๆ อย่างนี้เนี่ยคิดว่าดีแล้วหรือเปล่า? เจี๊ยบตอบว่า ''ในความรู้สึกของตัวเองคิดว่าดีแล้วล่ะ'' ผู้สื่อข่าวถามต่อทันที แล้วอย่างนี้ฝ่ายเขาเคยเข้ามาคุยหรือเปล่า ''เมื่อสองสามวันก่อนก็สวัสดีกัน'' กาญจนาพร ตอบ ''แต่ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องนี้ใช่หรือเปล่า'' นักข่าวซักถามต่อ ซึ่งได้รับคำตอบว่า ''ไม่ได้พูดถึงเพราะว่าสถานการณ์หรืออะไรก็ตาม เพื่อนฝูงที่อยู่ตรงนั้น มันอาจจะทำให้ไม่สามารถที่จะหยิบประเด็นนี้มาเป็นประเด็นหลักในการคุยได้'' ผู้สื่อข่าวถามถึงเจย์ว่ามีอาการเปลี่ยนไปอย่างไรหลังจากเกิดเหตุ ได้รับคำตอบจากผู้เป็นแม่ว่า ''ดูจากการนิ่งเฉยก็น่าจะใช่นะ เรารู้ว่าเขารักนะ ถึงไม่เคยจะห้ามความรักของลูก เพราะอยู่ในวัยที่ควรจะรัก วัยที่ควรรู้จักรัก มันก็จะกระเถิบขึ้นมาอีก เราเอาตัวเราเป็นหลัก แล้วเรามีความรู้สึกว่าอย่าบังคับหรือชักนำอะไรกับลูกที่มีตัวตนชัดเจนขนาดนี้ ปล่อยให้เขาอิสระปล่อยให้เขาคิดปล่อยให้เขาเห็น จนวันหนึ่งเขาจะนับหนึ่งถึงสิบ แล้วรู้ว่า หนึ่งเขาจะทำอะไร สอง คนเราไม่ได้มีดีทั้งหมด สิ่งที่เขาเคยพลาดก็มี เขาต้องคิดได้ว่าเขาทำอะไรไป เขาโดนอะไรกลับมาทุกอย่างมันเป็นวัฏจักร กงกรรม'' โอกาสที่ฝ่ายหญิงจะมาร่วมงานกับเจี๊ยบมีไหม?? นักข่าวถาม เจี๊ยบตอบว่า ''เขาอยู่คนละช่องอยู่แล้ว แต่ว่า เช่น งานเทิดพระเกียรติอะไรอย่างนี้ คิดว่าเล่นได้นะ อย่างเจี๊ยบไม่ถูกกับม้า (อรนภา กฤษฎี ) เจี๊ยบยังเล่นด้วยกันได้เลย เรื่องงานคงไม่เกี่ยวกัน ระยะเวลาเป็นตัวบอกเหตุและผล ว่าเขาถูกในจุดนี้เราผิดในจุดไหนมันจะเป็นแบบอย่างงี้ แต่ไม่พูดจา แต่ไม่ใช้ว่า ''ฉันอยากจะฆ่าเธอ'' มันเป็นไปไม่ได้ ไม่ถึงขนาดนั้นบอกแล้วว่าธรรมะทำให้เราคิดเป็น'' นักข่าวถามว่า ที่บอกว่าเคลียร์เรื่องเงินทอง สิ่งของ แสดงว่าต้องมีการปาข้าวของแน่ๆ เลยใช่หรือเปล่า เจี๊ยบตอบพร้อมอมยิ้มว่า ''ไม่มีต่อหน้า'' นักข่าวถามแสดงว่ามีลับหลัง ''เห็นเมื่อหลังแล้ว'' อย่างงี้แสดงว่ามีนักข่าวถามต่อ เจี๊ยบหยุดคิดนิดหนึ่งแล้วตอบว่า ''อย่าถาม ตอบไปแล้วว่า สรุปแล้วว่ามันเกิดความรุนแรงมากกว่า ให้ถอยหลังมาอย่าก้าวเดียว ให้ถอยสิบ ก้าว แล้วทบทวนว่าสิบก้าวที่ถอยมามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง'' ''ในฐานะที่เป็นแม่รู้สึกโล่งอกไหม'' นักข่าวถาม เจี๊ยบตอบว่า ''ในฐานะที่เป็นแม่แล้วเห็นว่าทะเลาะกันมาเยอะ จะบอกลูกคำเดียวว่าสุขไม่ได้อยู่กับเรานาน'' เมื่อนักข่าวถามว่ามองฝ่ายหญิงเป็นอย่างไรบ้าง เจี๊ยบตอบว่า ''เมื่อก่อนนะ...เท่ สวย เก่ง มั่นใจเปรี้ยว เป็นนางแบบแท้จริงมากกว่าตัว เจี๊ยบจะชอบคนหน้าไทย แล้วก็เท่อย่าง ''เบนซ์'' พรชิตา ณ สงขลา, ''หน่อย'' บุษกร วงศ์พัวพันธ์ เพราะฉะนั้นความรู้สึกแรกที่เจอจะรู้สึกปลื้ม ถามคนในวงการก็ได้ว่าปลื้มหรือเปล่า แต่เมื่อมาเป็นเพื่อนกับลูก สนิทกันขนาดนี้เราย่อมเห็นอะไรมากกว่า ตอนแรกที่เจอ เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นมากกว่าเขาก็จะมีสิทธิ์ไม่ชอบแม่ ในจุดนั้นจุดนี้ แม่ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบคนอื่นเหมือนกัน แต่ว่าผู้เป็นแม่ต้องให้เวลาให้โอกาส และให้คำสอนซึ่งจำได้ว่าเคยสอนในงานแต่งงานของลูกหมี (รัศมี มาลัยวงศ์) ซึ่งวันนั้นจำได้ว่าสื่อมวลชนกำลังจ้องอยู่เพราะเขาโกรธกัน แล้วเขาก็จะดูปฏิกิริยาว่าแม่จะทำยังไง เราเล่นกันเห็นไหมคะ ถ้าสังเกตจะถึงก่อนจะกลับบอกเขาว่ารักกันชอบกันให้เก็บสิ่งดีๆ ไว้นานๆ อะไรที่ไม่ดีช่วยเปลี่ยนให้ดี เหตุที่พูดอย่างนั้นเพราะ -นี่คือแม่ ไม่ได้คิดว่าตัวเองคือนางแบบ ไม่ได้เป็นคนที่คอยมีอคติกับคนอื่นโดยเฉพาะกับลูกแม่ คือแม่ให้ลูกหมดอยู่แล้ว'' ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก