ชมพู่ เดือดถูกโกงค่าตัวงานขึ้นปีใหม่

ชมพู่ - อารยา ฉุนถูกโกงค่าตัวหลังไปงานเคาต์ดาวน์ที่ต่างจังหวัด เจ้าตัวเผยคนประสานงานอ้างว่าสื่อสารผิด รับทำใจมานานแล้วว่าคงไม่ได้คืนแน่ๆ ยันไม่ฟ้องร้องเสียค่าเสียหายส่วนที่เหลือ แต่ต่อไปคงต้องมีการทำสัญญา ถือว่าเป็นสาวที่ลักกี้อินเกมตั้งแต่ช่วงต้นปี 2552 เลยก็ว่าได้ สำหรับนางเอกสาว ชมพู่ - อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ล่าสุดเพิ่งคว้าตำแหน่งพรีเซนเตอร์คนใหม่ของเครื่องสำอาง ''มิสทิน'' ไปครอง โดยได้มีการแถลงข่าวจัดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว ณ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ทราบมาว่าในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา สาว ชมพู่ ได้ถูกเบี้ยวค่าตัว หลังจากที่เดินทางไปรับงานเคาต์ดาวน์ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งนางเอกสาวก็ได้กล่าวชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า ''ชมขอใช้คำว่าได้สตางค์ไม่ครบดีกว่าค่ะ เป็นงานเคาต์ดาวน์วันปีใหม่ ชมเองจะซีเรียสเรื่องการเอ่ยถึงชื่องาน ชื่อจังหวัด เพราะชมมีปัญหากับตัวคนประสานงานมากกว่าค่ะ จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาแล้วน่ะค่ะ ทางผู้ใหญ่เค้าก็โทร.มาขอคุยกับทางชม ชมตัดใจตั้งแต่วันที่หนึ่งแล้วค่ะ แล้วก่อนหน้านี้จะต้องมีการโอนมัดจำมาก่อน แล้วหลังจากงานเสร็จก็จะต้องจ่ายส่วนที่เหลือ แต่มันไม่ใช่อย่างที่เราตกลงกันไว้ พอหลังบ่ายยังไม่มีเข้ามา ชมก็ตัดใจแล้วว่าคงไม่ได้แน่ๆ ที่หายไปก็...หายไป 50:50 เลยนะ'' จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามต่อไปว่า อย่างนี้เวลารับงานครั้งหน้า สาวชมพู่จะมีมาตรการยังไงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้กล่าวว่าคงต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ''คงต้องทำสัญญาแล้วค่ะ แต่ที่ผ่านมาผู้จ้างจะทำสัญญามากกว่า เค้ากลัวดาราเบี้ยว แต่ชมก็ไม่เคยเบี้ยวอยู่แล้ว มันก็ดีทั้งสองฝ่ายแหละนะ อย่างตัวดาราเองก็ถ้ารับงานนั้นไว้แล้ว ล็อกคิวไว้แล้ว แต่ถ้าไม่มีการจัดงาน ดาราก็จะต้องได้ค่าชดเชย แต่บางทีชมเองก็คิดว่ามันอาจจะทำให้คนมองว่าเราเรื่องมากไปด้วยหรือเปล่า แต่ที่ชมซีเรียสก็คือใจชมอยากจะจบตั้งนานแล้ว แต่ว่าคุณคนเนี้ยเค้าไปบอกนักข่าวว่าชมโทร.ไปวีนหรืออะไร ชมก็เลยงงว่าทำไมล่ะ สตางค์เราก็ไม่เอาแล้ว ยังจะมาอะไรกับเราอีก ซึ่งชมก็อยากจะปกป้องชื่อเสียงของเราเหมือนกัน ว่าชมไม่เคยทำอย่างนั้น'' อย่างไรก็ตาม ทางเอกสาว ชมพู่ - อารยา ได้เปิดเผยอีกด้วยว่า ตนเองคงไม่ฟ้องเรียกเงินส่วนที่เหลือคืนทั้งสิ้น ถือว่าเป็นการทำบุญไปแล้วกัน ''คงไม่ฟ้องนะ เพราะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว มันไม่มีสัญญา เราก็ถือว่าทำบุญไปค่ะ และเงินเท่านั้นก็คงไม่คุ้มค่ากับการทำเรื่องฟ้องร้องอยู่แล้ว ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน หรอกค่ะ ซึ่งชมเองก็ไม่รู้ว่าเค้าไปบอกนักข่าวเพื่อเจตนาอะไรกันแน่ คือก่อนหน้านี้เราก็บอกแล้วนะว่าเราไม่เอาก็ได้ อาจจะเป็นการเข้าใจผิดของการสื่อสาร และชมก็ขอคุยกับผู้ใหญ่เจ้าของงาน แต่เค้าก็ไม่ยอมให้เบอร์ แต่พอเริ่มมีข่าวออกมาไม่นาน ทางผู้ใหญ่เค้าโทร.มาคุยกับชมเองเลย ซึ่งหลังจากที่ชมได้คุยกับผู้ใหญ่ทางโน้น ชมก็ได้ความรู้มาเยอะเหมือนกันนะ (หัวเราะ) คือทางผู้จัดก็เสียสตางค์ในส่วนนั้นมาแล้ว ซึ่งถ้าชมไปเรียกร้องอีกก็เท่ากับว่าเค้าต้องจ่ายเงินเพิ่มให้ชม ซึ่งจริงๆ แล้วเค้าจ่ายมาแล้ว'' ชมพู่ กล่าว ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก