เหยื่อนศ.ปล่อยโฮ! ถูกมองอยากดัง

เหยื่อนศ.ฝึกงานชี้จุดเกิดเหตุในคอนโด ถูก ต้อย แอคเนอร์ ลวนลามพยายามปลุกปล้ำ เจ้าตัวเผยทั้งน้ำตากลัวอิทธิพลมืดคุกคาม พร้อมโต้แจ้งความเพราะอยากดัง มั่นเอาผิดอีกฝ่ายได้แม้ไม่มีพยานหลักฐาน เชื่อเพื่อนสาว ส้ม เป็นนางนกต่อ ไม่หวั่นถูกต้อยแฉกลับถึงพฤติกรรมสุดมั่ว ด้านแม่เผยอีกฝ่ายส่งทนายโทรเจรจาแต่ไม่ยอม ยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เรียกว่างานเข้ารับปีวัวไฟกันเลยทีเดียว สำหรับ ต้อย แอคเนอร์ หรือ นายเกรียงศักดิ์ เอกสกุลชัย เจ้าของนสพ.ชื่อดัง มายาชาแนล ที่ถูกนักศึกษาฝึกงานจากคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม น้องโอ๋ น.ส.เพชรคัมภรณ์ งามช่อชัยพฤกษ์ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหากระทำอนาจาร หลังเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาได้ถูก ต้อย แอคเนอร์ ล่อลวงให้ไปหาที่คอนโดชื่อดังย่านลาดพร้าว และลวนลามโดยเข้าโอบกอดและหอมแก้ม ตนจึงร้องเรียกให้เพื่อนมาช่วยจึงรอดมาได้ ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 16.45 น.วันนี้ (19 ม.ค.) น.ส.เพชรคัมภรณ์ได้เดินทางมายังสน.สุทธิสาร พร้อมคุณแม่และเพื่อนสนิท เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและพาตร.ไปยังคอนโดที่เกิดเหตุชื่อ เลิศอุบลสกายไลฟ์ทาวเวอร์ ที่ตั้งอยู่ในซ.ลาดพร้าว 8 โดยผู้เสียหายได้ไปชี้ตามจุดต่างๆ ไล่ตั้งแต่บริเวณด้านล่างที่มายืนรอเพื่อนที่ชื่อ ส้ม ลานจอดรถชั้นบี 3 ห้องน้ำที่อยู่ข้างสระน้ำ จากนั้นจึงขึ้นไปยังชั้น 8 และชี้ห้องเลขที่ 10/45 ซึ่งเป็นห้องที่เกิดเหตุที่อยู่ติดบันไดหนีไฟ จากนั้นจึงลงมายังลานจอดรถอีกครั้ง เพื่อชี้รถสปอร์ตสีขาวสุดหรูป้ายทะเบียน ง-4315 กรุงเทพมหานคร ยี่ห้อโลตัส ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าเป็นรถของ ต้อย แอคเนอร์ พร้อมกันนี้ยังได้มีการเรียกร้องขอดูกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสำนักงานด้วย ภายหลังเดินทางกลับมายังสน.สุทธิสารเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวได้ไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของ น้องโอ๋ ซึ่งมีหน้าตาเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา โดยเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกเครียดไม่น้อยหลังเกิดเหตุการณ์ฉาว บอกปัดแจ้งความเพราะอยากดัง แต่ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับน้องนักศึกษารุ่นต่อๆ ไป จึงต้องออกมาต่อสู้อีกทั้งยังต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง ...วันนี้ที่มาก็เพื่อมาบอกความจริงให้รู้ว่า ที่เกิดเหตุเราโดนตรงไหนบ้าง เราอยากให้ทุกคนรู้ว่าเราพูดจริงไม่ได้โกหก ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วโอ๋เครียดมาก เราเป็นผู้เสียหายและต้องการกำลังใจ สิ่งที่เราพูดไปใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม แต่เราได้ออกมาต่อสู้แล้ว เพราะฉะนั้น...(น้ำเสียงสั่นเครือ) อยากให้ฟ้ามีตาและดูละกันค่ะว่าอันไหนจริงหรือไม่จริง เราเป็นผู้เสียหายออกมาอย่างนี้เราก็ต้องเป็นผู้เสียหายแน่นอนอยู่แล้ว (ร้องไห้) โอ๋กลัวคนมองว่าทำไปเพราะอยากดัง แต่ดูไปละกันค่ะ ถามว่ามั่นใจจะเอาผิดพี่ต้อยได้มั้ย โอ๋มั่นใจค่ะ คือพยานหลักฐานอย่างอื่นไม่มีเลย ก็มีแต่ตัวหนูนี่แหละ ส่วนตัวส้ม (เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์) เขาไม่เห็นเพราะไปเข้าห้องน้ำ ตอนแรกหนูก็ไม่เชื่อว่าส้มจะเป็นนางนกต่อ แต่มันมีเหตุจูงใจว่าวันนี้เขาก็ไม่ยอมมา เลยคิดว่าน่าจะเป็น และตอนนี้ที่โอ๋กลัวอีกอย่างคือเรื่องของอิทธิพลมืด ซึ่งคิดว่ามันน่าจะมี ขนาดโอ๋ไปที่มหาวิทยาลัยและปรึกษากับอาจารย์ แต่ไม่ขอพูดถึงมหาวิทยาลัยดีกว่า ส่วนเรื่องโทรศัพท์ขู่ก็ยังไม่มี แต่ยังไงโอ๋ก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน เล่าย้อนถึงวันเกิดเหตุ โดน ต้อย แอคเนอร์ พยายามลวนลามครั้งแรกไม่คิดอะไร เพราะรู้ว่าเป็นคนเจ้าชู้ กระทั่งถูกหลอกให้ขึ้นคอนโดและอีกฝ่ายเข้ามาลวนลามทั้งโอบกอดและหอมแก้ม ตนกับแม่จึงจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด....โอ๋ไปฝึกงานกับพี่ต้อยได้แค่ 3 วัน คือวันที่พี่เขาไปเป็นวิทยากรที่ม.หอการค้า มาดเขาดูน่านับถือมาก เด็กหอการค้าในวันนั้นชอบเขาหมดทุกคน เราก็ดีใจที่ได้มาทำงานกับเขา แต่ปรากฎวันที่เขาบอกให้พี่อ๊อด (คนขับรถของต้อย แอคเนอร์) ไปเอารถโอ๋ที่อาร์ซีเอ แล้วเขาก็พาโอ๋กับส้มไปร้านเบียร์หิมะ ตอนใกล้ถึงร้านเราก็ถ่ายรูปเล่นสนุกสนาน ตอนนั้นเองที่โอ๋เริ่มรู้สึกอะไรบ้างแล้ว เพราะเขาเริ่มเอามือมาโอบเรา ตอนแรกเราก็คิดว่าเขาคงเจ้าชู้ธรรมดา เลยยังไม่คิดอะไรมาก แต่พออีกวันโอ๋กับส้มต้องไปพบลูกค้ากับพี่ต้อย เราเลยนัดกันไปขึ้นรถตู้ที่คอนโดของพี่ต้อย ซึ่งตอนนั้นโอ๋ไม่คิดเลยว่าจะได้ขึ้นไปข้างบน พอไปถึงตอน 9 โมงเช้าโอ๋ก็ไปเข้าห้องน้ำ พอส้มมาถึงพี่อ๊อดก็ลงมารับ แล้วแกก็กดลิฟท์ขึ้นไปข้างบนเลย แกบอกว่าให้รออีกคนหนึ่งก่อนยังไม่มา โอ๋เลยได้ขึ้นไปที่ห้องพี่ต้อย ซึ่งในห้องเนี่ยจะกว้างมาก แต่เราเป็นผู้หญิงก็เริ่มรู้สึกไม่ดี พี่ต้อยก็มาพูดจาแนวลามกใส่ เราเลยแกล้งบอกว่าหิวข้าวแล้ว ลูกค้ายังไม่มาอีกเหรอ เขาก็บอกว่าจะลงไป พอดีช่วงจังหวะที่โอ๋ก้มใส่รองเท้ารัดส้น ส้มก็บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ จังหวะนั้นเขาก็เข้ามาโอบกอดและหอมแก้ม โอ๋เลยร้องให้ส้มช่วย จากนั้นพี่ต้อยก็ทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ....ที่โอ๋มาแจ้งความเพราะอยากให้รู้ว่า ถ้าเราโดนอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องยอม เราอย่าคิดว่าสู้เขาไม่ได้เลยต้องยอมให้รังแก โอ๋ว่าเราควรลองมาปรึกษาคนที่เราไว้ใจมากที่สุด ซึ่งก็คือครอบครัวของเรา ถามว่าโอ๋ได้รับผลกระทบอะไรบ้างหลังจากแจ้งความแล้ว กระทบแน่นอนในเรื่องของอนาคต จริงๆ โอ๋ต้องจบปีนี้ แต่เป็นเพราะไม่ได้ฝึกงานต่อ แล้วที่มหาวิทยาลัยจะไม่มีเปิดฝึกงานในเทอมหน้า โอ๋คงต้องเลื่อนไปฝึกอีกเทอมหนึ่งแล้วถึงจะจบปีหน้า ถ้าโอ๋เรียกร้องความเสียหายจากเขา ค่าปรับจากคดีนี้แค่ 2 หมื่นบาทกับอนาคตของโอ๋ที่ต้องจบปีนี้ พี่คิดละกันโอ๋จะเอามาแลกทำไมถ้าไม่เสียหายจริง (มีข่าวว่าทางต้อย แอคเนอร์ มีหลักฐานพร้อมที่จะแฉพฤติกรรมที่ไม่ดีของโอ๋เหมือนกัน?) ตรงนี้โอ๋ก็กลัวนะแต่ให้ดูดีกว่า ขออย่าตัดสินโอ๋จากสิ่งที่เขาพูด ถ้าเขามั่นใจในหลักฐานเดี๋ยวมาว่ากันละกัน ด้านคุณแม่วรรณวิไล งามช่อชัยพฤกษ์ ที่เดินทางมาให้กำลังใจลูกสาวด้วย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าจะเอาเรื่อง ต้อย แอคเนอร์ ให้ถึงที่สุด เพราะตนมีลูกสาวเพียงคนเดียว ไม่สนอีกฝ่ายจะส่งทนายมาเจรจาขอยอมความด้วย ก่อนหน้านี้ก็มีทนายของคุณต้อยติดต่อมาบอกอยากตกลงด้วย แต่แม่ไม่คุยและปิดเครื่องไปเลย แม่บอกให้ไปคุยกับทนายของแม่เองละกัน ยังไงแม่ก็จะดำเนินการกับเขาจนถึงที่สุด อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเก็บตัวเงียบไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อใด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า ต้อย แอคเนอร์ จะเดินทางไปให้สัมภาษณ์รายการสด สยามทูเดย์ ที่ช่อง 5 สนามเป้า แต่ปรากฎมีการยกเลิกคิวกะทันหัน และอาจเลื่อนไปเป็นวันพรุ่งนี้แทน ส่วนในเรื่องของพยานหลักฐานนั้นทางผู้บริหารนสพ.บันเทิงชื่อดังได้เตรียมหลักฐานเด็ด เพื่อจะแฉพฤติกรรมของนศ.ฝึกงานคนนี้ อีกทั้งยังได้ส่งคนมาติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแล้วเช่นกัน ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก