"แอนนิต้า" ร่ำไห้รุดเยี่ยมเหยื่อซิ่ง

นักร้อง-ดาราวัยรุ่น "แอนนิต้า" โผล่เยี่ยมเหยื่อรถชน โร่เข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกหลังขับเก๋งพุ่งชนแม่-ลูกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มอบกระเช้าแสดงความเสียใจ เห็นสภาพคนเจ็บถึงกับร้องไห้ลมใส่ เปิดใจอยากมาเยี่ยมตั้งแต่วันแรก แต่ภาพเหตุการณ์มันยังติดตาอยู่ สภาพจิตใจแย่ ชี้เรื่องแบบนี้ใหญ่มากเป็นเหตุการณ์สุดวิสัยและเสียใจมาก ยันขอรับผิดชอบทุกอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้น เผยนาทีระทึกตกใจขับรถหักหลบจยย.เลยชน ส่วนเหยื่อซึ่งเป็นแม่ยังโคม่า จากกรณีที่ดารานักร้องสาวชื่อดัง "แอนนิต้า" หรือ น.ส.นิษิตา พงศ์ทรง อายุ 20 ปี ศิลปินนักร้องสังกัดอังกอร์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน) ขับรถยนต์ส่วนตัวแล้วเกิดอุบัติเหตุพุ่งเข้าชนนางประทานพร บุญปิตานนท์ อายุ 27 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน ด.ญ.โรส บุญปิตานนท์ ลูกสาววัยขวบเศษ และ น.ส.หทัยรัตน์ จันศิริ อายุ 27 ปี ถูกชนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นดารานักร้องไม่ยอมออกมาเยี่ยมดูอาการของคนเจ็บเพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยอ้างว่ายังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 19 เม.ย. ที่โรงพยาบาลเพชรเวช คลองตัน ดารานักร้อง "แอนนิต้า" น.ส.นิษิตา พงศ์ทรง อายุ 20 ปี ศิลปินนักร้องสังกัดอังกอร์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน) ได้เดินทางมาพร้อมกับนายกร พุ่มดอกมะลิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและส่งเสริมการขายสังกัดอังกอร์ และน.ส.ปรีติ สมศรี หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์สังกัดอังกอร์ โดยเดินทางไปที่ชั้น 8 ห้อง 810 เพื่อนำกระเช้าขนมมอบให้กับนายดนัย บุญปิตานนท์ และด.ญ.โรส สามีและลูกสาววัยขวบเศษของนางประทานพร บุญปิตานนท์ ที่ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ขึ้นไปที่ชั้น 11 ห้องไอซียู เพื่อนำกระเช้าดอกไม้ไปมอบให้กับญาติของน.ส.หทัยรัตน์ จันศิริ ที่ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นักร้องสาวแอนนิต้ามอบกระเช้าขนมให้กับนายดนัย บุญปิตานนท์ สามีนางประทานพร ถึงกับน้ำตาไหลออกมา เพราะเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นนักร้องสาวออกอาการจะเป็นลม ทำให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทต้องพาไปนั่งพักก่อนที่จะออกมาให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ ที่ห้องประชุมเพชรลดา ชั้น 2 อาคารเดิม ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงเพิ่งมาเยี่ยมคนเจ็บ น.ส.นิษิตา พงศ์ทรง กล่าวด้วยน้ำตาว่า แอนอยากมาเยี่ยมตั้งแต่วันแรก แต่ภาพเหตุการณ์มันยังติดตาอยู่ แต่แอนสอบถามอาการคนเจ็บตลอด แต่สภาพจิตใจแอนแย่ จากทุกๆอย่างด้วยความที่เป็นเด็ก เรื่องแบบนี้ใหญ่มาก แอนรู้สึกเสียใจ เป็นเหตุการณ์สุดวิสัยจริงๆ แอนไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหคตุ แอนขอโทษจริงๆ และขอรับผิดชอบทุกอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้น แอนจะรักษาให้เขาหายป่วย และให้สิ่งที่ดีที่สุด รวมทั้งค่ารักษา และขอบคุณที่เขาเข้าใจแอน ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักร้องสาว "แอนนิต้า" กล่าวว่า วันนั้นแอนขับรถไปกับเพื่อนจะไปทองหล่อ และวนใต้สะพานคลองตัน และก็ขับตามรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งอยู่ทางทางด้านขวา แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมอเตอร์ไซค์ถึงเบรกกะทันหัน แอนก็เบรกบ้าง เพราะถ้าไม่เบรกก็ต้องชนมอเตอร์ไซค์ แอนก็หักหลบนิดนึงก็เจอคนวิ่งข้ามมาจากอีกฝั่งหนึ่ง จากนั้นก็ชนเลย แอนขับไม่เร็ว แค่ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง แอนตกใจทำไมถึงชนแรงขนาดนั้น เหตุการณ์นี้ใหญ่มาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้กับแอน รู้สึกช็อก และเสียใจที่เป็นแบบนี้ วินาทีเดียวเท่านั้นที่เกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุการณ์ที่เร็วมาก แอนนั่งช็อกอยู่ในรถนานมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นความฝัน แต่มันไม่ใช่ พยายามรวบรวมสติ และโทรศัพท์หาคุณแม่บอกว่าเกิดอุบัติเหตุ แต่แอนพูดไม่รู้เรื่อง จนเพื่อนต้องคุยแทน ต่อข้อถามถึงใบอนุญาตขับรถ นักร้องสาวกล่าวว่า แอนไม่มีใบอนุญาตขับรถ เพราะไม่มีเวลาไปทำ แต่แอนขับรถมานานแล้ว ปกติเวลาที่ทำงานจะมีรถตู้ของบริษัทคอยรับส่ง แต่พอดีวันนั้นบังเอิญมีธุระส่วนตัวจึงขับไปเอง หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ขึ้นไปที่ห้อง 808 ชั้น 8 อาคารใหม่ โดยนายดนัย บุญปิตานนท์ สามีของนางประทานพร กำลังเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวพาด.ญ.โรส ลูกสาวกลับบ้าน จากนั้นเผยความรู้สึกหลังจากที่นักร้องสาว "แอนนิต้า" นำกระเช้าขนมมามอบให้ว่า เขาบอกว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ตนเห็นหน้าเขาแล้วอารมณ์ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นมาหมด จะแค้นก็ไม่ใช่ จะโมโหก็ไม่ใช่ เรื่องแบบนี้ไม่เกิดกับใครคงไม่รู้ ตนบอกตรงๆ ถึงแม้เขาจะมาก็ไม่มีประโยชน์กับตน เขาบอกเขาตกใจ แต่ตนตกใจมากกว่าพันเท่า โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางคุณชาลี พุ่มดอกมะลิ บอกว่าจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ แต่ยังไม่ได้คุยรายละเอียดชัดเจน และพูดถึงเรื่องการติดต่อย้ายโรงพยาบาลตอนนี้เซลล์สมองของภรรยาตนตายแล้ว ถ้าตนไม่ย้ายโรงพยาบาลก็คือรอวันเสียชีวิต ก็เลยตัดสินใจจะย้ายไปโรงพยาบาลรามาธิบดี เพราะตนคิดว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์ ตนไม่มีทางเลือก แต่วันนี้คุณหมอบอกว่าย้ายไม่ได้ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตระหว่างการย้าย ส่วนลูกสาวแผลที่หัวเย็บ 4 เข็ม แต่ตัดไหมเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องมาให้แพทย์เช็กอาการดูอีกที ซึ่งตอนนี้ยังมีอาการหวาดผวาอยู่ นายดนัย บุญปิตานนท์ เผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า อะไรก็หนีความจริงไปไม่พ้น หมอบอกว่าคงไม่พ้นคืนนี้ แต่ถ้าพ้นคืนนี้ก็ไปได้ทุกเมื่อ เพราะชีพจรเต้นช้า ความดันต่ำ ตอนนี้ตนรอปาฏิหาริย์อย่างเดียวที่ช่วยได้ และที่เขาบอกว่าขับแค่ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีรอยเบรก เสียงดังสนั่นขนาดคนที่พักอยู่ที่เบสเฮ้าท์ชั้น 10 ยังได้ยินเลย คนเป็นร้อยที่เขาตั้งแผงขายของอยู่เขาเห็น ตนไปดูที่กระโปรงยุบเป็นรอย 2 คน และที่กระจกหน้าแตกเป็นหัวคนวงกลมใหญ่ ด้าน นายอนันต์ ประสานสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายแพทย์ เปิดเผยอาการของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่า สำหรับอาการของคุณประทานพร บุญปิตานนท์ ตอนนี้โอกาสรอด 0% สมองตาย หมดหวัง จากประสบการณ์ทางการแพทย์ที่ผ่านมาสมองตายคือไม่ฟื้น และม่านตาไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีทางรอด ถ้าถอดเครื่องช่วยหายใจออกคนไข้ก็หยุดหายใจ ด้าน ด.ญ.โรส วันนี้หมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ส่วนอาการคุณหทัยรัตน์ จันศิริ กระดูกขาซ้ายหัก 2 ท่อน ต้องให้แพทย์กระดูกดูว่าจะผ่าตัดได้มั้ย คาดการณ์ว่าถ้าหายแล้วอาจจะพูดได้ตามปกติ แต่อาจจะมีอาการความจำเสื่อม เพราะสมองช้ำ ก็ต้องค่อยๆ รื้อฟื้นความทรงจำ อาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ แต่ไม่น่าเป็นห่วงมาก เพราะไม่อยู่ในขั้นวิกฤต จากตอนแรกที่มาโคม่า 100% ตอนนี้ดีขึ้น 30% ขอบคุณข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด