กัปตัน ชอบ จุ๋ย เข้าแล้ว

ในที่สุด กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ ก็สารภาพความในใจออกมาโต้งๆ แล้วว่ารู้สึกดีกับนางเอกสาวหน้าคมเข้ม จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา หลังจากที่อมพะนำและปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์นี้มานานพอสมควร แต่เหตุใดหนอพระเอกหนุ่มถึงได้ยอมรับออกมาหน้าตาเฉยแบบนี้ ไปฟังจากปากเขากันเองเลย... ผมว่ามันก็เป็นที่ความเป็นตัวของตัวเองของเขานะ ความจริงใจคือผมว่าเขาก็นิสัยดีแล้วก็ตรงไปตรงมา ผมรู้สึกดีๆ กับเขารู้สึกว่าเออเราอยากจะเรียนรู้คนๆ นี้ แต่อย่าพูดว่าเป็นความรักเลยดีกว่าครับ เพราะว่าผมยังไม่เคยพูดว่าเราคบกันเป็นแฟนเลยนะครับ คือจริงๆ แล้วเนี่ยก็ดีครับจุ๋ยก็ๆ คือคุยกันปกติก็คบกัน เพราะจุ๋ยก็สนิทกับเจี๊ยบกับอ้อมซึ่งเราก็เจอกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่าความรู้สึกดีๆ นี้เกิดขึ้นมานานแล้วหรือยัง เจ้าตัวกลับบอกไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ซึ่งเขาอธิบายว่ามันเป็นเรื่องของพัฒนาการที่ค่อยเป็นค่อยไป ผมว่านั่นมันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่มันเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนบางทีมันพูดยากน่ะครับจะบอกว่า เอ๊ย มันเกิดขึ้นตอนไหน บางทีมันอาจจะเป็นความรู้สึกที่แบบมันค่อยๆ เรียนรู้กัน ผมจะบอกว่ามันก็ค่อยๆ เป็นพัฒนาการของมันน่ะครับ เราก็รู้จักกันจริงๆ มรพูดคุยกันแต่ก็ไม่ถึงขั้นว่าไปไหนมาไหนด้วยกัน หรือว่าแบบไปด้วยกัน 2 คน มันเป็นเรื่องของคน 2 คนที่ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรซึ่งมันยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะว่าผมไม่อยากพูดถึงบุคคลอื่นในมุมที่แบบคือมันไม่ใช่ตัวเรา ถ้าสัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวผมเนี่ย ผมพูดได้หมด คือถ้าถามเรื่องจุ๋ยเนี่ยผมรู้สึกว่าเป็นการไปพูดถึงบุคคลที่ 2 ที่ 3 แล้ว ผมขอไม่ไปพูดถึงเพราะว่าผมรู้สึกว่าตอนนี้มันค่อนข้างที่จะ...แต่ว่าถ้าวันหนึ่งผมรู้สึกอะไรและมันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตผมต่อไป ถ้ามันพัฒนาขึ้นหรือมันพัฒนาลงผมว่าทุกคนก็ต้องรับทราบอยู่แล้วเพราะพี่ ( นักข่าว ) เจอหน้าผมก็ถามผมตลอดอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งเราพูดได้เต็มปากเต็มคำผมบอกแน่นอนว่าเราคบกันแต่การคบกันก็เป็นสเต็ปว่าคบกันแบบไหนขั้นไหน ( ตอนนี้ถึงขั้นเรียนรู้? ) ก็ใช่ครับ ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดำเนินต่อไปอย่างไรนั้น พระเอกหนุ่มปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการในการเรียนรู้ซึ่งกันและกันทำหน้าที่ของมันไป ผมว่ามันก็เป็นธรรมชาติน่ะครับ ธรรมชาติคนเราบางคนอาจจะเร็วบางคนอาจจะช้าบางคนอาจจะมีวิธีการมีอะไรต่างกัน อย่างผมก็ค่อยเป็นค่อยไป ตัวผมเองจะพัฒนาความสัมพันธ์หรือตัวเขาเองจะพัฒนาหรือยังไง ผมว่ามันก็เป็นในส่วของเขาหรืออะไรก็ตาม คนเรามันก็เรียนรู้กันจากทุกวันน่ะครับ ต่อให้คุณบอกคุณคบกันหรือแต่งงานกันสุดท้ายมันก็ต้องเรียนรู้จากกันทุกวันจนกว่าจะตายจากกันน่ะครับ มันเป็นเรื่องของการพัฒนาทางความคิด ทางอารมณ์ ทางสติปัญญา อะไรก็ตาม มันมีอะไรอีกเยอะน่ะครับ ก็ค่อยๆ ไปตามสเต็ปของชีวิตผม แล้วผมบอกไม่ได้ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของผมก้าวขึ้นมาเป็นอีกขั้นหรือเปล่าเพราะว่ามันเป็นความรู้สึกน่ะครับ ส่วนมันจะพัฒนาถึงขั้นไหนก็เป็นเรื่องของอนาคต ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเรียนรู้จักใครก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นจุ๋ยหรือไม่จำเป็นจุ๋ยจะต้องเป็นตัวผม ก็คือเขาอาจจะมีสิทธิ์เรียนรู้จากใครอีกก็ได้ตราบเท่าที่เขาจะบอกว่าเออเขาจะคบคนนี้เป็นแฟนหรือแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย