ตั๊ก-บงกช แซบกว่า สุ่ย-พรนภา แค่คนขี้อิจฉา
สัปดาห์ก่อน...คอลัมน์ เปิดประตูใจ มีโอกาสได้พุดคุยกับดีเจหนุ่มหน้าตี๋ กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ถึงกรณีรักสามเส้าที่มีชื่อของสาว สวยสองนางคือ สุ่ย-พรนภา เทพทินกร และ ตั๊ก-บงกช คงมาลัย เป็นตัวชูโรง งานนี้ฝ่ายหญิงเล่นออกมาโต้ตอบกันมันส์หยด แหม... อาทิตย์นี้จึงขอคว้าตัว หนูตั๊ก-บงกช มาเปลือยหัวใจเรื่องทั้งหมด ขอบอกว่าห้ามพลาด...ทุกคำพูดล้วน...แซบ...ได้ที่
ข่าวคราวกับกฤษณ์เป็นยังไง...จริง ๆ พี่กฤษณ์ ก็ออกมาให้ข่าวไปแล้วนี่ มันเชยแล้วนะ ก็อยากจะบอกว่า บางครั้งคนเราไม่ควรยึดติดอะไรมากไป ควรลืมอดีต มาถามเรื่อย ๆ อย่างนี้มันถึงลืมอดีตไม่ได้ไง ตั๊กแค่เปรียบเทียบให้ฟัง บางทีเรื่องอะไรที่เคลียร์แล้วก็ควรจะให้เคลียร์ อย่างที่พี่กฤษณ์ว่าถูกแล้ว ตั๊กออกมาพูดคนแรกแล้ว เราเป็นพี่เป็นน้องกัน แล้วตัวตั๊กก็มีภาระมากมาย ไม่อยากเอาตัวเองไปผูกมัดกับใคร
แล้วเรื่องที่กฤษณ์บอกว่า ตั๊กเป็นคนที่ใช่เลยล่ะ อาจมีรีเทิร์นกันได้...เขาพูดเหรอ ไม่ทราบจริง ๆ เลย โดยตัวตั๊กแล้วเป็นคนที่อะไรที่มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เฮ้อ..( ถอนใจ ) ตั๊กไม่ทราบจะพูดยังไงเรื่องของอนาคตตั๊กไม่รู้ เราเคยคาดว่าเป็นอย่างนั้น มันก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เรื่องที่พี่กฤษณ์รู้สึกดีกับตั๊ก ตั๊กรู้สึกดีมาก ๆ ที่ผู้ชายคนหนึ่งรู้สึกเสียดายผู้หญิงอย่างเรา ไม่ใช่ว่าเราไม่ดีนะ แต่ผู้หญิงคนหนึ่งก็คงมีความรู้สึกดี ที่ผู้ชายรู้สึกเสียดาย แต่โดย ณ วันนี้ตั๊กยังไม่คิดรีเทิร์น อีกอย่างหนึ่งคือ เราเคยลองคบกันดูแล้วมันก็ไม่ใช่ มันไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ใช่หรือเราไม่ใช่ แต่มันเหมือนกับไม่ค่อยลงตัว
ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มาจากตัวตั๊กเอง เรายังเด็ก แล้วยังชอบต้องการรู้ปัญหาโน้นปัญหานี้มากมาย คือ ชอบเคลียร์ ยังมีเรื่องอีกมากมายที่อยากได้อิสระในการทำ คือ ชีวิตคู่ต้องเดินคู่กัน แต่ตั๊กชอบเดินนำก่อนมันเลยทำให้เหมือนกับเรายังไม่ปรับเลย แต่พี่เขาพร้อมนะ โดยความอบอุ่น ความรักที่เขามีให้ตั๊กมันมากมาย เขาเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข เขี่พร้อมเหมือนกัน ตั๊กเพิ่งจะ 19 แล้วตั๊กไม่ค่อยตามใครมันเลยมีคู่ไม่ ได้ ชอบนำโด่งคนเดียวไม่ชอบตามใคร มีความคิดเป็นของตัวเองสูง กว่าจะเปลี่ยน ความคิดได้คงต้องใช้เวลา จะมาเปลี่ยนกันปุ๊บปั๊บเลยก็ไม่ได้ ถ้าจะให้เปลี่ยนก็คงต้องใช้เวลาซึ่งมันไม่ใช่เวลานี้
รู้สึกเสียดายบ้างมั้ย...ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย ยังอึ้งเหมือนกันที่พี่กฤษณ์พูดทำนองว่าเสียดายเราออกมา มันยังไม่คิดนะ เพราะโดยส่วนตัวเรื่องจุดกำเนิดของชีวิตคู่ยังแทบไม่มีในหัวสมองเลย ไม่คิดถึงอะไรที่หนัก ๆ
ขอเข้าประเด็น สุ่ย-พรนภา เลยดีกว่า รู้ว่าเขาพูดถึงเราทำนอง เข้าใจหัวอกคนโดนทิ้งด้วยกัน
ที่พี่กฤษณ์พูดก็น่าจะกระจ่างแจ้งพอแล้ว คงเป็นความรู้สึกของคนที่อิจฉา จริง ๆ แล้ว เขาเองก็คงไม่ทราบเรื่องของตั๊กกับกฤษณ์ แต่ไม่เป็นไร ตั๊กไม่ทราบรายละเอียด คือมันไม่สามารถที่จะเชื่อใครได้ แต่ตั๊กไม่ได้ออกไปแก้ตัว เพราะตั๊กไม่ได้โดนทิ้ง ซึ่งตรงนี้พี่กฤษณ์ออกไปแก้เอง อาจเป็นพี่สุ่ยมองโลกในด้านเดียว ทั้ง ๆ ที่ เขาเองก็เจอโลกมาหลายด้าน แต่เขาเลือกที่จะมองด้านนั้นด้านเดียว และมันก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนได้แล้ว เขาเชื่อมั่นในความคิดของเขามากเกินไป
บางครั้งตั๊กใช้คำพูดโต้ตอบสุ่ยรุนแรง ไม่กลัวเสียภาพลักษณ์เหรอ...ตั๊กเป็นเด็กแล้วไง อยากถามหน่อยว่าแล้วสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำมันถูกต้องแล้วเหรอ ตั๊กพูดในความเป็นจริงไม่ได้บิดเบือนความเป็นจริงแม้แต่นิดเดียว เราแค่แสดงความคิดเห็นออกไป ซึ่งนายกรัฐมนตรียังบอกเลยว่า ต้องกล้าแสดงความคิดเห็น เชื่อมั่นในตัวเอง ( หัวเราะ ) ที่สำคัญคือ สิ่งนั้นที่ผู้ใหญ่ทำมันถูกแล้วเหรอ ถ้ามันถูก ตั๊กจะได้ทำตามบ้าง
ไม่กลัวว่าการที่เราตอบโต้กลับไปจะเป็นการช่วยกระตุ้นยอดขายหนังสือเขาเหรอ
ตั๊กไม่ทราบเรื่องของการตลาด ตั๊กแค่เป็นคน ๆ หนึ่งที่แสดงความคิดเห็นออกไปแล้วโดนกล่าวอ้างในหนังสือเล่มนั้น โดยไม่พึงประสงค์ ตั๊กเลยอยากพูดออกไปว่าเป็นยังไง โดยที่หัวสมองของตั๊กไม่ได้คิดถึงเรื่องของการตลาด แต่ตั๊กคิดว่าเงินที่ได้จากการขายหนังสือมันจะได้่าไหร่ มันจะสามารถทำให้เขารวยเลยเหรอ สิ่งที่ตั๊กกำลังพูด คืออยากให้เขารู้สึกสำนึกมากกว่า ไม่ได้คิดจะกระตุ้นยอดขาย มันไม่สามารถทำให้เขารวยขึ้นมาหรอก ตั๊กไม่เชื่อนะ ที่สำคัญคือ เรื่องอกหักเนี่ยช่วยลงให้หน่อยว่า ตั๊กไม่ได้อกหัก เพราะตั๊กเพิ่งอายุแค่ 19 ถ้าตั๊กอายุ 30 แล้ว เราค่อยมานั่งร้องไห้เขียนหนังสือด่า แต่ตอนนี้ตั๊กเพิ่งจะ 19 ดังนั้น เรื่องอกหักยังไม่อยู่ในหัวสมอง
แล้วประเด็นที่อีกฝ่ายเขียนพาดพิงทำนองว่า ตั๊กเป็นมือที่สามล่ะ...สำหรับตั๊กเองแล้ว พี่กฤษณ์มาจีบตั๊กค่ะ ซึ่งตอนนั้นเขาบอกว่า เขาเลิกกับสุ่ยตั้งนานแล้ว แต่พี่สุ่ยไม่ยอมเลิก ( เสียงย้ำนิด ๆ ) ไม่ยอมรับความจริง นี่คือคำที่พี่กฤษณ์ให้กับตั๊กค่ะ
ตอนนี้เป็นโสดแล้วมีหนุ่ม ๆ มาจีบบ้างมั้ย...ไม่มีค่ะ ทำงาน 7 วัน ส่วนเพื่อนหนุ่มชาวต่างชาติที่ร่วมงานกัน เราก็ไม่ได้มองใคร อยากทำงานอยากอยู่กับแม่ ไม่อยากให้ใครมาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่ตั๊กก็ไม่เข็ดกับความรักนะ เพราะมันเป็นอีกช่วงชีวิตหนึ่งที่เราต้องเจอก็โอเค ส่วนเรื่องความรักครั้งใหม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะเวลาที่ตั๊กเจอใครว่าใช่ ตั๊กก็ไม่รู้หรอกว่าเวลานั้นเป็นเวลาไหน คนอื่น ๆ เข้ามาตอนนี้ก็เป็นเพื่อนหมด แต่จะพัฒนาไปถึงตรงจุดนั้นหรือเปล่า ยังไม่รู้ แต่คิดว่าถ้ามีคงต้องรู้อยู่แล้วแหละ ( หัวเราะ )
สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




