เปิดตัวหน้าเหมือน เบิร์ด ผงะหลานสาววัย 17

น้องโบว์ เด็กสาวอายุ 17 โชว์หลักฐานสูติบัตร เปิดตัวว่าเป็นหลานสาว เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ เผยประวัติถูกพ่อแม่ทิ้งตั้งแต่เด็ก ปล่อยให้ป้าๆ เพื่อนแม่เลี้ยงจนโต ทั้งยังเคยเล่าให้ฟังว่าแม่เคยคบหาอยู่กับพ่อที่เป็นนักดนตรี เป็นพี่ชายของ เบิร์ด-ธงไชย แต่ตอนหลังเลิกรากันแล้วหายหน้าไป จนกระทั่งโดนแม่ทิ้งไปอีกคนตอนอายุ 2 ขวบ ด้านซุปเปอร์สตาร์ดังของไทยรู้ข่าวรีบโทร.มานัดเด็กสาวให้ไปพบทันที ก่อนประกาศยอมรับเพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นหลานจริงๆ เพราะนอกจากจะนามสกุล แมคอินไตย์ แล้ว หน้าก็ยังคล้ายกันด้วยจึงไม่น่าแอบอ้าง ด้าน น้องโบว์ เปิดใจหลังได้พบเบิร์ด บอกมีความสุขสุดๆ เพราะได้เป็นทั้งหลานอาเบิร์ด และยังจะได้พบพ่อด้วย เผยที่ผ่านมาไม่กล้าออกมาเปิดตัวเพราะกลัวถูกหาว่าแอบอ้าง จากกรณีที่มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่ววงการว่า มีหลานสาวของเบิร์ด-ธงชัย แมคอินไตย์ ที่เกิดจากพี่ชายของเบิร์ด ถูกทอดทิ้งตั้งแต่เด็ก โดยมีเพื่อนๆ ของแม่ช่วยชุบเลี้ยงจนขณะนี้โตเป็นสาวอายุ 17 ปีแล้วนั้น เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบตามที่อยู่ซึ่งได้รับแจ้ง ภายในซ.มหาดไทย ถ.ลาดพร้าว กทม. ได้พบกับเด็กสาวคนดังกล่าว ผิวขาว สวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน มีหน้าตาคล้าย เบิร์ด-ธงไชย ทราบชื่อเล่นว่า โบว์ ส่วนชื่อจริงในบัตรประชาชนระบุชื่อ น.ส.วรรณิศา แมคอินไตย์ เกิด 29 พ.ย. 2530 ที่อยู่ 139/17 ถ.คลองภาษีเจริญ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ หมู่โลหิต บี วันออกบัตร 15 ส.ค. 2546 บัตรหมดอายุ 28 พ.ย. 2552 นอกจากนี้น้องโบว์ยังนำสูติบัตรที่หัวกระดาษมีหมายเลข 8713 ระบุชื่อ ด.ญ.วรรณิศา แมคอินไตย์ เกิด 29 พ.ย.2530 เวลา 17.37 น. มารดาชื่อนางนิฐิมา ศรีศิริจันทร์ อายุ 31 ปี ที่อยู่ 139/17 คลองภาษีเจริญ ปากคลองภาษีเจริญ บิดาชื่อนายวิวัฒน์ แมคอินไตย์ อายุ 31 ปี มาให้ผู้สื่อข่าวดูเพื่อเป็นการยืนยัน พร้อมทั้งกล่าวว่าเกิดมาไม่เคยเจอพ่อ ส่วนแม่ก็ทิ้งให้เพื่อนเขาเลี้ยงโบว์จนถึงปัจจุบัน ก็สงสัยในนามสกุลเหมือนกัน แต่เกิดมาก็ได้ใช้แล้ว ไม่ได้แอบอ้างอะไร โบว์รู้จากป้าๆ ที่บ้านเก่าย่านภาษีเจริญว่าโบว์เป็นหลานอาเบิร์ด ป้าที่เลี้ยงมาก็บอกว่าแม่โบว์เคยคบกับพ่อที่เป็นนักดนตรี และเป็นพี่ชายของเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ โบว์ยังบอกป้าว่าอย่างนั้นเขาก็ต้องเป็นพ่อหนูสิ แต่หลายคนพูดว่าพ่อเขาไม่รับ และเขายังบอกว่าหนูไม่ใช่ลูกเขา หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาไม่รับ แต่ทำไมชื่อเขาถึงมาอยู่ในทะเบียนบ้านโบว์ และตรงกับชื่อพี่ชายอาเบิร์ด เด็กสาวหน้าคล้ายเบิร์ด-ธงไชยกล่าว น้องโบว์ยังเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กว่า.....ตั้งแต่ 2 ขวบแม่ทิ้งให้เพื่อนเลี้ยง และต้องไปอยู่กับบรรดาเพื่อนๆ แม่หลายที่เยอะมาก เพื่อนแม่จึงช่วยกันเลี้ยงทั้งที่ไม่ใช่ญาติกันแต่อย่างใดจนป.4 ไปอยู่ที่จ.กาญจนบุรี แต่ที่อยู่นานสุดกับอาอี้ หรือป้าจิตตรา ธนาสารวิมล ตั้งแต่เรียนป.6 ถึงม.3 โดยอาอี้ส่งเสียค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และให้โบว์เรียกอาอี้ว่าแม่ และที่โบว์ออกมาเปิดเผยตัว เพราะอยากรู้ว่าพ่อจริงๆ เป็นใคร และจะไปสมัครเรียนที่ไหน หรือไปสมัครงานก็ต้องมีเอกสาร แต่นี่มีแค่สำเนาสูติบัตรใบเดียว และโบว์ก็อยากตอบสังคมว่าหนูก็มีพ่อนะ จะยอมรับหรือไม่ก็ตาม เขาอาจจะมีเหตุผลของเขาก็ได้ ขณะนี้โบว์ก็ไม่ได้เรียนแล้ว จบแค่ม.3 เพราะไม่มีเงิน และไม่มีคนส่งเรียน เมื่อโตขึ้นก็อยากตามหาพ่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน เพราะป้าๆ ไม่ใช่คนที่กว้างขวาง แต่ป้าก็ตามหาแม่ให้ตอนที่โบว์อายุ 16 ปีแล้ว ได้เจอแม่ครั้งแรกตอนที่จะต้องทำบัตรประชาชน ซึ่งลำบากมาก เพราะไปตามหาที่บ้านซึ่งแม่เคยอาศัยอยู่แต่พบว่าเป็นบ้านรั่งไปเล่าเรื่องให้เจ้าหน้าที่เขตภาษีเจริญฟัง เจ้าหน้าที่ก็เช็กให้จนทราบว่าแม่ก็ต้องมาต่อบัตรประชาชนที่นี่เหมือนกัน และบัตรก็ใกล้หมดอายุแล้ว โบว์จึงขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยบอกแม่ให้หน่อยว่าลูกตามหาอยู่ แต่ไม่ได้รับการติดต่อ จน 1 ปีผ่านมาโบว์กลับมาให้เจ้าหน้าที่ช่วยค้นหาเบอร์โทรศัพท์อย่างละเอียด จนพบโทรศัพท์ของพี่ชายอีกคนจึงลองโทร.ไป ทำให้ได้พบแม่ครั้งแรก จำได้ว่าวันที่ 15 ส.ค. โบว์ถามแม่ว่าพ่อใช่พี่ชายของอาเบิร์ดหรือไม่ แม่ก็ตอบว่าใช่ เป็นพี่ชายจริงๆ เป็นพี่ที่อายุห่างกัน 1 ปี แต่แม่ก็ไม่พูดอะไรมาก เพราะเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด หรืออาจจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เขาไม่อยากเล่าให้เด็กฟังก็ได้ โดยพ่อกับแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แม่บอกว่าขณะที่ท้องโบว์ แม่บอกพ่อว่าท้องแล้วนะ จากนั้นพ่อกับแม่ก็เลิกกันตอนที่เขาอายุ 31 ปีเท่ากัน โดยพ่อให้เหตุผลกับแม่ว่าเขามีแฟนแล้ว และกลัวมีปัญหา แม่ก็ไม่รู้ว่าพ่อมีแฟนแล้ว น.ส.วรรณิศา หรือน้องโบว์ กล่าวอีกว่า.....ถ้าให้ตรวจดีเอ็นเอก็ตรวจ จะใช่หรือไม่ก็ตาม แต่ตอนที่เขาทิ้งโบว์ไปเขารู้หรือยังว่าใช่หรือไม่ แต่ทำไมเขาทิ้งโบว์ไปก่อนโดยไม่อยากรู้ว่าใช่ลูกหรือเปล่า ถ้าพ่อหรืออาเบิร์ดโทร.มาก็คงจะถามว่าทำไมทิ้งโบว์ไป เพราะช่วงโบว์เล็กๆ พ่อยังส่งเสียให้เงินอยู่ แต่ไม่กี่เดือนเขาก็ไม่ให้ แล้วยังโทร.ไปที่บ้านบอกว่าไม่ต้องมาเอาเงินแล้ว ให้แม่เลี้ยงไป จากนั้นพอโบว์อายุ 2 ขวบแม่ก็ทิ้งให้เพื่อนเขาเลี้ยงมาจนทุกวันนี้ และประมาณตอนโบว์อายุ 9 ขวบป้าที่เลี้ยงคนหนึ่งโทร.ไปหาพ่อ บอกพ่อให้มารับโบว์ไปเลี้ยงเพราะไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน แต่เขาก็ไม่ยอมรับ และยังบอกว่าอย่ามายุ่งกับเขา ถ้าเข้ามายุ่งกับเขามากๆ จะให้ทนายไปเปลี่ยนนามสกุลของโบว์ เพราะถือว่าแอบอ้างเอานามสกุลไปใช้ และเขาก็ไม่ใช่พ่อโบว์ แต่เขาเห็นว่าเด็กไม่มีพ่อจึงช่วยเหลือ ยอมเซ็นรับเป็นพ่อให้ วันนี้ยังมีผู้หญิงชื่อเจี๊ยบโทร.มา บอกว่าเป็นญาติกับคุณวิวัฒน์ พ่อของโบว์ และคุณวิวัฒน์อยู่ต่างจังหวัดและทุกคนทราบข่าวแล้วตื่นเต้นมาก โบว์ยังงงว่ามีข่าวออกแล้วทำไมอยากเจอโบว์เลยเหรอ โบว์ก็ถามกลับไปว่าไม่กลัวโบว์จะแอบอ้างหรือ แล้วไม่คิดจะตรวจอะไรหรือ เขาก็บอกว่าอย่าไปคิดตรงนั้น โบว์ทำถูกแล้วที่ออกมาพูดอย่างนั้น ถ้าเป็นหลานจริงทางสกุลแมคอินไตย์ยินดีต้อนรับ โบว์ก็ถามกลับไปว่าแล้วไม่กลัวอาเบิร์ด เขาไม่ว่าหรือ เพราะเดี๋ยวจะไปทำให้ชื่อเสียงเขาเสีย คนชื่อเจี๊ยบก็ให้โบว์ไปหาที่แกรมมี่ เวลา 15.00 น. เพราะอาเบิร์ดจะเลื่อนคิวเพื่อรอเจอโบว์ และให้โบว์ไปคนเดียว แต่โบว์ไม่กล้าไป เพราะโบว์ตามหาพ่อแล้วทำไมพ่อหรืออาเบิร์ดไม่โทร.มา หรือจะเป็นคนในนามสกุลแมคอินไตย์ แต่นี่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังสัมภาษณ์น้องโบว์อยู่นั้น ปรากฏว่า เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ได้โทรศัพท์เข้ามาพูดคุยกับน้องโบว์ ทำให้น้องโบว์ถึงกับร้องไห้ แล้วถามเบิร์ดว่า ไม่กลัวเป็นการแอบอ้างหรือ, แล้วคนชื่อนี้ใช่พ่อหนูหรือเปล่า, แล้วเขารู้หรือเปล่าว่าหนูเป็นลูกเขา และ คนแถวบ้านยังบอกว่าอาเบิร์ดเป็นอาหนู โดยใช้เวลาคุยกันประมาณ 10 นาที จากนั้นน้องโบว์กล่าวว่าอาเบิร์ดรู้ข่าวแล้วจึงโทร.ไปถามพี่ชายว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และให้โบว์ไปหาอาเบิร์ดที่ชั้น 41 อาคารแกรมมี่ ต่อมา เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ได้เปิดเผยภายหลังจากที่ได้พบหน้า น.ส.วรรณิศา แมคอินไตย์ หรือน้องโบว์แล้วว่า.....ในเบื้องต้นพอเห็นรูป เห็นหน้าตา รู้สึกว่าเหมือนหลานเรา ที่มีอยู่ตอนนี้ทุกๆ คนเหมือนมาทางเรา ให้พี่ๆ ทุกคนดู ก็บอกว่าใช่ เขาน่ารัก ตาเหมือนเบิร์ด จมูกก็เหมือน เราก็ดีใจแล้วรีบติดต่อทันที เราไวกว่าพ่อเขาอีก เพราะพ่อเขาแก่แล้ว ไม่สบาย ส่วนเบิร์ดก็รีบบินลงมาจากเชียงราย เห็นแล้วก็ดีใจ ก็พยายามโทร.ให้หลานเรียกตัวเองว่าอา หลานเองเป็นคนถามว่าแล้วทำไมเชื่อว่าเป็นเค้า เบิร์ดบอกไม่รู้ แต่ถ้าหนูกล้าออกมาอย่างนี้ ถ้าแมคอินไตย์จริงๆ มันต้องกล้า และบัตรประชาชนก็มี และที่รู้สึกบางอย่างว่าเด็กคนหนึ่ง เขาขาดความรัก และเราเป็นแชมป์ให้ความรักอยู่แล้ว ถึงแม้วันหนึ่งเขาบอกว่าแล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ อาเบิร์ดจะทำอย่างไร ไม่เป็นไรเลย อาเบิร์ดยินดี ทั้งเด็กๆ แฟนเพลงทั่วประเทศเรายังดูแลได้เลย ตอนนี้มันเป็นอื่นไม่ได้ ก็เลยจุดธูปบอกแม่ว่าแม่เดี๋ยววันนี้ ถ้าแม่ส่งหลานมาแม่รับผิดชอบด้วยละกัน เอาให้แน่นะว่าใช่หรือเปล่า เพราะเบิร์ดจะไปหาหลานแล้ว พี่ชายพี่สาวก็ดีใจ วันนี้ดูเขาเรียบร้อย เป็นเด็กดี 17 ปีที่ผ่านมาเขาก็ยังครองตัวมาถึงวันนี้ได้ มีสติอยู่ตลอดเวลา มีหลายคนยุให้เปลี่ยนนามสกุล เขาก็บอกว่าเขาไม่เปลี่ยนเพราะเขาเกิดมาแบบนี้ ดีนะ ก็รอเวลา พระเขาคงให้เราได้ให้ความรักกับเด็กอีกคนหนึ่ง เพราะหลานเบิร์ดตอนนี้ตั้งทีมฟุตบอลได้แล้ว ซุปเปอร์สตาร์ดังเมืองไทยกล่าว เบิร์ดยังกล่าวว่า.....กว่าจะมาถึงวันนี้ 17 ปี พวกเราก็ลำบากกันมาที่บางแค แมคอินไตย์ต้องลำบากก่อน การที่เขาครองตัวมาวันนี้เขาก็ลำบากพอสมควรที่เขาจะสอนตัวเขาเองได้ วันที่ผ่านมาเราไม่ว่าใครผิดใครถูก ทุกคนต้องมีวันวานของตัวเองทั้งนั้น แต่วันนี้เรื่องของเด็กเราต้องดูแลเด็กคนนี้ นามสกุลแมคอินไตย์เราต้องดูแลก่อน เจอปั๊บ พอกอดเราก็รู้ และเด็กคนนี้เราคิดย้อนหลังไป ถ้าเป็นเขาจริงๆ เขามองอาเบิร์ด ดูคอนเสิร์ต ดูงานศพคุณย่า เขาบอกอยากไปหาย่าก็ไม่กล้า เพราะว่ามีคนพูดตลอดเวลาว่าเดี๋ยวตำรวจจับ ไปอ้างนามสกุลเขา เด็กก็เลยกลัว แต่เบิร์ดคิดว่าพระคงกำลังให้ของขวัญเขา และก็ให้ของขวัญพวกเราที่จะให้ความรักกับเด็กด้วย ด้าน น้องโบว์ ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกหลังได้พบ อาเบิร์ด ว่า.....ดีใจจนพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนตัวเองฝันไป ไม่คิดว่าคนแรกที่เข้ามากอดเราคืออาเบิร์ด โบว์เพิ่งได้คุยกับพ่อทางโทรศัพท์ก็รู้สึกดีใจมากๆ ตื่นเต้นด้วย เพราะคุณพ่อบอกว่าอยากพบ แต่วันนี้ยังมาไม่ได้เพราะอยู่ที่เชียงราย และไม่สบาย โบว์เห็นอาเบิร์ดร้องเพลงตั้งแต่โบว์ยังเด็ก ก็คิดว่าจะใช่อาเราจริงๆ หรือเปล่า ตอนนั้นอยากให้เป็นอาของโบว์จริงๆ เป็นพ่อ เพราะเห็นอาเบิร์ดช่วยเด็กกำพร้าก็รู้สึกว่าอาเบิร์ดเป็นคนรักเด็ก รู้สึกอบอุ่น วันนี้โบว์มีความสุขมากๆ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย