บรู๊ค เปิดใจรับไม่ได้ภาพหมาหน้าตัวเอง

ดารานักการเมือง บรู๊ค-ดนุพร ปุณณกันต์ เปิดใจรับไม่ได้ถูกตัดต่อหน้าตัวเองเข้ากับภาพสุนัข เผยคุณแม่น้ำตานองหลังเห็นรูป ยันเรื่องเงินเรื่องเล็กแต่อยากเรียกร้องสิทธิของความเป็นมนุษย์กลับคืน ด้านบรรณาธิการที่ปรึกษาสยามบันเทิง ฉัตรชัย วรดิลก แจงเป็นเรื่องของมุมมองที่ไม่เหมือนกัน บอกไม่อยากให้เรื่องบานปลายพร้อมยืนยันโดยส่วนตัวยังสนิทไม่ได้โกรธกันแต่อย่างไร กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้กรณีของหนังสือ สยามบันเทิง ฉบับวันที่ 30 ก.ค.- 5 ส.ค.48 ได้นำภาพใบหน้าของพระเอกหนุ่ม บรู๊ค-ดนุพร ไปตัดต่อเข้ากับภาพสุนัขโดยมีนักแสดงสาว กบ-สุวนันท์ อุ้มอยู่ พร้อมด้วยข้อความบรรยายใต้ภาพว่า.....แฟนพันธุ์ใหม่ อยากรู้จังว่าที่มาของชื่อน้องหมาพอตเตอร์ มาจากความชอบส่วนตัวเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ อ่ะป่าว? ส่วนนิสัยน้องหมายังไง๊...ยังไงก็จงรักภักดีอยู่แล้ว กบ-สุวนันท์ คงอธิษฐานในวันเกิด ขอให้พี่บรู๊ค แฟนหนุ่มนักการเมือง รักเดียวใจเดียวกับเธอเหมือนน้องหมาที่ซื่อสัตย์กับเจ้านายไปจนวันตายนั่นแหละ ทั้งนี้ภาพและข้อความดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับพระเอกหนุ่มเป็นอย่างมากเนื่องจากมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายชื่อเสียงของตนเองซึ่งในอีกบทบาทหนึ่งยังมีหน้าที่ในเรื่องของกิจกรรมทางการเมืองที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือจากประชาชน จนเจ้าตัวตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทที่ตีพิมพ์สื่อดังกล่าวทั้งทางแพ่งและอาญาพร้อมเรียกค่าเสียหายร่วม 5 ล้านบาทนั้น ภายหลังดำเนินการเรื่องการฟ้องร้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนักแสดงชื่อดังได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า กับภาพที่ออกมานั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติกันมากที่สุด พร้อมตั้งคำถามหากคนที่เป็นเจ้าของหนังสือมาเห็นรูปที่ตนเองโดนตัดต่อหน้าเข้ากับรูปสุนัขแล้วจะรู้สึกอย่างไร สาเหตุที่ฟ้องเพราะเห็นภาพแล้วรู้สึกว่ามันเกินขอบเขตและรุนแรงไป เปรียบเราเป็นสุนัข ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ไม่อยากไปมีเรื่องกับใคร ปกติผมเป็นคนที่ไม่เอาเรื่องเอาราวใครอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้รู้สึกว่ามันเกินขอบเขตก็เลยต้องใช้ศาลเป็นที่พึ่ง จากนั้นผมก็เลยพูดคุยกับทนายว่าจะฟ้องร้องได้ไหม ทนายบอกว่าฟ้องได้ ฟ้องหมิ่นประมาทเลยฟ้องเรียกค่าเสียหายไป 5 ล้าน เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวผมมาก คุณแม่เห็นรูปแล้วร้องไห้เลย เห็นสภาพคุณแม่แบบนี้แล้วมันกระทบกระเทือนจิตใจผมมาก ถ้าเป็นภาพการ์ตูนคงไม่เป็นไร ก็ถือว่าหยวนๆ ไปแต่นี่มันเกินขอบเขตจริยธรรม ผมต้องเรียกร้องสิทธิความเป็นมนุษย์ของผมกลับคืนมา ไม่ให้ใครมาดูถูกว่าผมเป็นสุนัข ยืนยันไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ และภาพดังกล่าวก็ไม่ตลกเลยสำหรับตนเองและครอบครัว ใครที่ยังไม่เคยเห็นรูปอาจจะว่าผมทำเกินไป แต่ถ้าเห็นรูปก็คงคิดเหมือนผมว่าเค้าว่าว่าผมเป็นหมา คนทำอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก วไม่ตลก ถ้าคิดให้ดีนอกจากเค้าจะว่าผมเป็นหมาแล้วก็เท่ากับว่า ว่าพ่อแม่ผมเป็นหมาด้วย การที่ผมออกมาเรียกร้องสิทธิครั้งนี้เพื่อต้องการให้ประชาชนทราบว่าสื่อที่ดีก็ยังมีอยู่มาก แต่สื่อที่ไม่ดีก็มีอยู่เหมือนกัน ก่อนฟ้องผมก็ได้มีการพูดคุยกับพี่สื่อมวลชนที่ผมรู้จักว่าผมจะฟ้องดีไหม ทุกคนก็บอกว่าให้ฟ้องไปเลย เพราะว่ามันรุนแรงเกินไป ฟ้องสื่อแบบนี้กลัวจะไปกระทบกับเรื่องการเมืองไหม? ไม่กลัว ผมยังต้องเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกหลายปี ผมกลัวแต่ว่าคนจะมองว่าภาพพจน์ไม่ดี เลือกหมาเข้ามาแบบนี้ กลัวตรงนี้มาทำให้เสียภาพพจน์ แต่ไม่กลัวว่าจะกระทบกับสื่อ ผมไม่เคยทะเลาะกับใคร สื่อเองก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง ผมไม่เอาเรื่องเอาราวกับใครถ้ามันไม่เกินไป เรื่องค่าเสียหายที่ฟ้องร้องเป็นมูลค่าที่ประเมินเอาเพราะไม่ได้เสียเหมือนพวกสิ่งของหรือรถพัง แต่มันเป็นความเสียหายทางด้านจิตใจ ถ้าผมชนะผมจะเอาเงิน 5 ล้านไปทำบุญหมดเลย อาจจะสร้างศาลาหรือทำอะไรที่มีประโยชน์ก็ได้ เรื่องสตางค์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ผมต้องการให้คนที่ทำเรื่องนี้มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่พอลงไปแล้วค่อยมาลงขอโทษทีหลัง ต้องคิดก่อนทำ แค่ขอโทษอย่างเดียวไม่พอ เพราะถ้าเกิดศาลสั่งให้ขอโทษมันก็สบายเกินไป แต่ถ้าเกิดเราฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เค้าอาจจะเข็ด มันมีบทลงโทษมากกว่า ต่อไปหนังสือจะได้มีความระมัดระวังมากขึ้น ได้พูดกับทางหนังสือหรือยัง?.....ผมพูดคุยกับทาง บก. แล้ว ผมเป็นคนโทรไปบอกเขาเองว่าผมจะฟ้องเขา ที่โทรไปบอกก็เพราะเห็นเป็นพี่เป็นน้องกัน เคยไปตีกอล์ฟด้วยกัน รู้จักกันมา 7 ปี ผมก็บอกเค้าไปตรงๆ ว่าผมไม่ชอบไม่พอใจ โกรธและจะฟ้อง เค้าก็บอกว่าเค้าขอโทษแล้วจะลงขอโทษในหนังสือให้ แต่ผมเห็นว่าเรื่องขอโทษเป็นเรื่องดุลยพินิจ แค่นี้คงไม่พอ หนังสือก็วางแผงไปแล้วคนก็เห็นหมดแล้วคงต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม ต่อไปเขาจะได้คิดก่อนทำ ส่วนเรื่องของการยอมความกันนั้น พระเอกหนุ่มบอกว่า ณ วันนี้เรื่องได้อยู่ขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กบ-สุวนันท์ นั้นรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ นักแสดงหนุ่มบอกว่าได้คุยกันแล้วและเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวซึ่งทางด้านนักแสดงสาวก็เข้าใจ ตอนนี้คงเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ถ้าเขามีอะไรจะคุยก็ให้พูดคุยกับทางทนาย ส่วนอนาคตจะเป็นไงผมยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้คนที่เป็นสื่อฉุกคิดและนึกถึงจิตใจคนอื่นบ้าง ถ้า บก. เห็นภาพเค้าที่แบบเป็นหมาแบบนี้เขาจะรู้สึกยังไงบ้าง ตอนที่ข่าวลงน้องกบไปเมืองนอกยังไม่รู้เรื่อง และก็ยังไม่ได้เห็นรูปดังกล่าว แต่ก่อนจะฟ้องร้องก็มีการพูดคุยกับน้องกบแล้ว น้องกบก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ในส่วนของความเคลื่อนไหวจากทางหนังสือสยามบันเทิงในฐานะของจำเลยนั้น ฉัตรชัย วรดิลก บรรธาธิการที่ปรึกษาของหนังสือเปิดเผยว่า การดำเนินการของทางหนัคงจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในบริษัทสยามสปอร์ตฯ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากมุมมองที่แตกต่างกัน อันนี้ต้องบอกในฐานะของคนที่ค่อนข้างจะสนิทกับทางบรู๊คเขาน่ะครับ คือหลังจากที่หนังสือได้ตีพิมพ์ไปแล้ว บรู๊คเขาก็โทรมาก็มีการคุยกันทำความเข้าใจกันในระดับหนึ่ง คือมันเป็นเรื่องของมุมมองที่แตกต่างกัน ทางเราก็มองแค่ว่ามันเป็นแก๊กที่เราหยิบจับเรื่องของความซื่อสัตย์ เพราะว่าสุนัขมันก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่สนิทกับมนุษย์มาก มีความใกล้ชิดกัน แล้วก็เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะซื่อสัตย์กับเจ้าของ ส่วนทางบรู๊คเองเขาก็บอกเหมือนกับที่ให้สัมภาษณ์นั่นแหละว่ามันเป็นเรื่องฐานะหน้าตาทางสังคม เพราะว่าเขาทำงานที่ต้องการความเชื่อถือจากประชาชน ต้องเข้าหาประชาชนแล้วการไปทำอย่างนี้มันอาจจะเป็นจุดอ่อนที่คู่ต่อสู้ทางการเมืองหยิบขึ้นมาโจมตีได้ ซึ่งทางเราไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น มันก็เป็นเรื่องของมุมมองที่แตกต่างแต่กันนั่นแหละครับ ในฐานะของคนที่สนิทคุ้นเคยกับหนุ่มบรู๊ค บรรณาธิการที่ปรึกษาบอกว่าใจจริงแล้วอยากจะให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายต้องการอย่างไร ก่อนจะยืนยันว่าโดยส่วนตัวแล้วไม่ได้มีความขัดแย้งหรือโกรธกันแต่อย่างไร พอหลังจากที่คุยกันแล้วทางเราก็พยายามที่จะลดปัญหาความขัดแย้ง อีกฉบับที่ออกมาเราก็ได้ลงขอโทษเขาไป แล้วก็บอกว่าเราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เขาเกิดความเสียหาย เราไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ทางนั้นเขาก็มองว่าเขาทำงานการเมือง มาทำแบบนี้ไม่ได้ ทางเราก็ยอมรับว่ามันเป็นความผิดพลาดนั่นแหละ แต่ก็ยังยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาร้ายเป็นการนำเสนอมุมมองของความรักในอีกแง่หนึ่ง แต่ถ้าทางนั้นไม่เห็นด้วยก็คงจะแล้วแต่เขา ทางบริษัทจะดำเนินการอย่างไรผมเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน แต่ก็อยากที่จะคุยกันก่อน ตกลงกันก่อน พยายามหาทางเคลียร์ โดยส่วนตัวก็ขอยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะหรือว่าโกรธอะไรกันนะ ส่วนไอ้เงิน 5 ล้านบาทอะไรเนี่ย ถ้าผมมีไม่มีปัญหาอะไรหรอก ผมจ่ายให้ก็ได้ แต่ทยอยจ่ายเดือนละหมื่นนะ ( หัวเราะ ) สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย