โพลระบุกรณี แหม่มท้อง คนไม่พอใจกว่าร้อยละ 80

โพลรามเผยผลสำรวจกรณี แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ท้อง ชี้ 81.1 เปอร์เซ็นต์ ตำหนิพฤติกรรมที่ไม่พูดความจริง โดยในจำนวนนี้หวั่นว่าทำให้เกิดการเลียนแบบ รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการออกมาแถลงข่าวการตั้งครรภ์ด้วยใบหน้าร่าเริง และมองว่าปมปัญหาเกิดจากผู้ชายขาดความรับผิดชอบ ขณะที่ร้อยละ 12.6 รู้สึกเห็นใจ และมีเพียงร้อยละ 0.9 เท่านั้นที่เข้าข้างเจ้าหญิงในวงการบันเทิง และร้อยละ 3.9 ไม่ด้วยกับการออกข่าวของสื่อ ดร.อรัสธรรม พรหมมะ ประธานคณะกรรมการศูนย์ประชามติ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาฝ่ายสำรวจประชามติฯ และหัวหน้าภาควิชาการบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ เปิดเผยว่า ที่จริงการตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน ลูกนอกสมรส การลักลอบทำแท้ง การมีบุตร โดยปราศจากความพร้อม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมานานแล้ว การตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจซึ่งอาจเกิดจากการถูกข่มขืน การขาดการคุมกำเนิด หรือความพลาดพลั้ง ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย ทั้งในด้านเกียรติยศชื่อเสียง และรายได้ มีผลกระทบทั้งต่อตนเอง และวงศ์ตระกูล เป็นที่ดูถูกเหยียดหยามของคนในสังคม ซึ่งโดยมากฝ่ายหญิงจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคนยากจนหรือคนร่ำรวยก็ตาม เพียงแต่จะเป็นข่าวในวงกว้างหรือวงแคบเท่านั้น กรณีของนางเอกดังอย่างคัทลียา แมคอินทอช ก็เช่นกัน ที่ผ่านมา คัทลียามีข่าวภาพลักษณ์ที่สวยสดงดงาม เป็นภาพลักษณ์ที่คนส่วนใหญ่รับรู้ในทางที่ดี เป็นภาพลักษณ์ที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากสูญเสียไป แต่เมื่อเขาต้องสูญเสียสิ่งนั้นไปจึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งสะท้อนค่านิยมในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงสุ่มสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ 1,519 คน เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2548 เพื่อประเมินสำนึกรับผิดชอบชั่วดีของคนในสังคมไทยท่ามกลางการหลั่งไหลทางวัฒนธรรมตะวันตกเกี่ยวกับข่าวการตั้งครรภ์ของคัทลียา แมคอินทอช ผลการสำรวจสามารถแยกได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ร้อยละ 81.1 ตำหนิพฤติกรรมของดาราที่เป็นข่าว โดยร้อยละ 38.6 รู้สึกไม่พอใจดาราคนนี้อย่างมาก เพราะคิดว่าไม่ได้พูดความจริงกับพวกเขา รู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงที่ภาพลักษณ์นางเอกละครที่เขาเคยชื่นชมกลับกลายเป็นภาพเสื่อมเสีย มีข่าวคาวด้านเพศจนกระทั่งตั้งครรภ์โดยไม่ถูกต้องตามประเพณี ดังนั้น ร้อยละ 19.9 จึงเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เกรงว่าเยาวชนจะเลียนแบบ นอกจากนี้ การที่ออกมาแถลงข่าวการตั้งครรภ์ด้วยใบหน้าร่าเริงมีความสุขของนางเอกชื่อดังกลับทำให้คนตำหนิร้อยละ 6.5 สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ร้อยละ 5.1 เห็นว่าเกิดจากผู้ชายขาดความรับผิดชอบ ร้อยละ 3.2 เห็นว่ามีผลกระทบต่อเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิด ร้อยละ 2.7 เห็นว่าการสร้างภาพ เจ้าหญิงแห่งวงการมายา มานาน ทำให้นางเอกคนนี้ไม่กล้ารับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเพราะกลัวว่าจะกระทบต่อหน้าที่การงาน รายได้ และชื่อเสียง จึงพยายามคงภาพลักษณ์นางเอกที่แสนสวยแสนดีไว้ ยิ่งกว่านั้น ร้อยละ 1.6 เห็นว่าไม่เหมาะสมกับการเป็นทูตยูนิเซฟ ร้อยละ 1.3 รู้สึกสงสารแม่และครอบครัวของฝ่ายหญิงที่ต้องได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้น ร้อยละ 1.2 เกรงว่าการรับประทานยาสตรีที่สามารถขับประจำเดือนได้นั้นจะมีผลต่อเด็กในครรภ์ ร้อยละ 0.9 รู้สึกห่วงสุขภาพแม่และลูก กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่แสดงความรู้สึกเห็นใจนางเอกคนดังกล่าวซึ่งมีอยู่ร้อยละ 12.6 โดยร้อยละ 8.7 ก็ยังให้กำลังใจ เอาใจช่วยให้สามารถดำรงชีวิตความเป็นแม่และดูแลลูกให้แข็งแรงสมบูรณ์ต่อไป ร้อยละ 1.8 เห็นว่าผิดแล้วควรอภัย ซึ่งมีจำนวนเท่ากับกลุ่มที่เห็นว่าคนที่ล้มแล้ว ไม่ควรทับถมซ้ำเติม และร้อยละ 0.3 เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเวรกรรมที่ทำกันไว้ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่เข้าข้างฝ่ายหญิง มีเพียงร้อยละ 0.9 เท่านั้น โดยร้อยละ 0.6 เห็นว่าการที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากมายเป็นเพราะไม่เข้าใจหัวอกลูกผู้หญิง และร้อยละ 0.3 เห็นว่าไม่เห็นจะเป็นเรื่องผิดแปลกอะไรเพราะในประวัติศาสตร์ไทยฟรีเซ็กซ์มานานแล้ว กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการออกข่าวของสื่อมีจำนวนร้อยละ 3.9 เนื่องจากร้อยละ 2.3 เห็นว่าสื่อไม่ควรให้ความสนใจกับข่าวนี้มากเกินไป ควรสนใจข่าวที่มีเนื้อหาสาระเป็นประโยชน์มากกว่านี้ ร้อยละ 1.6 เห็นว่าเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เป็นเรื่องส่วนตัว คนอื่นไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และร้อยละ 1.5 เห็นว่าสื่อไม่มีคุณภาพ ดร.อรัสธรรม กล่าวต่อว่า ความคิดเห็นของประชาชนที่แสดงออกทางเว็บไซต์เหล่านี้สะท้อนอารมณ์ของคนในสังคมอย่างเผ็ดร้อนรุนแรงมากกว่าร้อยละ 80 แสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่รับไม่ได้กับภาพทางลบของคนที่เขาเคยชื่นชม นั่นย่อมหมายความว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังต้องการรักษาวัฒนธรรมเดิมไว้ ไม่ต้องการให้สตรีมีครรภ์ก่อนแต่งงาน ต้องการให้คู่หนุ่มสาวที่รักกันนั้นครองคู่โดยไม่ละเมิดศีลธรรม เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหากับสตรีและเด็ก ตลอดจนผู้คนแวดล้อม กรณีการตั้งครรภ์ของคัทลียา แมคอินทอช เป็นสิ่งที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจของคัทลียาซึ่งเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเป็นอย่างมาก แต่ก็กระทบกระเทือนจิตใจคนที่รักและชื่นชมคัทลียาด้วย แต่ในที่สุดความรู้สึกดังกล่าวจะลดความรุนแรงไปเอง นี่เป็นธรรมชาติของอารมณ์ สิ่งสำคัญคือ ผู้หญิงที่พบสภาพการณ์เช่นนี้จะทำอย่างไรต่อไปต่างหาก การเลือกลูกไว้เลี้ยงดูเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว การทำงานเป็นประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นๆ จะกลบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้เอง พยายามใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียน พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สิ่งที่เกิดขึ้น ต่อไปก็จะกลายเป็นอดีต นั่นคือสิ่งที่ผู้หญิงไทยควรกระทำ และสิ่งที่ไม่ควรลืมอย่างยิ่งก็คือ อย่าโกหก อย่าทำผิดศีลธรรม เพราะจะเกิดผลกรรมอย่างที่เห็น ชมภาพวีดีโอ การแถลงข่าว คลิกที่นี่ เรื่องที่เกี่ยวข้อง - "แหม่ม" คัทลียา บินไปอเมริกาแล้ว (ชมภาพ พร้อมวีดีแถลงข่าว) - "เจ๊เบียบ"เตือนวัยรุ่นไม่พร้อมอย่าเลียนแบบ"แหม่ม" - "หนูแหม่ม"สุริวิภา ลั่นเสียใจมากที่สุดในชีวิต - "เอ็กแซ็กท์"ยันยังไม่ถอด"แหม่ม"จากละคร - หมอดูแนะ"แหม่ม"เก็บตัวก่อนกลับวงการ-ฟันธงดังกว่าเดิม - หมอยืนยัน เป็นไปได้ยาก ท้อง 5 เดือนไม่รู้ - ประวัติว่าที่คุณพ่อคุณแม่คู่ใหม่ แหม่ม - บีบี๋ - แหม่ม-สุริวิภา ยืนยัน แหม่ม-คัทรียา ไม่ป่อง - แหม่ม โชว์ตัวสยบข่าวท้อง วอนเห็นใจกันบ้าง - แหม่ม เปิดปากไม่มีงานวิวาห์ - ชมภาพแฟชั่น แหม่ม-คัทลียา และ หนูแหม่ม - อ.ลักษณ์ ฟันธง! แหม่ม ต้องสอยเจ้าชาย ทาทา ห้ามมีสามี - รอบรู้เรื่องการตั้งครรภ์ - เพศสัมพันธ์ในชีวิตคู่ เป็นเรื่องธรรมชาติ - ตั้งครรภ์อย่างไร ถึงจะมีความสุข