แหม่ม-คัทลียา กับเวลา ( ส่วนตัว ) ที่ได้มา

เงียบๆ ไปพอสมควรสำหรับข่าวคราวของนักแสดงสาวชื่อดังของไทย แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ที่บินไปเก็บตัวเงียบอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทิ้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการกระทำและคำพูดของเธอหลายต่อหลายเรื่องไว้ข้างหลัง ไม่นานก่อนจะเกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิต เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์เรื่องราวที่น่าสนใจไว้เรื่องหนึ่งชื่อ ชีวิตที่ไม่น่าอิจฉาของ คัทลียา แมคอินทอช ในหนังสือพ้อคเก็ตบุ๊ค มองมุมกลับ ของ ยศสันต์ เสริญไธสง หลักๆ คือเรื่องราวความเป็น คนของประชาชน ความยากลำบากของการยืนอยู่ ณ จุดที่ถูกเรียกว่า คนสาธารณะ ที่ทำให้เธอหาเวลาความเป็นส่วนตัวได้ยากเหลือเกิน แต่ ณ วันเวลานี้เชื่อแน่ว่าสิ่งที่เธอต้องการนั้น นักแสดงสาวคงจะได้มันไปแล้วอย่างเต็มเปี่ยม แม้อาจจะดูวุ่นวายเปลืองเนื้อเปลืองตัวและเปลืองชื่อเสียงไปพอสมควร แหม่มเหมือนคนที่อยู่ในที่แจ้ง ทุกคนจะเห็นเรา แต่เราจะไม่เห็นทุกคน เวลาทำอะไรก็จะถูกจับตามองไปหมด บางทีทานข้าว ไปซื้อของกับเพื่อน อยากจะสนุกสนาน กรี๊ดกร๊าด ดี๊ด๊าบ้าง...ก็จะเอ๊ะ...เดี๋ยวคนอื่นเขาจะติฉินนินทาได้ว่ากิริยามารยาทไม่งามยอมรับนะคะ ว่าเวลาไปเมืองนอก หรือไปที่ไหนไกลๆ ที่ไม่รู้จักจะรู้สึกสบาย จะทำอะไรก็ได้ จะนั่งกินไอติมริมถนนกับเพื่อนก็ได้ เพราะตอนนั้นแหม่มใช้ชีวิตธรรมดาๆ เหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าเทียบได้ก็เหมือนนางสาวคัทลียา แมคอินทอช ที่มีชีวิตเหมือนกับนางสาวสมจิตร นางสาวสมใจ เท่านั้น ไม่ใช่เป็นนางสาวคัทลียา ที่เดินไปไหน ทำอะไร ทุกคนก็จับตามองไปหมด ขนาดงานศพของคุณพ่อวิลเลี่ยม แมคอินทอช พ่อของแหม่ม แต่มีประชาชนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยในขณะที่แหม่มเองอยู่ในภาวะเศร้าโศก แต่แหม่มก็ยอมถ่ายโดยดี เราต้องท่องเสมอว่าเราเป็นคนของประชาชน แต่บางครั้งเราก็มีความขัดแย้งในใจว่า ใช่...ฉันเป็นคนของประชาชน แต่ประชาชนอย่างฉันก็เป็นคนธรรมดาที่พ่อฉันก็างปุ๊บ ฉันก็อยากจะพุ่งไปหาพ่อ ดูแลท่าน เพราะ ณ วันนั้นเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าพ่อจะอยู่หรือพ่อจะไป พ่อใครใครก็รัก ใครก็อยากให้เวลา ไม่ใช่เหรอคะ แหม่มระบายถึงความรู้สึกอีกด้านที่เธอต้องเป็นคนของประชาชน เป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างน่าเห็นใจ และยืนยันว่าตัวเองไม่เคยชักสีหน้าไม่ดีใส่แฟนๆ แต่อย่างใด ไม่ใช่ว่าเราหยิ่งนะคะ แต่มีบ่อยครั้งที่เราไม่สบาย ป่วย ปวดท้อง ปวดฟัน หรือมีปัญหา ที่ในขณะนั้นเราต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง แต่เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ แหม่มมั่นใจว่าทุกครั้งที่มีคนเข้ามาคุย แหม่มไม่เคยชักสีหน้า หรือพูดจาไม่ดีกับเขาเลยสักครั้ง ยอมรับค่ะว่า บางครั้งต้องฝืนยิ้ม แต่ก็ต้องคิดอยู่เสมอว่า คนที่เขาเข้ามาหาเรานั้นก็เพราะเขาชื่นชมเรา มันไม่ใช่เรื่องถ้าเราจะไปลงกับเขา แต่บางครั้งก็อยากให้เขาเข้าใจเราบ้างเหมือนกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แหม่มโดนแฟนละครบังคับขอลายเซ็น ซึ่งเธอกำลังหิว แต่สุดท้ายแหม่มก็เลือกที่จะวางตะเกียบหันมาจับปากกาเซ็นให้ มีอยู่ครั้งหนึ่งแหม่มไปกินก๋วยเตี๋ยว ตอนนั้นกำลังหิวมาก มีน้องคนหนึ่งเข้ามาขอลายเซ็น ถึงยังไงเราก็ยังมีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง อารมณ์หิวไม่ต่างจากคนอื่น ก็เลยบอกเขาว่า พี่หิวมากค่ะ ขอกินก่อนเถอะเพราะไส้กิ่วหมดแล้ว เดี๋ยวกินเสร็จจะเซ็นให้นะคะ เขาก็บอกว่าไม่ได้ค่ะ ต้องเซ็นให้หนูเดี๋ยวนี้ เพราะหนูรีบ เราก็ยืนยันว่าจะขอกินก่อนเพราะหิวจริงๆ เขาก็ยังยืนยันว่า เราต้องเซ็นให้เขาก่อน ถึงจะได้กิน เราก็คิดว่าสิทธิส่วนบุคคลของเราก็คงมีเหมือนคนอื่นๆ เลยขอตามใจตัวเองหน่อยเถอะ ผิดด้วยเหรอที่ฉันหิว...พอพูดเสร็จก็หันไปหยิบตะเกียบเลย เขาก็พูดเสียงดังเลยว่า พี่คะ...วางตะเกียบเดี๋ยวนี้ แล้วเซ็นให้หนูเลย เพราะหนูจะไปแล้ว หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แหม่มสั่งสมความอดทน และเรียนรู้แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร.....เพราะทุกคนต่างก็ต้องการมีชีวิตเป็นตังตัวเอง อยากมีความเป็นส่วนตัว ซึ่งเราก็อยากได้เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้ ก็เลยเอ๊ะ...ทำไมล่ะ อยากซื้อของ ทำไมต้องมาขอถ่ายรูปตอนนี้ ทำไมต้องโดนลากไปทำโน่นทำนี่ตอนนี้ มันมีหมดล่ะค่ะ โกรธ หงุดหงิด อึดอัด ไม่ชอบ ไม่พอใจ แต่ทำอะไรได้มั้ย ก็ทำไม่ได้ เพราะเรารักในอาชีพนี้แล้ว เราก็ต้องเคารพในสิ่งที่มันมาด้วยกัน เราก็คงไม่อยากให้ใครมาเขียนว่า เราไม่ให้ความร่วมมือ เราไม่ดี เราหยิ่ง ไม่ดูแลแฟนละครเลย อยู่ในตำแหน่งที่คนทั้งประเทศอิจฉา ใครก็อยากเป็นเจ้าหญิง แต่แหม่มเคยบอกว่าเธออิจฉาคนกวาดถนนที่ยิ้มอย่างสบายใจ ถ้าเลือกได้แหม่มเลือกจะเป็นคนธรรมดา ที่มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป มีอยู่ครั้งหนึ่ง แหม่มเคยนั่งหงุดหงิดอยู่ในรถ กระวนกระวาย กลัวจะไปไม่ทันนัด เพราะเรารู้ว่า ทีมงานไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยชีวิตกำลังรอเราอยู่คนเดียว ทุกอย่างในชีวิตดูเร่งด่วนไปหมด พอแหม่มมองออกไปข้างทางที่รถติด เห็นคนกวาดถนน กำลังนั่งทานข้าวเที่ยงอยู่กับลูก เขาเล่นหยอกเอินกันแล้วหัวเราะ เราเห็นแล้วรู้สึกว่าทำไมรอยยิ้มเขาหวานจัง ทำไมเขายิ้มได้กว้างจังเลย ทำไมเขามีความสุขขนาดนี้ ผิดกับเราในขณะที่ทุกอย่างมี มีรถ มีบ้าน มีเงินทอง มีงานทำ แต่เรากลับไม่เคยสัมผัสรอยยิ้มแบบนั้นมานานแล้ว สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย