แตกแล้วชัวร์ พีชเมกเกอร์ โดนใบสั่งให้แยกวง !!
คลุมเครือมานานสำหรับข่าวลือแตก-ไม่แตกของ 2 หนุ่มวง พีชเมกเกอร์ จนในที่สุดก็สามารถง้างเอาคำตอบจากปากของนาย พีท-พีระ เทศวิศาล มือกีต้าร์คู่หูของหนุ่ม บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ได้สำเร็จ โดยพีทยอมรับน้ำเสียงเรียบๆ ว่าวงแตกแล้วชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สาเหตุไม่ใช่ทะเลาะกันอย่างที่เป็นข่าว หากแต่เป็นความต้องการของทั้งคู่ที่อยากทำเพลงในแนวที่ตนเองถนัด อีกทั้งเป็นคำสั่งจากทางต้นสังกัดว่าให้แยกกันทำงานได้แล้ว !!
ข่าวลือวงแตกเป็นเรื่องจริงครับ เพราะเราแยกกันแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เราเลิกรับงานร่วมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาฯส่วนงานที่รับไว้คู่กันก็หมดแล้ว หลังจากนั้นก็จะไม่มีเล่นด้วยกันอีกแล้ว
แต่ก่อนหน้านี้บอยออกมายืนยันว่ายังไม่แยกวงตอนนี้นี่?.....ที่ผมพูดนี่แหละครับความจริง
นอกจากจะเกี่ยวกับตัวสัญญาที่ใกล้หมดลง อีกเหตุผลหนึ่งก็คือเป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่ต้นสังกัดให้แยกกันรับงาน บวกกับความอิ่มตัวของทั้ง 2 หนุ่มที่ต่างคนก็ต่างอยากทำตามความถนัดของแต่ละคน พร้อมโต้ข่าวแตกคอ !!
เป็นเรื่องของผู้ใหญ่สั่งลงมาว่าให้แยกรับงานกันได้แล้ว ตอนนี้คือต่างคนก็ต่างแยกกันออกไปบอยก็ไปเดี่ยว ผมก็ไปเดี่ยว เหตุผลไม่ใช่ทะเลาะกัน แต่เหตุผลคือแนวทางความคิดแนวเพลงไม่ตรงกัน บอยชอบร็อกส่วนผมชอบเพลงเพราะๆ สบายๆ กีต้าร์โปร่งอะไรแบบนี้ ซึ่งมันขัดแย้งกันตรงนี้และคิดว่าทำมา 2 ชุดก็น่าจะอิ่มตัวได้แล้ว ก็เลยแยกกันทำละกัน
อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าการแยกตัวออกอัลบั้มเดี่ยว การทำงานอาจจะเหนื่อยหนักขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งจุดนี้พีทบอกว่า...
ผมไม่กลัวเลย เหมือนกันเคยโดนถามตั้งแต่อัลบั้มแรกว่ากดด็บอกว่าไม่เคยกดดันเลยเพราะไม่เคยคาดหวังอยู่แล้วว่าจะต้องดังหรืออะไร ทำอย่างมีความสุขก็พอแล้ว แฟนคลับในเว็บไซต์รู้แล้วแต่คนหมู่มากอาจจะยังไม่รู้ เค้าก็ตกใจจำได้ว่าคอนเสิร์ต ( Peacemaker Panorama Concert ) ร้องไห้กันเป็นแถบเพราะเค้ารู้กันก่อนแล้ว น้องๆ เค้าก็เข้าใจว่าพี่พีทพี่บอยคนละแนวกันจริงๆ คืออะไรๆ มันมาเร็วมากและมันก็อิ่มตัวเร็ว ความคิดของบอยและพีทก็ชัดเจนเร็วขึ้นชัดมาก ฉะนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องแยกตัวออกไป ถามว่าพร้อมแค่ไหน ความพร้อมผมมีแล้ว ความมั่นใจมีแล้ว กำลังใจก็มีแล้ว ส่วนเรื่องพูดน้อยคือผมก็เป็นผมแบบนี้ถ้าคนที่เคยติดตามเวลาที่ผมไปเล่นคนเดียวลักษณะของผมก็จะเป็นแบบนี้ ถ้าเค้าจะชอบก็คงชอบที่เราเป็นแบบนี้ไม่ใช่ที่เราพูดโน่นพูดนี่
แต่การเป็นพีชเมกเกอร์มันจะขายง่ายกว่า นึกเสียดายโอกาสตรงนี้มั้ย?.....ถ้าหมายถึงชื่อเสียงเงินทองไม่เสียดาย เสียดายความรู้สึกมากกว่า ใจหายที่ไม่ได้ทำงานกับเพื่อนมากกว่า
มิวายโดนมองว่าทำแข่งกันเองแหงๆ.....ประเด็นนี้ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน เพราะมันชัดเจนอยู่แล้วว่าคนละแนว แฟนคลับเท่าที่คุยมาเค้าก็บอกจะติดตามทั้ง 2 คน คงไม่ใช่แข่งกันเพราะความเป็นเพื่อนก็ยังอยู่ ทุกวันนี้เจอกันก็คุยกันปกติเรื่องเพลงก็ถามบ้างว่ายังไง แต่ไม่ได้คุยเป็นเรื่องเป็นราวเพราะบอยเค้าก็ยังอยู่ที่แกรมมี่แต่ไม่รู้ว่าค่ายเดิมรึเปล่า ( ค่ายกรีนบีนส์ ) แต่ยืนยันว่าเราจากกันด้วยดีครับ แต่สำหรับผมยังไม่สรุปครับ พอดีผมจะทำรายการทีวีถ้าเซ็นกับแกรมมี่ไม่รู้เค้าจะให้ทำหรือเปล่า คุยกับผู้ใหญ่อยู่ว่าถ้าผมสามารถมาทำตรงนี้ได้โอเคเซ็นต่อ
ทำไมไม่อยู่แกรมมี่เลยในเมื่อเราก็เกิดกับที่นี่?.....ทีแกรมมี่เลยก็ได้ แต่ว่าบางทีข้อจำกัดของสัญญามันทำให้เราทำอะไรได้ไม่ทั้งหมดที่อยากทำ ก็เลยต้องเผื่อเลือกไว้ก่อนเพราะผมไม่ได้อยากเป็นนักร้องอย่างเดียว ยังอยากทำอีกหลายอย่างมากเลย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเค้าจะไม่เลือกผมก็ไม่เป็นไร ให้คนอื่นเลือกผมบ้างก็ได้ อย่างตอนนี้ผมก็ทำโรงเรียนสอนทำอาหารก็คือร้าน ABC Plus Cooking Studio ที่สยามฯ ซอย1 และกำลังจะเปิดเร็วๆ นี้เป็นร้านอาหารกึ่งผับอยู่แถวพระราม 3 รอตกแต่งอีกนิดนึงก็สมบูรณ์แล้ว เป็นร้านเล็กๆ ซึ่งเราจะเล่นดนตรีให้ฟังบรรยากาศสบายๆ และอนาคตอันใกล้นี้จะทำรายการตอนนี้อยู่ในช่วงดำเนินการอยู่
ที่ผ่านมาคนมักจะให้ความสนใจบอย จุดนี้เราเคยน้อยใจมั้ย?.....ก็ไม่นะ อุเบกขา ( ยิ้ม ) อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ใครจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ
โอกาสที่จะกลับมาเป็นพีชเมกเกอร์ เหมือนเดิมมีมากน้อยแค่ไหน?.....เออ....อันนี้ ขอไม่ตอบได้มั้ยครับ ผมอยากให้พีชเมกเกอร์เป็นความทรงจำดีๆ และเก็บไว้ตลอดไปดีกว่า
สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

