ไดอาน่า โต้ข่าวลือข้ามทวีป ท้องกับ นาวิน ต้าร์

หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงพักใหญ่ สำหรับสาวหมวย ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ หลังเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่วันนี้เธอได้กลับมาแล้ว และพร้อมลุยงานทางด้านการแสดงเต็มที่ พร้อมถือโอกาสโต้ข่าวเม้าท์กระฉ่อนเน็ตว่าท้องกับนักร้องหนุ่ม นาวิน ต้าร์ พอลงจากเครื่องปุ๊บคุณแม่บอกว่าอีก 2 วันต้องไปเป็นพิธีกรงานเปิดสถานี TCTV ( ไทย-ไชนีส เทเลวิชั่น ) นะ โห...ตัวเราก็งงมาก เพราะว่าเพิ่งลงมาจากเครื่อง ตอนนี้ไม่ได้นอนติดต่อกันหลายชั่วโมงแล้ว แล้วมันก็เลยรู้สึกเบลอๆ แต่ก็รู้สึกดีใจค่ะที่ยังมีพวกพี่ๆ ที่นึกถึงเราเวลามีงานอะไร คิดถึงวงการบันเทิงมากค่ะ เรื่องงานก็คงจะต้องแล้วแต่ผู้ใหญ่ แล้วก็คุณผู้ชมทุกคนว่าเค้ายังให้การต้อนรับกับเราอยู่รึเปล่า ทั้งชีวิตที่ผ่านมา 10 ปีของได๋คือทำงานมาตลอดเวลา แทบจะไม่มีอาทิตย์ไหนที่ไม่ทำงาน ช่วงหลังๆ ทำงานเกือบทุกวัน แต่พอไปอยู่ที่นู่นมีหน้าที่แค่เป็นนักเรียน แล้วก็เป็นคนที่จะต้องดูแลตัวเองให้ได้ ถามว่าอยากเล่นละครมั้ย อันนี้หนูคงตอบไม่ได้เพราะว่ามันก็แล้วแต่โอกาสที่จะเข้ามามากกว่า แต่ถามตัวหนูเองว่าหลังจากที่หนูไปซึมซับอยู่ในวงการเป็นเด็กฟิล์ม แล้วหนูไปอยู่ที่นู่นจะช่วยเพื่อนๆ เวลาใครมีโปรเจ็กต์ได๋ก็จะเป็นแคสติ้งไดเรกเตอร์ให้ มันก็ทำให้รู้สึกว่าอยากกลับมาเล่นอีกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่าคนเรายิ่งอายุมากขึ้นยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้น มันยิ่งทำให้เราได้ทำอะไรสิ่งอื่นที่มันดีมากขึ้น อนตอนเด็กๆ ให้หนูมาเป็นพิธีกรอย่างนี้หนูก็คงทำได้ไม่ดีเท่าวันนี้ กับการแสดงก็เหมือนกัน หนูคิดว่าเราได้ไปเรียนรู้อะไรมาตั้งเยอะแยะ เราก็อยากจะทำเหมือนกัน ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเกือบ 2 ปี แต่ที่เมืองไทยก็ยังไม่วายมีข่าวว่าได๋ ท้องกับนักร้องหนุ่ม นาวิน ต้าร์ แต่ยังไงเธอก็ยืนยันว่าไม่มีอะไรแน่นอน ส่วนความสัมพันธ์ในตอนนี้ก็เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น เพราะในอนาคตต้องมีเรื่องให้คิดมากมาย กับข่าวที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้สึกยังไงค่ะ เพราะว่าจริงๆ ตอนที่เป็นข่าวรู้สึกว่าหนูจะกลับมาที่นี่ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว แล้วมีคนถามหนูก็ตอบไปเหมือนปกติค่ะ อีกอย่างได๋ก็สนิทกับคนในวงการเยอะมาก มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้จักกันแต่เราก็เป็นแค่เพื่อนกันนะ อยู่ที่นู่นก็เจอกันบ้าง เจอกันก็จะคุยแต่เรื่องเรียน เพราะเรา 2 คนมีความคิดที่เหมือนกัน ก็คือคิดว่าเรื่องของการเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด กับข่าวเรื่องท้องตอนนี้ไม่ซีเรียสนะ แต่ถ้าเป็นสมัยตอนเด็กจะซีเรียสมากๆ เพราะว่ามีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำ แล้วมีคนมากล่าวหาว่าเราอย่างนู้นอย่างนี้ เราก็ร้องไห้ ไม่กินข้าว อยากจะประท้วง คิดว่าจะทำยังไงดี จะบอกพี่ๆ นักข่าวว่ายังไง คืออยากจะบอกเค้านะว่าเราไม่ได้ทำ แต่ว่าพอถึงจุดๆ หนึ่งมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำ ก็ช่างมัน เพราะคนเราพูดปากต่อปากใครเค้าอยากจะพูดอะไรก็ให้เค้าพูดไป เพราะฉะนั้นเราก็อยู่ของเราไป ถ้าเกิดว่ามันไม่มีอะไรมันก็ไม่มีอะไร ถึงเค้าจะพูดยังไงมันก็เป็นเรื่องของา ขอให้คนใกล้ตัวเราคนใกล้ชิดเราเข้าใจก็พอแล้ว อย่างข่าวเรื่องอื่นคุณแม่โทรมาบอกว่ามีคนโทรมาฟ้องคุณแม่ว่า...เนี่ยรู้รึเปล่าว่าลูกคุณท้องนะ แต่คุณแม่ก็รู้นะว่ามันไม่จริง เพราะว่าแม่เพิ่งกลับจากไปเยี่ยมหนูมา กลับมา 2 วัน มีคนโทรมา แม่ก็งงๆ เพราะเพิ่งเห็นเรา คุณอยู่อีกซีกโลกหนึ่งเลยนะ แล้วคุณรู้ได้ไงว่าเราทำอะไรบ้าง คุณรู้เหรอว่าเราไปเรียนหนังสือ เรากลับบ้าน แล้วเราก็นั่งอยู่ในบ้านของเราเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ แล้วคุณก็มาเขียนว่าเราอย่างนั้นอย่างนี้ได้ยังไง เพราะคุณไม่ได้อยู่ที่นั่น ไม่ได้เห็นกับตา ยังไม่คิดถึงเรื่องชีวิตคู่ ขอเร่งสร้างเนื้อสร้างตัวก่อน.....อย่างที่บอกว่าคนเราในแต่ละช่วงชีวิต เราให้ความสำคัญอะไรที่ไม่เหมือนกัน อย่างช่วงเวลานี้ได๋ให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อสร้างตัวของตัวเองมากกว่า จบมาแล้วต้องหางานทำ หาเงินเลี้ยงพ่อแม่ แค่คิดเรื่องนี้ก็ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นแล้ว สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย