บอย รับข่าวเสริมความดัง

เป็นหนึ่งหนุ่มจากบ้าน อะคาเดมี แฟนเทเซีย ปี 2 ที่ได้รับกระแสความนิยมมากพอสมควรทีเดียวสำหรับหนุ่ม บอย-พิษณุ นิ่มสกุล โดยหนึ่งในสาเหตุของกระแสที่ว่านอกจากจะมาจากตัวรายการเองแล้ว งานนี้หนุ่มบอยยอมรับว่าข่าวคราวๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเองที่ออกมาก็มีส่วนช่วยอยู่เหมือนกัน แต่ก็คงไม่ทั้งหมดซะทีเดียวนะ เพราะผมว่าคนเค้าก็ต้องดูที่งาน เค้าไม่ได้ดูที่ข่าวครับ เค้าดูที่งานที่ตัวผมมากกว่า แต่ตอนนี้กระแสลดลงไปแล้วครับ ( หัวเราะ ) อาจจะเป็นเพราะว่าออกถี่มากไม่รู้ว่าจะเขียนไปทำไมแล้วมั้งครับมันก็เลยลดลง ผมคิดอยู่อย่างนึงว่าจริงๆ แล้วข่าวออกมาถ้าจะมีคนเข้าใจผิดก็คงเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อนเลย แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จัดเรามาก่อนแล้วจะไม่มีใครที่มาคิดอย่างที่เป็นข่าว คือคนที่รู้จักเราหรือว่ารักเราเค้าจะทราบดีว่ามันเป็นยังไงครับ ไล่เรียงข่าวคาวๆ ที่ออกมานับว่าแรงพอดู เพราะมีตั้งแต่เรื่องที่ว่าเจ้าตัวมีเสี่ยเลี้ยง รวมทั้งเรื่องที่ว่าเขาเป็นคู่ขากับเพื่อนรุ่นน้องในบ้านทั้ง อ๊อฟ และ ว่าน ไม่เว้นแม้แต่เวลาไปเที่ยวกับกลุ่มผู้หญิงก็ถูกมองว่าเป็นคนเจ้าชู้.....มันก็แรงเกือบทุกข่าวนะ แบบมีคนเลี้ยงบ้างหรือว่าเป็นคู่ขากับน้องออฟบ้าง ล่าสุดนี่ก็คือมีตลกๆ เป็นช้อปปิ้งปิ๊งรักกับน้องว่านครับ ( หัวเราะ ) คือไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายก็เป็นข่าว ไปกับเพื่อนผู้หญิงก็หาว่าเราเจ้าชู้ ก็เลยคิดว่าอยู่เฉยๆ ดีกว่ามั้ง ช่วงแรกๆ ก็จริงจังกับข่าวบ้างกับการทำตัวหรือกับการวางตัวครับ แต่คือมันยิ่งเยอะขึ้นมันก็เลยรู้สึกว่าถ้าเรามานั่งเครียดกับข่าวเราก็คงไม่ต้องทำอะไรเลยกับชีวิตส่วนตัวของเราเอง คือจริงๆ แล้วมันไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่ มันไม่มีใครรู้ครับนอกจากตัวผมเองหรือว่าครอบครัวผมหรือว่าคนที่รักผมครับ ถือว่ามาแรงไม่ธรรมดาเพราะพอได้งานแสดงเรื่องแรกเจ้าตัวก็ขึ้นชั้นเป็นพระเอกประกบกับนักแสดงดังอย่างสาว นาเดีย นิมิตรวานิช เลยทีเดียว.....มีหนังของโพลีพลัส ชื่อเรื่องผมไม่แน่ใจนะว่าใช่รักหรรษาคาราโอเกะรึเปล่าหรือว่าหรรษาคาราโอเกะเฉยๆ ครับ เล่นคู่กับนาเดีย เป็นพระเอกครับ คือไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ยิ่งไม่ได้เล่นกับเพื่อนมันจะยิ่งแบบว่ากดดัน เพราะว่าเล่นกับเพื่อนมันจะรู้ใจกันแล้ว แค่ให้ผู้กำกับขัแต่เล่นกับคนอื่นผมกลัวไปถ่วงเค้า กลัวเราจะช้า เพราะว่าทุกคนก็มีประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น เจอกับนาเดียก็ดีครับน่ารักดีครับแล้วก็เป็นกันเอง แต่ก็เกร็งกับนักแสดง เกร็งกับทีมงาน ส่วนกับบทบาทผมคิดว่ามันไม่น่าจะต่างอะไรกับตัวผมมากซักเท่าไหร่ แต่มีอีกเรื่องนึงที่กลัวก็คือ กลัวลืมบท กลัวจำบทไม่ได้ ไอ้ตรงนี้แหละครับที่จะทำให้แย่ เพราะเนื้อเพลงยังลืมเลยฮะ ( หัวเราะ ) คิดว่าอะไรคือจุดเด่นในตัวที่ทำให้คนอื่นยื่นบทพระเอกให้?.....ขึ้นแท่นพระเอกเลยหรอครับ ไม่ทราบเหมือนกันครับ ไม่รู้จะตอบยังไง ( หัวเราะ ) ความดีตัวเองมันตอบไม่ค่อยถูกให้คนอื่นพูดเถอะ ( หัวเราะ ) หรือจะเป็นเพราะคาแร็กเตอร์ของบทละครมั้งครับที่มันอาจจะตรงกับตัวผมพอดีก็เลยหยิบมาเป็นพระเอกดูก่อนว่าทำได้รึเปล่า เอามาลองๆ ดูมั้งครับ หลายคนบอกว่าบอยดังกว่าทุกคน.....ครับผม คือก็คงจะเป็นเพราะโอกาสมั้งครับ โอกาสอาจจะดีกว่าเพื่อนๆ บ้าง แต่ก็ถือว่ามันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเพื่อนๆ มากมายครับ เพระว่าในบริษัทก็คือดันทั้ง 12 คนทั้งหมดเหมือนกันเพียงแต่ว่าโอกาสผมอาจจะมากกว่าคนอื่นเค้า กลัวเพื่อนคิดเหมือนกัน แต่มาดูๆ แล้วแต่ละคนก็ไม่มีใครมาคิดว่าน้อยใจหรือว่าอิจฉากันไม่มีครับ ตอนนี้ก็คือตั้งใจให้ดีที่สุดแล้วก็ทำให้มันเต็มที่ไว้ก่อนเพราะว่าเวลามันผ่านไปแล้วมองย้อนกลับมาทีหลังมันจะคิดว่า ตัวเองทำดีที่สุดแล้วไม่ใช่เสียดายเวลาที่ผ่านไป มันไม่ได้ทำแบบสุดๆ นะครับ ทำให้มันดีๆไว้ก่อน คงจะได้สมใจอย่างแน่นอนในสิ่งที่ตนเองฝันไว้กับงานอัลบั้มเดี่ยวที่จะออกมาในประมาณกลางปีนี้.....ต้องมีอยู่แล้วครับเพราะว่างานเพลงคืออาชีพหลักผม ก็น่าจะประมาณกลางปีครับ สังกัดเดิมคือยูบีซีแฟนเทเซียครับ น่าจะเป็นอัลบั้มเดี่ยวครับ แนวเพลงคือจริงๆ แล้วชุดนี้มันเป็นอัลบั้มเดี่ยวที่ผมอยากจะทำอะไรที่มันแสดงความเป็นตัวผมมากที่สุดเพราะว่ามันจะวัดกันเลยว่าเวลาผมออกมาคนเดียวแล้วมันจะเป็นยังไง ก็พยายามจะให้เป็นตัวเองมากที่สุดทั้งเนื้อหาแล้วก็ดนตรี อาจจะออกแนวเต้นๆ แต่ไม่เต้นมากมาย แดนซ์จ๋าก็คงไม่ครับ เกรงว่าจะไม่ไหว ยังไงก็ขอให้ติดตามดีกว่า ถ้าไม่งั้นเดี๋ยวไม่ได้ลุ้นกัน กดดันมั้ยก็มีความกดดันบ้างนิดหน่อย เพราะว่าต่อไปนี้มันต้องไปคนเดียวแล้ว ผมคิดว่ามันก็อาจจะมีรู้สึกวูบๆ เหมือนกันเพื่อนๆ ก็ไม่อยู่แล้วาผิดพลาดขึ้นมาแล้วใครจะช่วยเรา แต่ทุกอย่างมันก็ต้องแก้ไขด้วยตัวเองแล้วครับถ้าถึงวันนั้น มีเกณฑ์อะไรเอาไว้วัดผลงานของตัวเองมั้ย?.....งานแสดงผมวัดจากเรตติ้งหรือว่าจากกลุ่มคนที่รู้จักผมมากขึ้น หรือว่าจากคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ ผมอยากจะดูว่าคนทั่วไปเค้ารู้จักผมมากขึ้นรึเปล่า ส่วนงานเพลงผมก็วัดจากกลุ่มอื่นเหมือนกัน ซึ่งคือจริงๆ แล้วเนี่ยวันนึงพวกผมทั้ง 12 คนก็ต้องอยู่ได้เพราะกลุ่มคนปกติทั่วไป ผมก็เลยอยากจะวัดจากมีคนรู้จักเราเยอะขึ้นรึเปล่าครับ ยอมรับชีวิตเริ่มดีขึ้นแต่ทุกอย่างล้วนไม่ใช่สิ่งแน่นอนงานนี้เจ้าตัวก็เลยยึดคติไม่ประมาทเป็นดีที่สุด.....ชีวิตดีขึ้นแน่นอนครับ การมีรายได้มากขึ้นมันทำให้ครอบครัวดีขึ้นด้วยแล้วทำให้เราสุขภาพจิตดีขึ้นด้วย ทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นไปด้วย ผมไม่ได้เป็นคนที่มีฐานะมาตั้งแต่เกิดผมก็เลยรู้ว่าค่าของเงินมันคืออะไร แล้วก็ตอนที่เราเป็นวัยรุ่นก็รู้ว่าเงินมันค่อนข้างหายาก ค่อนข้างเหนื่อยกับเงินที่จะได้มาเราก็จะรู้คุณค่าว่าที่ได้มามันควรจะเก็บ แล้วเราก็อายุ 27 แล้วด้วยไม่ใช่วัยรุ่นที่ได้เงินมาแล้วก็ใช้ไปเราต้องแบ่งจัดสรรปันส่วนให้กับกระเป๋าตัวเอง ตอนนี้ถ้าถามว่ากังวัลอะไรกับชีวิตในวงการ ยังไม่มีความกังวลอะไรเลยนะ ไม่ใช่มั่นใจเกินไปนะครับ แต่คือแบบยังไม่มีอะไรจริงๆ เรายังไม่รู้ว่าอะไรมันคืออุปสรรคของเราแต่มันคงต้องเจออุปสรรคอีกเยอะเพราะว่ามันเพิ่งเริ่มต้นเองถ้าถามว่าเริ่มต้นช้าไปมั้ยมันก็ช้าครับแต่มันก็ไม่สายสำหรับผม จริงๆ แล้วถึงจะ 30 แล้วผมเพิ่งจะมาเริ่มผมก็คิดว่ามันไม่สายไปสำหรับผมครับ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย