หนุ่มนักธุรกิจแฉ ฟิล์ม อกตัญญู

เป็นนักร้อง-นักแสดงที่กำลังเป็นที่นิยมสูงสุดของค่ายอาร์เอส แถมยังได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน สำหรับ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ล่าสุดมีหนุ่มผู้บริหารระดับสูงในแวดวงพระเครื่องย่านรัชดา มาอ้างตัวกับบันเทิง คมชัดลึก ว่าเคยถูกนักร้องคนดังหลอกเอาเงินไปเป็นจำนวนมาก ผมสนิทสนมและเคยให้ความช่วยเหลือฟิล์มหลายด้าน เช่น เรื่องบ้านของเขา ที่คุณพ่อกับคุณแม่ของฟิล์มเป็นคนซื้อไว้ แต่ต่อมาคุณพ่อของฟิล์มนำเอาบ้านแถวห้วยขวาง ทั้งหมด 5 ชั้น 16 ตารางวา ไปจำนองกับธนาคารในวงเงินราวๆ 8 ล้านบาท ต่อมาบ้านถูกธนาคารยึดและกรมบังคับคดีสั่งขายทอดตลาด ฟิล์มจึงขอความช่วยเหลือจากผม ผมก็ให้ความช่วยเหลือด้วยการประมูลบ้านของฟิล์ม เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 2,390,000 บาท หลังจากนั้นผมก็โอนกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังนั้นทั้งหมดให้ฟิล์มในวันที่ 6 มกราคม 2549 โดยไม่คิดสตางค์สักบาท เพราะตั้งใจให้เป็นของขวัญวันเกิด ส่วนสาเหตุที่ยื่นมือเข้ามาช่วยฟิล์ม เพราะเชื่อว่าฟิล์มเป็นคนดีก็เลยอยากช่วยเหลือ เราก็เคยไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกันสองคน ค่าใช้จ่ายผมก็ออกทั้งหมด แลกเงินเป็นฟ่ซื้อแหลก อย่างอยู่เมืองไทยบัตรเครดิตผมก็ให้เขาใช้ และนอกจากเรื่องบ้านแล้วยังมีเรื่องอื่นๆ อีก ผมก็ช่วยเหลือทุกอย่าง แต่เมื่อฟิล์มได้รับการช่วยเหลือในทุกๆ ด้านแล้ว ต่อมาฟิล์มและครอบครัวก็เปลี่ยนไปจากเดิม ติดต่อไม่ได้เป็นเดือนแล้ว ผู้บริหารที่ขอสงวนชื่อบอกถึงสาเหตุที่นักร้องคนดังเปลี่ยนไปว่าน่าจะเป็นเพราะ.....คือเขานำเงินของผมไปใช้ผิดเจตนารมณ์ จึงถูกผมตักเตือนว่าให้เขาเป็นคนมีความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง รับปากอะไรไว้ก็ต้องทำตามคำพูดที่ให้ไว้ และบอกให้เขานำเงินที่ให้ไ คืนมาทั้งหมด และนับตั้งแต่วันนั้นฟิล์มก็ขาดการติดต่อและหายเข้ากลีบเฆมไปเลย ผมออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะต้องการเตือนเขาว่าอย่าสร้างภาพว่าเป็นคนดี เป็นเยี่ยงและอย่างของเยาวชน ทั้งๆ ที่ตัวจริงเป็นคนละเรื่องกับที่พยายามนำเสนอออกมา เพราะคนเราต้องยืนอยู่บนความเป็นจริง อย่าลืมตัวอย่าเป็นคนมักง่าย ด้านนักร้องหนุ่ม ฟิล์ม-รัฐภูมิ ถึงกับอึ้งเมื่อทราบเรื่องดังกล่าว และยืนกรานว่าเรื่องที่หนุ่มนิรนามอ้างนั้นไม่เป็นความจริง และยังบอกอีกว่าช่นี้มีคนมาอ้างเกี่ยวกับตัวเขาเยอะ และส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่ค่อยดี.....บางคนว่าผมไปทำคนนั้นคนนี้ท้องบ้าง บางว่าผมไปเล่นคอนเสิร์ตแค่เพลงเดียวแล้วหนีกลับบ้านบ้าง ข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับตัวผมมันเยอะมาก ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติในวงการบันเทิง ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เคยเจอข่าวแบบนี้มันเป็นลักษณะโผล่มาแล้วก็หายไป จริงๆ เริ่มชินแล้ว แต่ตอนที่เข้าวงการใหม่ๆ เจอข่าวแบบนี้บางครั้งรู้สึกท้อใจ ท้อมากถึงขนาดไม่อยากอยู่วงการนี้แล้ว ตอนนี้ผมอยู่วงการมา 3-4 ปี ได้รับทั้งความสุขและทุกข์ อยากให้ทุกคนเชื่อใจในตัวผม ไม่ว่าจะมีข่าวอะไรที่ดีหรือไม่ดี ข่าวมันเป็นเรื่องปกติของดาราทุกคน สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย