เชียร์ แก้ข้อกล่าวหา เขาว่าหนูตกกระป๋อง !!

คนบันเทิงเราได้เฮ...เมื่อนางเอกสาววัยใสขวัญใจของใครหลายคน เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ เอนท์ติดคณะสังคมสงเคราะห์ได้ ซึ่งงานนี้เรียกว่าสร้างความภูมิใจและชื่นใจให้กับครอบครัวของนางเอกสาวคนนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ก็มาเสียเส้นเมื่อมีคนถามเธอว่า เอนท์ติดเพราะเส้นหรือเปล่า? เท่านั้นยังไม่พอในส่วนของเรื่องงานพักหลังสาวคนนี้มักมีแต่ละครเย็น ซึ่งที่ออกอากาศอยู่ในขณะนี้ 2 เรื่องคือ หยิบหัวใจใส่ตัวโน้ต เป็นละครกลางวันออกวันเสาร์ อีกเรื่องหนึ่ง ชุลมุนวุ่นรัก เป็นละครเย็น ทำให้หลายคนมองว่าเธอกำลังจะ ตกกระป๋อง เท็จจริงเป็นอย่างไร เชียร์ เปิดใจกับเราว่า ตกกระป๋องไม่ควรนำมาใช้ เพราะนักแสดงก็เพียงแค่ทำหน้าที่แสดงตามบทบาทที่ตัวเองได้รับอย่างดีที่สุด คือเชียร์ไม่คิดถึงตรงนี้เลย สำหรับตัวเชียร์คือมันไม่ได้เกี่ยวถึงขนาดว่าตกกระป๋อง เกรดตกหรืออะไร เชียร์ว่ามันไม่ใช่น่ะ อย่างเรื่องของงานเชียร์ทำงานของเชียร์ให้ดีที่สุดดีกว่า ซึ่งเวลาของการออกเนี่ยมันไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเราเป็นนักแสดงที่ดีหรือเปล่า คือตัดสินที่เวลาการออกอากาศมันไม่ใช่ ถ้าใครจะมองเนี่ยเชียร์ก็ขอให้เข้าใจนิดหนึ่งแล้วกันนะคะว่า ในเรื่องของเวลากับเรื่องของการทำงานจริงๆ มันไม่ใช่ตัวตัดสินอะไรซึ่งกันและกันเลย ไม่ได้ซีเรียสอะไร ก็อย่างที่บอกว่าเชียร์สนใจแค่ว่าเชียร์ทำงานดีที่สุดจบไปแล้ว ผลงานที่นำเสนอไปก็อยู่ที่ว่าคนจะชอบไม่ชอบ ตัดสินตรงนั้นดีกว่าค่ะ เรื่องของเวลามันไม่ใช่ แล้วมันจะไม่ยุติธรรมสำหรับดารา คือไม่ได้หมายถึงตัวเชียร์คนเดียว คนอื่นๆ ด้วยบางคนก็ชอบมองว่า เนี่ยเล่นแต่ละครเย็นไม่ได้เล่นละครกลางคืนหรือว่าไม่ขยับเกรดอะไรอย่างนั้น คือจริงๆ มันไม่ใช่ คือมันอยู่ที่ผลงานของเขามากกว่า เคยมีคนถามเหมือนมไม่ลงกลางคืนล่ะ แฟนๆ ก็มีถามแต่ว่าฟังแล้วเขาก็ไม่ได้อะไรค่ะ ดูแล้วรู้ว่าเขาชอบผลงานเชียร์ แค่นี้เชียร์ก็พอใจ ก็ปลื้มใจแล้ว ไม่ได้มายด์กับตรงนั้นเลย ส่วนเรื่องเอนท์ก็เหมือนกันตอนที่ผลสอบออกมา มีคนถามเชียร์ว่านี่เส้นรึเปล่า? เขาถามเราตรงๆ ก็ไม่ได้โกรธนะคะที่คนเขาอาจจะมองอย่างนั้น เพราะว่าเชียร์ค่อนข้างจะทำงานมาตลอดจริงๆ แล้วเวลาเตรียมตัวจะน้อย พอมาติดบางคนอาจจะมองว่าเราเส้นรึเปล่า แต่อันนี้เช็กคะแนนแล้วเชียร์ไม่ได้เส้นค่ะ คะแนนเชียร์มากกว่าคะแนนต่ำสุดอยู่หลายเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ตอนสอบเชียร์ยอมรับนะว่าไม่มั่นใจเท่าไร เพราะช่วงเวลาเรียนปกติก็คือจะหยุดเรียนบ้าง ไม่ได้มีเวลาว่าง ไม่ได้มีเวลาเรียนเหมือนเพื่อนคนอื่น จริงๆ แล้วเชียร์มีโอกาสได้เตรียมตัวจริงๆ อ่านหนังสือเต็มๆ ประมาณแค่ 2-3 อาทิตย์ก่อนสอบคือแค่นั้นเอง ไม่ได้ว่าอ่านตลอดเลยนะ อ่านแล้วก็ยังทำงาน บางทีเหนื่อยทำงานกลับมาแต่ก็พยายามอ่าน บางทีอ่านแล้วก็หลับ อ่านแล้วไม่เข้าใจก็มี ไม่ได้มั่นใจซะทีเดียวว่าเราจะทำได้ เชียร์เลือกอันดับ 1 ของวารสารศาสตร์ อันดับ 2 เป็นสังคมสงเคราะห์ธรรมศาสตร์ อันนี้แล้วก็อันดับ 3 เป็นบริหารของเกษตรศาสตร์ อันดับ 4 เป็นวิทย์คอมพ์ของธรรมศาสตร์ ไม่ติดอันดับ 1 ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะ 4 อันดับเชียร์เลือกมาแล้ว เป็นคณะที่เชียร์อยากเรียนจริงๆ ถึงตรงนี้ขอถามถึงกระแสข่าวสักหน่อย เพราะได้ข่าวมาว่าเชียร์ค่อนข้างสนิทกับหนุ่มอารมณ์ขันชื่อ ดีเจ.เป้-วิศวะ เป็นพิเศษอยู่?.....อ๋อพี่เป้ แหม...เป็นพี่เป็นน้อง ยังไงล่ะ รักๆ กันเป็นอย่างนั้นมากกว่า เขาไม่ได้มาจีบมาอะไร เจอก็แบบเออ...เทคแคร์นะ เป็นห่วงนะ สบายดีมั้ย คือรู้จักกันเป็นแนวๆ นั้นมากกว่าค่ะ จริงๆ ก็รู้จัก อาจจะไม่ถึงกับสนิทคุยกัน ไม่ได้ขนาดนั้น แล้วพี่เป้เขาหยอดมุกจีบเชียรงรึเปล่า?.....ก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ ( หัวเราะ ) อันนี้ต้องถามเขา แต่ก็เจอกันตามงาน เชียร์ก็จะเป็นคนชอบฟังวิทยุ ตอนแรกจะติดตามผลงานทางด้านดีเจ.มากกว่า โดยเฉพาะเจอตัวจริงๆ ได้มีคุยกัน ไม่ได้อะไรกัน หยอดๆ ก็อาจจะเป็นอารมณ์แบบเล่นๆ มากกว่าค่ะ หยอดๆ ก็มีตามรายการ อย่างเชียร์ก็เคยมีรายการไปออกวีทีอาร์เซอร์ไพร้ส์พี่เป้ เชียร์ก็แกล้ง รักนะ แต่ก็คือเป็นแบบขำๆ มากกว่า สำหรับตัวเชียร์กับเขามันไม่ได้เป็นอารมณ์จีบกันมาแต่แรกๆ อยู่แล้ว คุยกันเป็นพี่เป็นน้องมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ได้จีบๆ กัน ส่วนเรื่องจะมีแฟนได้หรือยัง ถึงวันนี้จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่สำหรับตัวเชียร์เชียร์ว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจ บางทีมันก็ห้ามกันไม่ได้ว่ามันจะให้มีหรือไม่ให้มี แต่เชียร์ว่ามันอยู่ที่การจัดการและดูแลมากกว่าว่าเราให้ความเหมาะสมกับมันมากน้อยแค่ไหน อย่างในวัยเรียนบางคนก็บอกว่ามีรักในวัยเรียนมันไม่เหมาะสม เพราะว่าเขาไม่เห็นความสำคัญถึงหน้าที่ของการเรียนรึเปล่า แต่เชียร์ว่าถ้าสมมุติว่าเราสามารถจัดอะไรให้มันลงตัวได้ เรายังคงไม่ทิ้งหรือว่าเรายังทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ถ้าเรื่องของความรักมันมีเสริมเข้ามาเนี่ยมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะคะ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย