บิ๊ก-ดีทูบี เจ้าชายนิทรา 3 ปี ขอมีปาฏิหาริย์อีกครั้ง !!
วันที่ 22 กรกฎาคม เป็นวันครบรอบการเกิดอุบัติเหตุของนักร้องหนุ่มบอยแบนด์ที่ดังที่สุดแห่งยุค บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ ( บิ๊ก-ดีทูบี ) ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะครบรอบ 3 ปี นับจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน...จากวันที่หมอบอกว่า บิ๊ก มีโอกาสรอดเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์ ในวันนั้นทุกคนอธิษฐานขอให้เขาตื่นฟื้น และเหมือนปาฏิหาริย์ บิ๊ก ลืมตาขึ้น แม้ร่างกายไม่อาจเคลื่อนไหว เพราะสมองถูกทำลายจากเจ้าเชื้อโรคร้าย
ทว่า บิ๊ก ยังมีลมหายใจ...เป็นลมหายใจแห่งความหวัง ที่ไม่เพียงยืนยันการสู้ของเขาเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ใจของพ่อแม่ ที่ไม่เคยทอดทิ้งลูกชายคนนี้แม้เพียงนาทีเดียว วันนี้ บิ๊ก จึงยังคงอยู่ และอยู่อย่างมีความหมายสำหรับใครอีกหลายคน...สายของวันที่อากาศร้อนระอุในเดือนกรกฎาคม คนที่ตั้งใจไปเยี่ยม บิ๊ก เดินทางถึงบ้านย่านเทพารักษ์ คุณแม่ยุพา กิตติกรเจริญ ฝากให้เด็กที่บ้านบอกกับผู้มาเยือนว่าให้รอก่อน ไปเก็บค่าเช่าห้องเดี๋ยวจะรีบมา ส่วน คุณพ่ออุดม กิตติกรเจริญ ขอเวลาอีกหน่อย กำลังให้อาหารลูกชาย ( บิ๊ก ) และดูแลความเรียบร้อยต่างๆ
ครู่หนึ่งชายวัย 60 พาร่างผอมเกร็ง มานั่งคุยกับแขก...น่าแปลกในท่าทางอิดโรยนั้น ไม่ได้ทำให้ประกายตาของเขาหม่นหมองลงเลย คุณพ่ออุดม เล่าถึงลูกชาย.....สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเมตตารับเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ พ่ออุดม เกริ่นถึงพระมหากรุณาธิคุณของเจ้าเหนือหัวที่ทรงมีเมตตากับครอบครัว ก่อนจะเล่าถึงการดูแลลูกชาย.....ผมไม่ได้มีความรู้ด้านนี้มาก่อน หลังจากไปเรียนรู้ที่วิชัยยุทธและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าปีกว่า ได้ความรู้มาเยอะก็มาประยุกต์ใช้ระหว่างสองสถาบัน ทั้งการดูแล หรือว่าฉีดยา ทำกายภาพ
เพราะความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดทำให้ 2 ปีที่ บิ๊ก อยู่บ้านดูเขาสะอาดเกลี้ยงเกลา อ้วนท้วนสมบูรณ์ ไม่ปรากฏแผลกดทับใดๆ เลย แม้แต่ที่ ก้น หลังทำความสะอาดแล้ว พ่อจะเช็ดจนแห้งทุกครั้ง รวมถึงผ้าปูที่นอนที่จะต้องดึงให้ตึง ถ้าผ้าย่นหลังจะเป็นรอย เวลานี้พ่อสนุกที่จะหาเทคนิคต่างๆ ดูแลลูก พร้อมหัดสังเกตอาการไปด้วย.....เวลาที่เขาทำท่าจุกจิก ยืดตัว ต้องจับตัวเขาพลิกไปอีกข้างหนึ่ง หรือนอนหลับสัก 2-3 ชั่วโมงก็ต้องเปลี่ยนท่า ก้น-หลังจะไม่ร้อนเพราะได้ระบาย ทุกขั้นตอนมันเยอะ พ่ออยากจะฝากให้ญาติของผู้ป่วยคนอื่นๆ ใส่ใจนิดหนึ่ง แล้วจะทำให้ร่างกายเขาดี เมื่อมันไม่มีแผลทุกอย่างก็จะเฟิร์ม
บิ๊ก ส่งภาษากายกับพ่อ? ( ซับเฮด ) แม้บิ๊กจะยังตอบสนองอะไรไม่ได้ แต่ถ้าใกล้ชิดกันจริงๆ จะรู้ว่าปฏิกิริยาที่เขาแสดงออกมาต้องการอะไร.....ถ้าเขาฉี่จะไม่นอนแล้ว จะลืมตามองหรือดิ้นดุกดิก ถ้าก่อนที่จะฉี่เขาก็จะมีอาการมือเกร็ง ขยับตัว สักพักต้องปล่อยออกมาแน่ๆ เตรียมไว้เลย แล้วก็จริงๆ แทบทุกครั้งเราก็นี้เป็นอะไร บางครั้งผมต้องมานั่งอ่านหนังสือใกล้ๆ เขา ถ้าดุกดิกปั๊บก็วางหนังสือแล้วมาดูว่าเขาเป็นอะไร คุณพ่ออุดม ยังไม่สรุปว่าบิ๊กสื่อสารได้ เพียงบอกว่าลูกชายหูไวมาก ได้ยินเสียงอะไรตกหรือคุยเสียงดังจะตื่นทันที
ทุกวันนี้ บิ๊ก รับอาหารทางสายยางที่ต่อเข้าบริเวณหน้าท้อง ซึ่งพ่อจะฟรีซให้ 4 เวลาทุกวัน มีนมผงชนิดพิเศษ มีซุปไก่สกัด นมเปรี้ยวช่วยย่อย บางมื้อเพิ่มยาลดแก๊ส ยาระบาย ถึงแม้จะให้อาหารทางสาย แต่พ่อก็จะต้องนวดกราม ขากรรไกร และใช้นิ้วกดลิ้น เพื่อฝึกให้กระดกจะได้ไม่ลืม พ่อบอกว่า เผื่อวันหนึ่งเขาจะเคี้ยวอาหารเองได้ ถามพ่อว่าโดนกัดนิ้วบ้างหรือเปล่า? พ่อตอบยิ้มๆ ว่า.....มีบ้าง ตอนหลังเลยต้องใช้ผ้ากอซพันนิ้วไว้
ผมยังมีความหวัง การเตรียมร่างกายให้พร้อมเป็นสิ่งเดียวที่พ่อและแม่จะทำให้ลูกได้ ส่วนเรื่องการฟื้นฟูสมองเป็นเรื่องที่เหนือกำลังจริงๆ.....อาจจะรักษาด้วยสเต็มเซลล์หมอบอกอย่างนั้น ต้องเอาเลือดไปแยกเลือดแดงเลือดขาวแล้วเอาเลือดขาวไปเพาะเป็นเซลล์ขึ้นมา เมื่อก่อนเคยมีบริษัทเอกชนทำ แต่วิธีการของหมอยังไม่รู้ว่ามันจะเข้าทางไหน อะไร อย่างไร ผลข้างเคียงมีแค่ไหน ยังไม่มีการยอมรับว่าผล 100% ซึ่งต้องรอนิดหนึ่ง
คุณพ่ออุดม เล่าถึงการให้นักกายภาพบำบัดมาช่วยดูแลส่วนการเคลื่อนไหวของร่างกายอยู่เสมอ จนบิ๊กสามารถนั่งรถวีลแชร์ได้นานถึงคราวละ 2 ชั่วโมง แต่ต้องรัดลำตัวประคองไว้ บางครั้งก็ให้หัดยืนได้เป็นครึ่งชั่วโมงทีเดียว.....ผมภูมิใจที่ร่างกายเขาพร้อมมาก เราก็ทำทุกอย่างให้เขาเพื่อที่เขาจะกลับมาสัก 50% ก็ยังดี สื่อสารกับเราได้เท่านั้นก็พอแล้ว เข็นเขาไปโน่นไปนี่ บอกเราได้ว่าหิวข้าวนะ ภาระหนักขนาดนี้อดถามไม่ได้ว่า หากวันหนึ่งพ่อไม่สบายหรือทำไม่ไหวใครจะทำแทน? คุณพ่ออุดม เหม่อมองออกไปนอกบ้าน พูดสั้นๆ ว่า.....ไม่ มันคงต้องทำ
ตลอด 3 ปีมานี้ คุณพ่ออุดม จะดูแล บิ๊ก อย่างใกล้ชิด ตื่นตี 5 นอน 3 ทุ่ม ส่วนแม่จะคอยดูแลเรื่องเศรษฐกิจและความเรียบร้อยของบ้าน แต่ทั้งคู่ไม่เคยปริปากบ่นแม้บางวันจะรู้สึกล้าเต็มที มองย้อนกลับไปพวกเขากลับไม่กล่าวโทษโชคชะตา.....ถือว่าตรงนี้เป็นอุบัติเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นทำจิตใจให้แน่วแน่แล้วก็ยอมรับสภาพตรงนั้น อย่าไปใช้อารมณ์โทษอะไร คือต้องทำใจแล้วก็ดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าท้ ถึงแม้ว่าจะท้อในบางครั้ง ร่างกายอ่อนล้าก็ใจเย็นๆ นั่งสงบสติอารมณ์ปล่อยให้สบายๆ สักพักแล้วก็สู้กันต่อไป ถึงแม้จะใช้เวลาห้าปีสิบปี มันก็จำเป็นต้องทำ ต้องใส่ใจกันอยู่อย่างนี้ตลอด แล้วก็พร้อมที่จะให้เขากลับมาดีขึ้น ตอนแรกหมอบอกว่าเขามีโอกาสเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเขารอดตรงนั้นมาได้ ผ่านมาถึงวันนี้ก็โอเคอย่างอื่นมันก็น่าจะเป็นไปได้
3 ปี แฟนคาเชื่อว่าถึงวันนี้ยังมีแฟนคลับไปมาหาสู่ ส่งข้าวของมาให้ บิ๊ก และครอบครัวเสมอจน คุณแม่ยุพา ต้องเปิดบ้านต้อนรับบรรดาแฟนคลับทุกวันอาทิตย์ เพราะถ้ามาทุกวันรับแขกไม่ไหว.....ก็ขอขอบคุณแฟนๆ ที่มากัน ซื้อพวกนมเนย แบรนด์ อุปกรณ์ของใช้ คนนั้นนิดคนนี้หน่อย ส่งมาทางไปรษณีย์ก็มี ไม่ว่าจะเป็นจดหมายหรือของนี่ได้รับหมด กุนเชียง หมูหยองยังมี บางทีไม่มีเวลาตอบจดหมาย เป็นความอบอุ่นท่ามกลางความหวัง คุณแม่ยุพา บอกว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ.....ตั้งแต่สมเด็จท่านรับไว้อาการเขาดีขึ้นตลอดเลย เชื่อไหมแม่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 5 สองงวดติดกัน ถูกเรื่อยเลย ซื้อสลากออมสินก็ถูก ยังบอกบิ๊กว่าหม่าม้าถูกลอตเตอรี่อีกแล้วนะ ให้หม่าม้าถูกรางวัลที่ 1 สิ แต่ม้าไม่เอานะสิบล้าน ให้เปลี่ยนเป็นหนูก็แล้วกัน
คุณแม่ยุพา เล่าอย่างอารมณ์ดีว่าจะชอบเรียกลูกชายว่า อุลตร้าแมนของแม่ เพราะบิ๊กอ้วนขึ้น อกเต็ม และเป็นคนที่ชอบอุลตร้าแมนมาก ไปไหนก็ต้องซื้อมาสะสมไว้ ถามคุณแม่ว่าทุกวันนี้ได้กำลังใจจากไหน?.....ลูกดี พ่อดี ( หัวเราะ ) จริงๆ ไม่เคยมีปัญหา อยู่กันสามคนก็มีความสุขแล้วนะ แค่นี้ล่ะนะคนเราก็ไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ถือว่าไม่ได้ลำบาก แต่ตอนนี้ไม่อยากได้อะไร เงินทองก็ไม่อยากได้ แปลกมาก ปกติแม่จะซื้อของเก่งมาก ตั้งแต่บิ๊กป่วยไม่รู้จะเอามาให้ใคร เอามาทำอะไร ถาม คุณแม่ยุพา ว่าลูกชายนอนอย่างนี้เคยคิดว่าเป็นภาระบ้างไหม แม่ส่ายหน้าช้าๆ บอกสั้นๆ ว่า.....ไม่ มีแต่ความรู้สึกสงสารเขา เชื่อว่ายังมีกำลังใจอีกมากมายที่หวังให้นักร้องหนุ่ม บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ ( บิ๊ก-ดีทูบี ) ได้ลุกขึ้นมาสร้างความสุขให้อีกครั้ง
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก
++ Update ข่าวดาราคนดังได้ก่อนใคร
AIS กด *48880521114
Dtac กด *19888821114
True move กด *48880521114
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


