ตัวละครในหนังที่มีบุคลิก Positive Antisocial Personality Disorder หรือพวก Anti-Hero
นอกเหนือจากตัวละครใน Death Note แล้ว เราลองมาดูกันว่า มีตัวละครแบบ Positive Antisocial Personality Disorder หรือพวก Anti-Heroที่น่าสนใจ (จากหนังที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี) มีอะไรกันบ้าง.....
โดยจะขอยกตัวอย่างตัวละครสองตัวที่มีความคล้ายคลึงกัน คือเป็นฆาตกรโรคจิตฆ่าต่อเนื่อง ที่มีลักษณะบุคลิกแบบ Positive APD ด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งต่างก็มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน คือ กำจัดผู้ไม่คู่ควรมีชีวิตอยู่เพื่อยกระดับ / สั่งสอนผู้คนในสังคม และเพื่อสร้างสังคมแบบ Utopia ขึ้นมา!
JOHN DOE จากหนังเรื่อง SE7EN (1995)
จอห์น โด เป็นฆาตกรที่แตกต่างจากฆาตกรโรคจิตโดยทั่วไป ตรงที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร... มาจากไหน.... หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับตัวเขา... เพราะเขาได้ทำการ 'ลบ' ประวัติการมีตัวตนออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแม้กระทั่งบัญชีเงินฝากและประวัติการทำงานใด ๆ ทั้งสิ้น! สิ่งเดียวที่บ่งบอกความเป็นตัวเขาได้ เห็นจะมีแต่อาชญากรรมของเขาและการเป็นพวกคลั่งศาสนา จากการค้นอพาร์ทเมนต์ของเขาที่แสดงให้เห็นว่าเขาลุ่มหลงในเรื่องของบาปหนัก 7 ประการและความรังเกียจที่มีต่อโลก!
จอห์น โดมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าโลกที่เราอาศัยอยู่นั้น ไม่ใช่โลกที่แสนสุขอันปราศจากความชั่วร้าย เพราะมนุษย์บนโลกยังไม่อาจหลุดพ้นจากบาปหนัก 7 ประการ นั่นคือ ความตะกละ, ความโลภ, ความเกียจคร้าน, ความลุ่มหลงในตัณหาราคะ, ความหยิ่งจองหอง, ความริษยา และความโทสะบาปหนักทั้ง 7 นี้ เป็นตัวขวางกั้นไม่ให้มนุษย์ได้ขึ้นสวรรค์
จอห์นจึงอยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรจากพระในศาสนา ซึ่งก็คือการโกนผมให้หัวโล่งเตียน ปลีกวิเวกออกจากสังคม เพื่อไม่ให้ตนแปดเปื้อนบาปจากโลกภายนอก และเริ่มศึกษาพระธรรมคำสอนในแนวทางของเขา จดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต พยายามบรรลุเป้าหมายเดียวกันกับพระเยซูเจ้าด้วยการ 'ไถ่บาป' ให้กับมนุษย์บนโลก เพียงแต่ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน
พระเยซูเจ้าเลือกที่จะสละชีพตัวเองในการรับเอาความทุกข์ทรมานของมนุษย์มาไว้กับตน พร้อมกับให้อภัยต่อการกระทำของมนุษย์ แต่จอห์นเลือกที่จะฆ่าเหยื่อแห่งบาปทั้ง 7 ประการ (โดยเหยื่อ 2 ราย ได้รับทางเลือกจากจอห์นหลังถูกลงโทษว่าจะอยู่หรือตาย) เพื่อให้มนุษย์ได้ประจักษ์เห็นกับตาของตนอันเป็นการเผยแผ่คำสอน (สุดอำมหิต) ของเขา (และสละชีพตนเองจากบาป 'ความริษยา') ดังนั้นเขาจึงมองตนเองไม่ต่างจากพระเยซูแห่งโลกใหม่ (Neo-Christ) เขาต้องการให้โลกได้จดจำผลงานของเขา แม้ว่าเขาจะต้องเสียชีวิต... ถ้ามองในมุมมองปกติแล้ว เขา 'พ่ายแพ้' แต่ถ้ามองในมุมกลับ จากการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน รวมถึงการเอาตนเข้าไปพัวพันกับบาปหนัก 7 ประการ เพื่อบรรลุเป้าหมาย เราจึงฟันธงได้เลยว่าเขา.... ชนะขาดลอย!
นอกจากนี้ เรายังพบว่าเขาเป็นพวกที่หลงใหลในผลงานของตัวเองอย่างสุด ๆ อันเห็นได้จากการถ่ายรูปผลงานของตนเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ในสมุดบันทึกของตน เขาบรรจงสร้างสรรค์ผลงานราวกับศิลปิน ทำไปอย่างประณีต ไม่รีบร้อน แม้ว่าผลงานของเขาจะกินเวลานานถึง 1 ปี เต็มก็ตาม (เช่นในรายเหยื่อของ 'ความเกียจคร้าน' ซึ่งกินระยะเวลานานถึง 1 ปี เต็ม! โดยเขาค่อย ๆ บรรจงถ่ายรูปตามลำดับเวลาไว้ด้วย) หรือจะต้องทุ่มทุนสร้าง (เช่นในรายเหยื่อของ 'ความลุ่มหลงในตัณหาราคะ' ซึ่งเขาได้สั่งทำ 'ปลอกหุ้มอวัยวะเพศชาย' ที่มีใบมีดเสียบอยู่)
การกระทำของจอห์นแม้จะทำไปด้วยเจตนาที่ดีต่อสังคม (เพื่อให้มนุษย์หลุดพ้นจากความลุ่มหลงในบาป) แต่ด้วยวิธีการสุดโหดของเขาที่ไม่แยแสต่อกฎหมาย และสร้างความหวาดผวาน่าสะพรึงให้กับผู้คนในสังคม จึงทำให้เขาเป็นหนึ่งในฆาตกรที่มีบุคลิกแบบ Positive APD
JOHN KRAMER (หรือ Jigsaw Killer) จากหนังเรื่อง SAW 1-3 (2004-2006)
จอห์น เครเมอร์ หรือที่รู้จักกันในฉายา นักฆ่าจิ๊กซอว์ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งในฆาตกรที่แตกต่างไปจากฆาตกรโรคจิตรายอื่นตรงที่เขาไม่ได้ฆ่าเหยื่อของเราโดยตรง (เขาเชื่อว่าตลอดทั้งชีวิตเขายังไม่เคยฆ่าใครมาก่อนเลย) แต่กลับมองทางเลือกให้ว่าจะยอมแพ้ (ตาย) หรือชนะ (รอดชีวิตในสภาพที่ต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่าง เช่น อวัยวะซักชิ้นจากร่างกายของตน!) จากกับดักมรณะของตน ด้วยเหตุที่เขาเพียงต้องการสั่งสอนเหยื่อให้เข้าใจถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ก็เท่านั้น!
ก่อนที่จอห์นจะกลายสภาพมาเป็น นักฆ่าจิ๊กซอว์ เขาเป็นเพียงชายอ่อนแอ ไม่มั่นคง เขาเลือกที่จะทำงานแสนน่าเบื่อที่โรงงานทำของเล่น พร้อมด้วยความเชื่อที่ว่า "ตราบใดที่ยังมีลมหายใจย่อมมีวันพรุ่งนี้เสมอ"
เขาเชื่อว่าชีวิตยังมีอะไรอีกมากรอให้เขาพบเจอ แต่เขาก็เกียจคร้านเกินกว่าจะไขว่คว้ามัน แม้กระทั่งการยุติความสัมพันธ์กับ จิล แฟนสาวของเขา เพียงเพราะ 'กลัวการผูกมัด' เท่านั้น
หลายปีผ่านไป เขาเริ่มรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง จึงไปเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบความจริงที่ว่า เขาเป็นมะเร็งที่สมองส่วนหน้า ทำให้เขาเหลือเวลาอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ระหว่างที่เข้ารับการรักษาตนอยู่ที่โรงพยาบาล เขาได้พบเห็นผู้คนมากมายที่ผลาญชีวิตของตนไปอย่างไร้คุณค่า เช่น เพื่อนร่วมงาน ณ โรงงานเดียวกัน ที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยการเชือดข้อมือ หรือหญิงที่เสพเฮโรอีนเกินขนาด
หลังจากเขาเริ่มคิดได้และปลงตกกับชีวิต เขารู้สึกสำนึกผิดและเสียใจอย่างมากต่อเวลาที่เสียไปอย่างสูญเปล่า จนไม่อาจยอมให้อภัยตนเองได้ จึงทำให้เขาพยายามฆ่าตัวตายด้วยการขับรถพุ่งลงเขา แต่ก็รอดมาได้ เขาจึงยอมรับในโชคชะตาของตนบวกกับการได้พบเห็นผู้คนมากมายที่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิต หรือไม่คู่ควรที่จะมีชีวิตอยู่ เขาจึงปฏิเสธความรู้สึกผิดของตนก่อนหน้านี้ และ 'เกิดใหม่' พร้อมด้วยเป้าหมายที่จะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในสังคม ด้วยปฏิบัติการสั่งสอนผู้คนให้หันมาชื่นชมคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ และรู้จักใช้ชีวิตให้มีคุณค่า
เขาเริ่มทำการศึกษาค้นคว้า และอาศัยความรู้ความสามารถจากทักษะที่ได้จากการเป็นพนักงานโรงงานทำของเล่นในการประดิษฐ์เครื่องมือและกับดักที่ใช้ในการทดสอบและสั่งสอนผู้คนที่ไม่ชื่นชมคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะค่อย ๆ สั่งสอนทีละคนในแต่ละครั้ง จนกว่าจะสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในสังคมได้
ฉายา นักฆ่าจิ๊กซอว์ ได้มาจากการที่เขาจะตัดชิ้นหนังออกจากเหยื่อที่ยอมแพ้ และเสียชีวิตจากกับดักของตน เป็นรูปตัวต่อจิ๊กซอว์ อันสื่อถึงความหมายว่า.... นั่นเป็นคุณค่าของการมีชีวิตที่เหยื่อได้สูญเสียไป นอกจากนี้เขามักจะปรากฏตัวโดยอาศัยหุ่นตัวตลกหน้าตาชวนสยอง อย่างบิลลี่ ที่ได้จากโรงงานทำของเล่น ในการสื่อสารกับเหยื่อผ่านกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งในสถานที่ทดสอบเหยื่อ และในบางครั้งก็จะสวมหน้ากากหัวหมูผมยาวด้วย!
การกระทำของนักฆ่าจิ๊กซอว์ ก็เช่นเดียวกันกับของจอห์น โด นั่นคือ.... แม้ว่าจะทำไปด้วยเจตนาที่ดีต่อสังคม (เพื่อให้มนุษย์ผู้ไม่ชื่นชมคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ได้หันมารักชีวิตของตน) แต่ด้วยวิธีการสุดโหดของเขาที่ไม่แยแสต่อกฎหมาย และสร้างความหวาดผวาน่าสะพรึงให้กับผู้คนในสังคม จึงทำให้เขาเป็นหนึ่งในฆาตกรที่มีบุคลิกแบบ Positive APD เช่นเดียวกัน....
สุดท้ายนี้ ผมขอสรุปสั้น ๆ แล้วกันนะครับว่า.... มันขึ้นอยู่กับท่านแล้วล่ะว่า ท่านเลือกที่จะให้ทุกอย่างในสังคมดำเนินไปในแบบอย่างที่เป็นอยู่อย่างเคย หรือจะลุกขึ้นมาเพื่อสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในสังคม (แต่จะต้องเป็นวิธีที่ถ้าจะขัดต่อกฎหมาย ก็ขออย่าให้ขัดกับกฎมนุษยธรรมนักเลย) ทางเลือกอยู่กับท่านแล้วล่ะครับ!
ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549
อัลบั้มภาพ 7 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


