เปิดเส้นทาง "เฉินเหยา" นางร้ายดาวรุ่งสู่ช่วงงานหาย ใช้เวลากว่า 10 ปี กว่าจะได้กลับมาเฉิดฉาย

เฉินเหยา จากนางร้ายในตำนาน สู่บท “ฮั่วเซียนกู” ที่คนดูพูดถึงสนั่น หลังฝ่ามรสุมงานแสดงเกือบ 10 ปี
เฉินเหยา (Chen Yao) นักแสดงสาวชาวจีนที่หลายคนคุ้นหน้ากันดีจากบท “เยว่ฉีหลัว” ในซีรีส์ Wu Xin: The Monster Killer กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังโชว์ฝีมือในซีรีส์จีนเรื่อง Mystic Nine จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเรื่อง
เส้นทางของเธอครั้งนี้ไม่ได้มาแบบง่ายๆ เพราะตลอดช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เฉินเหยาต้องเผชิญทั้งปัญหาด้านการจัดการ โอกาสการทำงานที่จำกัด รวมถึงการได้รับบทที่ไม่สามารถดึงศักยภาพของเธอออกมาได้อย่างเต็มที่

แจ้งเกิดจาก “เยว่ฉีหลัว” บทที่แฟนซีรีส์ยังจำได้
เฉินเหยาเกิดในปี 1994 และจบการศึกษาจาก Beijing Film Academy ก่อนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงในปี 2014
เธอแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในปี 2015 จากบท “เยว่ฉีหลัว” ในซีรีส์ Wu Xin: The Monster Killer ด้วยคาแรกเตอร์สาวสวยที่ทั้งเย้ายวน เย็นชา และมีความร้ายกาจอยู่ในตัว ทำให้ตัวละครกลายเป็นหนึ่งในบทที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำของผู้ชม
นอกจากฝีมือการแสดงแล้ว เฉินเหยายังมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นจากใบหน้าสวยหวานและรูปร่างที่ค่อนข้างบอบบาง ทำให้เธอมีเอกลักษณ์บนหน้าจอและแตกต่างจากนางเอกจีนในยุคเดียวกัน

จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเส้นทางงานแสดงไม่เป็นอย่างที่คิด
หลังจากประสบความสำเร็จในช่วงแรก เฉินเหยากลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการทำงาน โดยในช่วงที่อยู่กับ Tangren Media เธอถูกวางตัวให้รับงานในโปรเจกต์ของบริษัทเป็นหลัก
อีกหนึ่งภาพจำที่บริษัทพยายามสร้างให้เธอ คือการเป็นนักแสดงที่สามารถรับบทได้ทั้งหญิงและชาย คล้ายกับนักแสดงระดับตำนานอย่าง หลินชิงเสีย (Brigitte Lin)
แม้ความสามารถดังกล่าวจะกลายเป็นจุดขายของเฉินเหยา แต่กลับไม่สอดคล้องกับกระแสตลาดซีรีส์จีนในเวลานั้น ซึ่งแนวละครโรแมนซ์กำลังได้รับความนิยม และนางเอกจำนวนมากถูกวางคาแรกเตอร์ให้มีความหวาน สดใส และเป็นผู้หญิงแบบดั้งเดิม
ทำให้บทที่เหมาะกับเฉินเหยามีจำนวนจำกัด และเธอไม่สามารถต่อยอดความสำเร็จจากช่วงแจ้งเกิดได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง

อยากออกจากสังกัด แต่กลับเจอช่วงงานหาย
มีรายงานว่า เมื่อเฉินเหยาต้องการออกจากต้นสังกัดเดิมเพื่อมองหาโอกาสใหม่ๆ กลับไม่สามารถยุติสัญญาได้ง่าย ทำให้โอกาสในการเข้าถึงบทและโปรเจกต์ใหม่ๆ ถูกจำกัด
ในช่วงหนึ่งเธอถึงกับห่างหายจากงานแสดงไปนานประมาณ 3 ปี ท่ามกลางอุตสาหกรรมบันเทิงจีนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาอีกครั้ง เธอต้องเริ่มต้นใหม่และแข่งขันกับนักแสดงหญิงรุ่นเดียวกันที่มีผลงานต่อเนื่องมาตลอด
ปี 2022 เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ยังต้องรับบทสมทบ
ในปี 2022 เฉินเหยาเซ็นสัญญากับ Zhongshi Tongcheng Management และเริ่มมีผลงานอย่างต่อเนื่องมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกเธอยังไม่ได้กลับมาเป็นนางเอกแถวหน้า โดยส่วนใหญ่รับบทสมทบหรือร่วมแสดงในโปรเจกต์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เช่น The Furthest Distance, A Better Life, Follow Your Heart, Echoes of the Self, Whispers of Fate รวมถึงบทสมทบใน The Tale of Rose
แม้จะยังไม่ได้รับบทใหญ่ แต่ช่วงเวลานี้ก็กลายเป็นช่วงที่เธอได้สะสมประสบการณ์และพิสูจน์ฝีมือการแสดงอีกครั้ง

กลับมาเป็นที่พูดถึงจากรายการ “Sisters Who Make Waves”
ปี 2026 ชื่อของเฉินเหยากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเข้าร่วมรายการวาไรตี้ Sisters Who Make Waves
แม้เธอจะไม่ได้คว้าชัยชนะจากการแข่งขัน แต่ทั้งความสามารถและภาพลักษณ์ของเธอกลับได้รับคำชมจากผู้ชมจำนวนมาก
หลังจากเธอตกรอบ แฟนๆ บางส่วนยังแสดงความเสียดาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจไม่ได้รับความสนใจมากเท่าผู้เข้าแข่งขันบางคน เพราะไม่ได้มีประเด็นหรือกระแสถกเถียงมากนัก

“ฮั่วเซียนกู” บทที่ทำให้คนดูหันกลับมามองเฉินเหยาอีกครั้ง
และในเดือนสิงหาคม 2026 เฉินเหยาก็ได้รับโอกาสสำคัญใน Mystic Nine ซีรีส์ที่นำแสดงโดย เฉินเหว่ยถิง (William Chan) และ เจิงซุ่นซี (Joseph Zeng)
เธอรับบทเป็น “ฮั่วเซียนกู” ผู้นำหญิงที่มีบุคลิกแข็งแกร่ง ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
แม้จะเป็นนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับไม่ใหญ่เท่านักแสดงนำชาย แต่ตัวละครของเธอกลับสร้างกระแสได้อย่างโดดเด่น โดยมีรายงานว่าตัวละคร “ฮั่วเซียนกู” มียอดการพูดถึงบน WeChat สูงถึง 132 ล้านครั้ง และขึ้นอันดับ 1 ของประเทศในช่วงที่กระแสซีรีส์กำลังมาแรง
สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ชื่นชมมากที่สุดคือการแสดงผ่านสายตาและท่าทางของเฉินเหยา ไม่ว่าจะเป็นความนิ่ง ความเด็ดขาด หรือออร่าความเป็นผู้นำ จนสามารถโดดเด่นขึ้นมาได้ แม้ในเรื่องจะเต็มไปด้วยตัวละครชายที่มีคาแรกเตอร์จัดจ้านก็ตาม

จากนักแสดงที่เคยถูกมองข้าม สู่บทพิสูจน์ฝีมือ
ความสำเร็จของ Mystic Nine จึงไม่ใช่เพียงการกลับมามีผลงานของเฉินเหยา แต่ยังถูกมองว่าเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ หลังจากเธอต้องใช้เวลาหลายปีอยู่กับงานสมทบและบทที่ไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่
ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เฉินเหยาอาจไม่ได้มีเส้นทางอาชีพที่หวือหวาเหมือนนักแสดงหญิงคนอื่นในรุ่นเดียวกัน แต่เธอยังคงทำงานและพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง
วันนี้ “ฮั่วเซียนกู” อาจเป็นตัวละครที่ทำให้ผู้ชมจำนวนมากกลับมาถามคำถามเดียวกันว่า ทำไมเราถึงไม่เห็นเฉินเหยาในบทใหญ่ๆ แบบนี้เร็วกว่านี้?
จากนักแสดงสาวที่เคยแจ้งเกิดอย่างรวดเร็ว ก่อนต้องเจอกับช่วงเวลาที่งานสะดุดยาวนาน วันนี้เฉินเหยากำลังพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า โอกาสที่ใช่และบทที่เหมาะสม อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของนักแสดงคนหนึ่งได้จริงๆ
อัลบั้มภาพ 15 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



