เปิดเส้นทาง "เฉินเหยา" นางร้ายดาวรุ่งสู่ช่วงงานหาย ใช้เวลากว่า 10 ปี กว่าจะได้กลับมาเฉิดฉาย

เปิดเส้นทาง "เฉินเหยา" นางร้ายดาวรุ่งสู่ช่วงงานหาย ใช้เวลากว่า 10 ปี กว่าจะได้กลับมาเฉิดฉาย

เปิดเส้นทาง "เฉินเหยา" นางร้ายดาวรุ่งสู่ช่วงงานหาย ใช้เวลากว่า 10 ปี กว่าจะได้กลับมาเฉิดฉาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เฉินเหยา จากนางร้ายในตำนาน สู่บท “ฮั่วเซียนกู” ที่คนดูพูดถึงสนั่น หลังฝ่ามรสุมงานแสดงเกือบ 10 ปี

เฉินเหยา (Chen Yao) นักแสดงสาวชาวจีนที่หลายคนคุ้นหน้ากันดีจากบท “เยว่ฉีหลัว” ในซีรีส์ Wu Xin: The Monster Killer กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังโชว์ฝีมือในซีรีส์จีนเรื่อง Mystic Nine จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเรื่อง

เส้นทางของเธอครั้งนี้ไม่ได้มาแบบง่ายๆ เพราะตลอดช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เฉินเหยาต้องเผชิญทั้งปัญหาด้านการจัดการ โอกาสการทำงานที่จำกัด รวมถึงการได้รับบทที่ไม่สามารถดึงศักยภาพของเธอออกมาได้อย่างเต็มที่

แจ้งเกิดจาก “เยว่ฉีหลัว” บทที่แฟนซีรีส์ยังจำได้

เฉินเหยาเกิดในปี 1994 และจบการศึกษาจาก Beijing Film Academy ก่อนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงในปี 2014

เธอแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในปี 2015 จากบท “เยว่ฉีหลัว” ในซีรีส์ Wu Xin: The Monster Killer ด้วยคาแรกเตอร์สาวสวยที่ทั้งเย้ายวน เย็นชา และมีความร้ายกาจอยู่ในตัว ทำให้ตัวละครกลายเป็นหนึ่งในบทที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำของผู้ชม

นอกจากฝีมือการแสดงแล้ว เฉินเหยายังมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นจากใบหน้าสวยหวานและรูปร่างที่ค่อนข้างบอบบาง ทำให้เธอมีเอกลักษณ์บนหน้าจอและแตกต่างจากนางเอกจีนในยุคเดียวกัน

จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเส้นทางงานแสดงไม่เป็นอย่างที่คิด

หลังจากประสบความสำเร็จในช่วงแรก เฉินเหยากลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการทำงาน โดยในช่วงที่อยู่กับ Tangren Media เธอถูกวางตัวให้รับงานในโปรเจกต์ของบริษัทเป็นหลัก

อีกหนึ่งภาพจำที่บริษัทพยายามสร้างให้เธอ คือการเป็นนักแสดงที่สามารถรับบทได้ทั้งหญิงและชาย คล้ายกับนักแสดงระดับตำนานอย่าง หลินชิงเสีย (Brigitte Lin)

แม้ความสามารถดังกล่าวจะกลายเป็นจุดขายของเฉินเหยา แต่กลับไม่สอดคล้องกับกระแสตลาดซีรีส์จีนในเวลานั้น ซึ่งแนวละครโรแมนซ์กำลังได้รับความนิยม และนางเอกจำนวนมากถูกวางคาแรกเตอร์ให้มีความหวาน สดใส และเป็นผู้หญิงแบบดั้งเดิม

ทำให้บทที่เหมาะกับเฉินเหยามีจำนวนจำกัด และเธอไม่สามารถต่อยอดความสำเร็จจากช่วงแจ้งเกิดได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง

อยากออกจากสังกัด แต่กลับเจอช่วงงานหาย

มีรายงานว่า เมื่อเฉินเหยาต้องการออกจากต้นสังกัดเดิมเพื่อมองหาโอกาสใหม่ๆ กลับไม่สามารถยุติสัญญาได้ง่าย ทำให้โอกาสในการเข้าถึงบทและโปรเจกต์ใหม่ๆ ถูกจำกัด

ในช่วงหนึ่งเธอถึงกับห่างหายจากงานแสดงไปนานประมาณ 3 ปี ท่ามกลางอุตสาหกรรมบันเทิงจีนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลับมาอีกครั้ง เธอต้องเริ่มต้นใหม่และแข่งขันกับนักแสดงหญิงรุ่นเดียวกันที่มีผลงานต่อเนื่องมาตลอด

ปี 2022 เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ยังต้องรับบทสมทบ

ในปี 2022 เฉินเหยาเซ็นสัญญากับ Zhongshi Tongcheng Management และเริ่มมีผลงานอย่างต่อเนื่องมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกเธอยังไม่ได้กลับมาเป็นนางเอกแถวหน้า โดยส่วนใหญ่รับบทสมทบหรือร่วมแสดงในโปรเจกต์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เช่น The Furthest Distance, A Better Life, Follow Your Heart, Echoes of the Self, Whispers of Fate รวมถึงบทสมทบใน The Tale of Rose

แม้จะยังไม่ได้รับบทใหญ่ แต่ช่วงเวลานี้ก็กลายเป็นช่วงที่เธอได้สะสมประสบการณ์และพิสูจน์ฝีมือการแสดงอีกครั้ง

กลับมาเป็นที่พูดถึงจากรายการ “Sisters Who Make Waves”

ปี 2026 ชื่อของเฉินเหยากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเข้าร่วมรายการวาไรตี้ Sisters Who Make Waves

แม้เธอจะไม่ได้คว้าชัยชนะจากการแข่งขัน แต่ทั้งความสามารถและภาพลักษณ์ของเธอกลับได้รับคำชมจากผู้ชมจำนวนมาก

หลังจากเธอตกรอบ แฟนๆ บางส่วนยังแสดงความเสียดาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจไม่ได้รับความสนใจมากเท่าผู้เข้าแข่งขันบางคน เพราะไม่ได้มีประเด็นหรือกระแสถกเถียงมากนัก

“ฮั่วเซียนกู” บทที่ทำให้คนดูหันกลับมามองเฉินเหยาอีกครั้ง

และในเดือนสิงหาคม 2026 เฉินเหยาก็ได้รับโอกาสสำคัญใน Mystic Nine ซีรีส์ที่นำแสดงโดย เฉินเหว่ยถิง  (William Chan) และ เจิงซุ่นซี (Joseph Zeng)

เธอรับบทเป็น “ฮั่วเซียนกู” ผู้นำหญิงที่มีบุคลิกแข็งแกร่ง ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม

แม้จะเป็นนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับไม่ใหญ่เท่านักแสดงนำชาย แต่ตัวละครของเธอกลับสร้างกระแสได้อย่างโดดเด่น โดยมีรายงานว่าตัวละคร “ฮั่วเซียนกู” มียอดการพูดถึงบน WeChat สูงถึง 132 ล้านครั้ง และขึ้นอันดับ 1 ของประเทศในช่วงที่กระแสซีรีส์กำลังมาแรง

สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ชื่นชมมากที่สุดคือการแสดงผ่านสายตาและท่าทางของเฉินเหยา ไม่ว่าจะเป็นความนิ่ง ความเด็ดขาด หรือออร่าความเป็นผู้นำ จนสามารถโดดเด่นขึ้นมาได้ แม้ในเรื่องจะเต็มไปด้วยตัวละครชายที่มีคาแรกเตอร์จัดจ้านก็ตาม

จากนักแสดงที่เคยถูกมองข้าม สู่บทพิสูจน์ฝีมือ

ความสำเร็จของ Mystic Nine จึงไม่ใช่เพียงการกลับมามีผลงานของเฉินเหยา แต่ยังถูกมองว่าเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ หลังจากเธอต้องใช้เวลาหลายปีอยู่กับงานสมทบและบทที่ไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่

ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เฉินเหยาอาจไม่ได้มีเส้นทางอาชีพที่หวือหวาเหมือนนักแสดงหญิงคนอื่นในรุ่นเดียวกัน แต่เธอยังคงทำงานและพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง

วันนี้ “ฮั่วเซียนกู” อาจเป็นตัวละครที่ทำให้ผู้ชมจำนวนมากกลับมาถามคำถามเดียวกันว่า ทำไมเราถึงไม่เห็นเฉินเหยาในบทใหญ่ๆ แบบนี้เร็วกว่านี้?

จากนักแสดงสาวที่เคยแจ้งเกิดอย่างรวดเร็ว ก่อนต้องเจอกับช่วงเวลาที่งานสะดุดยาวนาน วันนี้เฉินเหยากำลังพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า โอกาสที่ใช่และบทที่เหมาะสม อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของนักแสดงคนหนึ่งได้จริงๆ

อัลบั้มภาพ 15 ภาพ

อัลบั้มภาพ 15 ภาพ ของ เปิดเส้นทาง "เฉินเหยา" นางร้ายดาวรุ่งสู่ช่วงงานหาย ใช้เวลากว่า 10 ปี กว่าจะได้กลับมาเฉิดฉาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล