นักแสดง AI จะมาแทนคนจริง? เปิดประเด็นร้อน หลังกันตนาส่ง "พระ-นาง AI" คู่แรกของไทย

นักแสดง AI จะมาแทนคนจริง? เปิดประเด็นร้อน หลังกันตนาส่ง "พระ-นาง AI" คู่แรกของไทย

นักแสดง AI จะมาแทนคนจริง? เปิดประเด็นร้อน หลังกันตนาส่ง "พระ-นาง AI" คู่แรกของไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักแสดง AI จะมาแทนคนจริง? หลัง “กันตนา” เปิดตัวพระ-นาง AI คู่แรกของไทย วงการบันเทิงถึงจุดเปลี่ยนแล้วหรือยัง

เมื่อ “นักแสดง” ไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์อีกต่อไป วงการบันเทิงไทยกำลังจะเปลี่ยนไปแค่ไหน?

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามอง หลัง กันตนา เปิดตัว “กานต์ (KAN)” และ “ธาร (THAN)” พระเอก-นางเอก AI คู่แรกของประเทศไทย เตรียมเดบิวต์ในซีรีส์แนวตั้ง พร้อมวางเป้าหมายให้ทั้งคู่เป็น Digital Human Artist ที่สามารถต่อยอดงานได้ทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ โฆษณา Virtual Production และคอนเทนต์ดิจิทัล

การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ได้มีแค่ความแปลกใหม่ของเทคโนโลยี แต่กำลังพาไปสู่คำถามใหญ่ที่อาจกระทบทั้งอุตสาหกรรมว่า

“ถ้าวันหนึ่ง AI แสดงได้เหมือนมนุษย์ แล้วนักแสดงจริงจะยังจำเป็นอยู่ไหม?”

AI มีข้อได้เปรียบที่นักแสดงมนุษย์ทำไม่ได้

ลองจินตนาการถึงนักแสดงที่ไม่ต้องพัก ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องตารางงาน และสามารถกลับมาใช้รูปลักษณ์เดิมได้ทุกครั้ง

นี่คือหนึ่งในจุดแข็งของนักแสดง AI

ตัวละครสามารถถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ บุคลิก และคาแรกเตอร์อย่างชัดเจน และสามารถนำไปใช้งานต่อในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ซีรีส์ โฆษณา มิวสิกวิดีโอ ไปจนถึง Virtual Production

ยิ่งในยุคที่ผู้ชมใช้เวลาอยู่กับคอนเทนต์ดิจิทัลมากขึ้น นักแสดง AI ก็สามารถถูกออกแบบมาให้เหมาะกับแพลตฟอร์มตั้งแต่ต้น

ไม่ต้องรอให้นักแสดงมีคิวว่าง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตามช่วงเวลา และสามารถสร้างคอนเทนต์ในปริมาณมากได้

สำหรับผู้ผลิต นี่อาจหมายถึง ความคล่องตัวและต้นทุนที่แตกต่างจากการทำงานกับนักแสดงจริง

แต่สิ่งที่ AI ยังตอบไม่ได้คือ “ความเป็นมนุษย์”

ถึงจะสร้างภาพได้สมจริงแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่นักแสดงมนุษย์มีมาตลอดคือ ประสบการณ์ชีวิต

นักแสดงจริงเคยรัก เคยเสียใจ เคยสูญเสีย เคยผิดหวัง และมีประสบการณ์เหล่านี้เป็นวัตถุดิบในการตีความตัวละคร

เวลานักแสดงร้องไห้บนหน้าจอ คนดูจึงไม่ได้อินเพียงเพราะน้ำตาที่เห็น แต่บางครั้งอินเพราะเชื่อว่า “คนตรงหน้ากำลังรู้สึกจริง”

นี่คือสิ่งที่ทำให้ดาราหรือนักแสดงคนหนึ่งกลายเป็น “ศิลปิน” มากกว่าผู้ที่ทำหน้าที่แสดงบท

และเป็นคำถามสำคัญว่า ต่อให้ AI แสดงอารมณ์ได้สมจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ชมจะรู้สึกผูกพันกับ “ตัวตนที่ไม่มีชีวิตจริง” ได้ลึกเท่ากับมนุษย์หรือไม่?

แล้วแฟนคลับจะรัก AI ได้ไหม?

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้การแสดง คือ วัฒนธรรมแฟนคลับ

วันนี้แฟน ๆ ไม่ได้ติดตามดาราเพียงเพราะผลงาน แต่ยังติดตามชีวิต ไลฟ์สไตล์ ความคิด และพัฒนาการของศิลปิน

นักแสดง AI สามารถสร้างเรื่องราวและบุคลิกขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์คือ ผู้ชมจะยอมรับสิ่งเหล่านั้นในฐานะ “ตัวตน” หรือมองว่าเป็นเพียงคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้น?

ถ้าวันหนึ่งแฟนคลับมีการติดตาม “กานต์” และ “ธาร” รอผลงานใหม่ ส่งข้อความหา ทำแฟนโปรเจกต์ หรือเกิดกระแสคู่จิ้นเหมือนนักแสดงจริง นั่นอาจเป็นสัญญาณสำคัญว่า เส้นแบ่งระหว่างศิลปินมนุษย์กับ Digital Human กำลังเปลี่ยนไป

หรือจริง ๆ แล้ว AI ไม่ได้มาแทนคน แต่จะทำงานร่วมกัน?

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ เราอาจกำลังตั้งคำถามผิด

เพราะอนาคตอาจไม่ใช่ “AI หรือมนุษย์” แต่เป็น “AI และมนุษย์”

นักแสดง AI อาจรับบทบาทบางประเภทที่เหมาะกับโลกดิจิทัล ขณะที่นักแสดงมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์ ซีรีส์ และการแสดงที่ต้องอาศัยประสบการณ์และการตีความเชิงอารมณ์

เช่นเดียวกับเทคโนโลยีหลายอย่างในอดีตที่เข้ามาเปลี่ยนวงการ แต่ไม่ได้ทำให้มนุษย์หายไปทั้งหมด

กล้องดิจิทัลไม่ได้ทำให้ช่างภาพหายไป
CG ไม่ได้ทำให้นักแสดงหายไป
สตรีมมิงไม่ได้ทำให้ภาพยนตร์หายไป

AI ก็อาจไม่ได้เข้ามาเพื่อ “แทนที่” นักแสดง แต่กำลังสร้างพื้นที่ใหม่ให้กับการเล่าเรื่อง

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ AI อาจกระทบอาชีพคนจริง

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อ AI สามารถทำงานได้มากขึ้น ย่อมมีอาชีพในอุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัว

หากผู้ผลิตสามารถสร้างนักแสดง AI ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องมีค่าตัว ไม่มีปัญหาคิวงาน และสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ย่อมเกิดคำถามว่า งานบางส่วนของนักแสดงมนุษย์จะถูกลดลงหรือไม่

นอกจากนักแสดงแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับอาชีพเบื้องหลังอีกจำนวนมาก ทั้งทีมถ่ายทำ ช่างภาพ ทีมคอสตูม ทีมโปรดักชัน และครีเอเตอร์

นี่จึงไม่ใช่เพียงคำถามเรื่อง “AI แสดงได้หรือไม่” แต่เป็นคำถามว่า อุตสาหกรรมบันเทิงจะปรับตัวอย่างไร เมื่อเทคโนโลยีสามารถเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น

สิทธิของ “ตัวตน” ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องคุย

อีกประเด็นที่อาจร้อนแรงขึ้นในอนาคตคือเรื่องสิทธิของใบหน้าและเสียง

หากวันหนึ่ง AI สามารถสร้างนักแสดงที่มีใบหน้าเหมือนคนจริง หรือเลียนแบบเสียงของศิลปินได้อย่างแนบเนียน ใครจะเป็นเจ้าของตัวตนนั้น?

นักแสดงควรได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ หากนำใบหน้าและเสียงของตัวเองไปสร้างเป็นตัวละคร AI?

และถ้านักแสดงเสียชีวิตไปแล้ว แต่บริษัทสามารถนำ Digital Human ของเขากลับมาแสดงผลงานใหม่ได้ เราควรมองสิ่งนี้เป็นการสานต่อผลงาน หรือเป็นการนำตัวตนของมนุษย์กลับมาใช้โดยไม่มีเจ้าตัวอยู่เพื่อควบคุม?

คำถามเหล่านี้อาจยังดูเหมือนเรื่องของอนาคต แต่การเปิดตัวนักแสดง AI ในวันนี้กำลังทำให้เรื่องเหล่านี้ใกล้ตัวขึ้นเรื่อย ๆ

“กานต์-ธาร” อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้น

การเปิดตัว “กานต์” และ “ธาร” ของกันตนาอาจยังไม่สามารถตอบได้ว่า นักแสดง AI จะประสบความสำเร็จในตลาดไทยหรือไม่

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ AI กำลังเดินออกจากหลังกล้อง และกำลังขึ้นมาอยู่หน้าจอ

จากเดิมที่ AI เป็นเครื่องมือช่วยสร้างภาพ ช่วยตัดต่อ หรือช่วยทำเอฟเฟกต์ วันนี้ AI กำลังถูกสร้างให้มี “หน้าตา บุคลิก และคาแรกเตอร์” เพื่อให้ผู้ชมติดตาม

และถ้าวันหนึ่งผู้ชมสามารถรัก เชียร์ หรืออินกับนักแสดงที่ไม่มีตัวตนแบบมนุษย์จริง ๆ ได้สำเร็จ เกมของวงการบันเทิงก็อาจเปลี่ยนไปอย่างที่เราคาดไม่ถึง

สุดท้ายแล้ว “นักแสดง AI จะมาแทนคนจริงไหม?” อาจยังไม่มีคำตอบในวันนี้

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ...

ถ้าวันหนึ่ง AI แสดงได้ดีเท่ามนุษย์จริง ๆ คุณจะเลือกดู “นักแสดง AI” หรือยังอยากเห็น “นักแสดงตัวจริง” อยู่บนหน้าจอ?

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ ของ นักแสดง AI จะมาแทนคนจริง? เปิดประเด็นร้อน หลังกันตนาส่ง "พระ-นาง AI" คู่แรกของไทย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล