วิจารณ์หนัง ฮาศาสตร์

เทศกาลแห่งความสนุกของไทยๆ เรา อย่างสงกรานต์ ก็เพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่วันหลายคนอาจจะยังสนุกไม่พอ ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมเลยอยากชวนดูหนังสนุกๆ สักเรื่องเอาแบบว่าฮาตกเก้าอี้ไปเลยดีไหมครับ... แต่เอ้..จะมีไหมนี่หนังตลกที่สามารถทำให้เราหัวเราะจนตกเก้าอี้ได้หาย๊ากยาก เอาเป็นว่าเรามามองหาหนังตลกในช่วงนี้ดูสักเรื่องดีกว่า เอาแค่ตลกหอมปากหอมคอก็พอแล้วไม่ต้องถึงกับตกโต๊ะตกเก้าอี้หรอก นี่ไงเจอแล้ว "ฮาศาสตร์" ศาสตร์แขนงใหม่ที่จะทำให้เราเป็นคนตลกได้ ฮาศาสตร์ เป็นผลงานเรื่องที่ 5 ของคุณพิ้งค์ พรชัย หงษ์รัตนาภรณ์ หลังจากเคยกำกับภาพยนตร์มุกควาย อย่างเรื่อง ทวารยังหวานอยู่ เรื่องนี้ถือว่าไม่ประสบผลสำเร็จทั้งทางด้านรายได้และคำวิจารณ์ เลยลองหันมากำกับหนังรัก ร่วมกับเพื่อนผู้กำกับท่านอื่นอย่าง Before Valentine ก่อนรัก...หมุนรอบตัวเรา เรื่องนี้ดีขึ้นเรื่องสนุกขึ้น บทดีขึ้น จากนั้นก็ คงมันมือเลยกำกับภาคต่ออย่าง My Valentine แล้วรัก...ก็หมุนรอบตัวเรา ก็ดูดีเหมือนเรื่องที่แล้ว และน่าจะดีที่สุดของการกำกับหนังของคุณพิ้งค์ อย่างเรื่อง ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ เพราะเรื่องนี้ทำรายได้ไปก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยหลัก50 ล้าน ว่าเขาไปนั้น ดูจากผลงานที่คุณพิ้งค์กำกับมา คุณพิ้งค์น่าจะเหมาะที่จะเป็นผู้กำกับหนังตลกอีกท่านหนึ่ง แต่ว่าหนังแต่และเรื่องที่ทำออกมา ดูเหมือนว่ายังไม่ถึงที่สุดมากกว่า เหมือนกับว่า คุณพิ้งค์กำลังทดลองอย่างนู้นอย่างนี้ดูว่าอย่างไหนมันจะดี มันจะลงตัว ว่าไปแล้วคุณพิ้งค์ก็เลยอยากลองในแบบวิธีของคุณพิ้งค์ดูอีกครั้ง กับ "มุกควาย" มาเป็น "มุกฮา" ดูบ้าง งาน "ฮาศาสตร์" จึงเกิดขึ้นมา

"ฮาศาสตร์" เป็นเรื่องของ มหาวิทยาลัยที่ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องของตลกอย่างเดียว เปิดสอนเรื่องการเล่นตลกทุกแขนง ไม่ว่าคุณจะอยากเป็นตลกประเภทไหนก็ตาม คุณจะต้องผ่านสถาบันการตลกแห่งนี้ที่จะสอนศาสตร์เกี่ยวกับตลกล้วนๆ ไม่ต้องมีหนังสือเรียน ไม่ต้องมีตำราเรียน และมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ผลิตชาวตลกชั้นแนวหน้าของเมืองไทย รวมไปถึงตลกชาวต่างประเทศมาแล้วหลายรุ่น ตลกทั่วฟ้าเมืองไทยที่ดังๆ ก็ล้วน แล้วแต่จบมาจากสถาบันแห่งนี้ทั้งสิ้น แต่เรื่องมันมาเกิดในยุคที่ตลกกำลังตกอับ ตลกดังบางคนก็เสียชีวิตลง ตลกบางคนก็ไม่มีงานเล่น เพราะคาเฟ่แต่ละแห่งก็ปิดตัวลง จนทำเอาบรรดาตลกต้องเร่ร่อนไปเล่นตามสถานที่ต่างๆ ตามร้านอาหารย่อยๆ หรือแม้กระทั้งร้านหมูกระทะก็เอา สถานการณ์ของเหล่าตลกทำท่าจะวิกฤติลงทุกที มีเพียงนักเรียนรุ่นใหม่ๆ สุดแสบของสถาบันแห่งนี้เท่านั้น ที่ต้องกลายมาเป็นผู้กอบกู้วิกฤติในครั้งนี้ให้จงได้... ผมชอบนะครับคำว่า "ฮาศาสตร์" เอาคำว่า "ฮา" บวกกับคำว่า "ศาสตร์" หน้าจะแปลตรงๆ ว่า "ศาสตร์แห่งความฮา" หรือ "วิชาฮา" อะไรประมาณนี้ ถ้ามีเรียนวิชานี้ คงจะหัวเราะท้องแข็งกันทั้งวัน ในเมืองไทยถ้ามีมหาวิทยาลัยอย่างนี้จริงๆ ก็อยากรู้เหมือนกันว่า จะมีนักเรียนเข้าไปสมัครเรียนหรือเปล่า

หลังจากดูเรื่องนี้แล้ว ผมก็คงคิดเหมือนเดิมคือ และไม่อยากจะเชื่อเลยว่า สำหรับเรื่องนี้ที่คุณพิ้งค์อ้างว่า ใช้คนเขียนบทถึง 5 คน เพราะว่างานของคุณพิ้งค์ยังไงก็รู้สึกว่ายังไม่สุดๆ นะ เหมือนมันยังกั๊กๆ ยังไงไม่รู้ ถ้าจะเรียกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ตลก ผมก็ว่ายังตลกไม่สุด ยังฮาไม่เต็มที่เท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะพยายามหามุกใหม่ๆ มาเสนอ แต่ทว่าภาพที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์ เหมือนเอานักแสดงมาเล่นๆ กันมากกว่า มาคุยกันเล่นมาเล่าเรื่องตลกกัน ผู้กำกับเหมือนให้นักแสดงเล่นกันเองไปตามธรรมชาติ ตั้งกล้องเอาไว้แล้วนักแสดงจะเล่นอะไรก็เล่นไปขอให้มันดูตลก โดยมีบทคลุมกว้างๆไว้ บางฉากบางตอนนักแสดงเล่นกันอย่างสนุกสนานเล่นกัน เองหัวเราะกันเอง แต่คนดูในโรงนั่งดูกันตาปริบๆ ก็มีบ้างที่ฮาจริงๆ เรียกว่า ปล่อยมา 10 มุก ฮาสัก 3 มุกก็โอเคแล้ว ยิ่งเป็นหนังตลกที่บวกกับแฟนตาซีด้วยแล้ว ยิ่งละเลงกันมันส์ใหม่ คือมาตรงนี้แล้ว อะไรก็ได้สำหรับหนังตลก อย่างเช่นสวนสัตว์ของชาวตลก มีสัตว์ออกมาโยกน้าค่อม ชวนชื่น จากนั้นก็ให้นางพยาบาลติง ต๊องล้วงเอาของที่ผิดปกติออกมาจากตัวคุณค่อมน่าจะทางทวารหนัก มีทั้งขวด มีทั้งทุเรียน มีในสิ่งที่ไม่น่าจะมี ไม่รู้ว่ามันเรียกเสียงฮาได้หรือเปล่า แต่ผมและคนทั้งโรงนั่งดูเฉยเลย ไม่มีเสียงซักแอะ หรือฉากที่เล่นยี่เก ก็มั่วดี จะชอบอยู่ที่การตัดต่อในตอนที่นักเรียนตัวแสบทั้ง 5 คนจะต้องเรียนวิชาตลกในแขนงต่างๆ มีเรียนอยู่ 4-5 อย่าง เช่น ตลกคำพูด ตลกชุดแต่งกาย ตลกกระเทย ตลกท่าเต้น ตลกอุปกรณ์ ตรงช่วงนี้ ตัดไปตัดมา แต่ไม่ทำให้งง กลับดูแล้วรู้สึกว่าได้อะไร แปลกใหม่ดีสำหรับหนังตลก การตัดต่ออย่างนี้ถึงแม้จะเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งในเรื่อง ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ แล้วก็ตาม แต่มาดูครั้งนี้ ก็ยังคงให้ความรู้สึกที่ต่อเนื่องกันได้ดีอยู่

ในส่วนของนักแสดงอย่างนักเรียน 5 คน และอาจารย์ 2 คนที่เป็นตัวเด่นๆ ในกลุ่มนักเรียน ผมขอยกนิ้วโป้งให้กับคุณตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง ที่รับบทเป็น หิน บทของตั๊กเป็นบทที่เด่นมาก และมักแย่งซีนชาวบ้านเขาไปซะหมด ตั๊ก เริ่มโด่งดังมาจากภาพยนตร์เรื่อง เด็กเสเพล จากนั้นก็เงียบหายไปนาน กลับมาอีกที่มาเล่นหนังตลก อย่าง เหยิน เป๋ เหล่ เซมากูเตะ ของคุณพจณ์ อานนท์ จากนั้นมาคุณตั๊กก็ดูเป็นคนตลกขึ้นมาทันที งานที่ต้องแสดงตลกเข้ามาหาคุณตั๊กมากมาย ปัจจุบันนี้คุณตั๊กอายุ 31 ปีแล้ว แต่ก็ยังสามารถเล่นเป็นเด็กนักเรียนในมหาวิทยาลัยฮาศาสตร์ได้ ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว สำหรับน้องแน๊ก ชาลี ไตรรัตน์ ที่รับบทเป็น เมฆ ดูออกจะติดเล่นไปสักหน่อย ตัวจริงของน้องแน็กก็ชอบแกล้งเพื่อนเล่นสนุกๆ อยู่แล้ว เมื่อมาอยู่ตรงนี้ก็เลยถือว่าได้สองเด่งเลย ได้แกล้งคนอื่นแถมยังเป็นการถ่ายหนังไปในตัวด้วย ตั้งแต่หนังเรื่อง "แฟนฉัน" มาถึงเรื่องนี้ แน๊กเปลียนไปมากเลยทีเดียว แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นหนังตลกเรื่องแรกที่แน๊กเล่น สำหรับอาร์ตี้ ธนฉัตร ตุลยฉัตร ที่รับบทเป็น หมอก ก็ถูกแย่งซีนไปเกือบหมด แม้ว่าอาร์ตี้จะเคยเล่นภาพยนตร์กึ่งตลกมาแล้ว อย่างบุญชูทั้งสองภาคก็ยังไม่สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้มากเท่าที่ควร อีกคนที่รับบทเด่นๆ อย่างคุณค่อม ชวนชื่น คนนี้คงต้องยอมรับให้เป็นปรมาจารย์ด้านตลกที่แท้จริง เพราะจากภาพยนตร์ที่คุณค่อมเล่น ลิสท์รายชื่อออกมาก็เกือบ 50 เรื่องเข้าไปแล้วและส่วนมากก็จะได้รับบทเป็นตลกเกือบ 100 % คนสุดท้ายที่จะพูดตรงนี้คือคุณเกริก ชิลเลอร์ ที่รับบทเลขาเกริก คนๆ นี้ก็เหมือนกัน รับบทเล่นที่ไหน เป็นกระเทยที่นั้นทันที แต่รู้สึกว่าบททุกบทจะเข้ากับทุกๆ คนได้ดีนะครับ ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ไปดูเถอะเรื่องนี้ คิดในแง่ดีๆสักหน่อยก็ว่า "ใครๆ ก็เป็นตลกได้" ไม่จำเป็นต้องเป็นคนตลก ไม่จำเป็นต้องเป็นตลกแท้ ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ เพราะเรื่องของการเป็นตลกเป็นเรื่องที่เรียนกันได้ ไปดูตลกเรื่องนี้เขาซัดมุก ตบมุก เก็บมุก แล้วคุณจะรู้ว่าเรื่องของตลกมีตลกอะไรบ้าง "ผมว่าคนเรามีความเป็นตลกอยู่ในตัวทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคุณจะเอามุขตลกของคุณออกมาใช้ตอนไหนเท่านั้น" ไปดูเรื่องนี้แล้วมีคำตอบแน่นอนครับ

บทวิจารณ์โดย TCK tck05@sanook.com

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่