วิจารณ์หนัง: THE OMEN
The Omen ปี 2006 คือการนำเอาหนังชื่อเดียวกันในปี 1976 มาสร้างใหม่ ผู้สร้างคัดลอกเอาคุณลักษณะเด่นทุกอย่างจากภาคแรกมานำเสนอใหม่อย่างเคร่งครัด ไม่เว้นแม้กระทั่งการใช้บทภาพยนตร์ฉบับเดียวกัน ถ้าหากว่าการเอาของเก่ามาทำใหม่แบบนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความเคารพหรือยกย่องแล้วละก็ ทีมงานชุดเก่าคงจะเกิดความขวยเขินชนิดอายม้วนต้วน มันดูเหมือนเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ จอห์น มัวร์ ผู้กำกับ คิดจะบูรณะหนังเก่าด้วยการสร้างใหม่ ดังที่เคยทำกับ Flight of Phoenix มาแล้ว และหนังเด็กซาตานเรื่องล่านี้คงเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่า เขาคือหนึ่งในนักถ่ายเอกสารที่ประสบความสำเร็จแห่งยุค
ฉบับดั้งเดิมจากฝีมือของ ริชาร์ด ดอนเนอร์ (ผู้กำกับ Superman ภาคแรก) มีสไตล์เก๋ไก๋น่าสนใจไม่ใช่น้อย ทว่าเมื่อถูกนำมาผลิตซ้ำ ทีมงานกลับทำตัวเป็นเยี่ยงทาสผู้ภักดีของแฟชั่นการลอกเลียนแบบ มันไม่มีอะไรหมาดใหม่น่าสนใจแก่คนดูเลย แน่นอน หนังรีเมคยังคงถูกหยามหยันได้ต่อไปว่ามันมีเหตุผลเพียงน้อยนิดที่ควรจะถูกสร้างขึ้นบนโลกนี้ สำหรับ The Omen มันกระจ่างแจ้งแจ่มชัดว่าบริษัทฟ็อกซ์คงต้องการทำอะไรสักอย่าง เพื่อหาเงินกับเลข 666 อันเนื่องมาจาก วันที่ 6 เดือน 6 ปี 06 ซึ่งคงจะไม่เวียนมาอีกแล้วตลอดชั่วชีวิตนี้
ดาราส่วนใหญ่ที่มาร่วมหัวจมท้ายด้วยนับว่าน่าผิดหวังนักแสดงบทพ่อแม่ในเวอร์ชั่นเดิมได้แก่ เกรกอรี่ เป็ค และ ลีเรมิค ส่วนของใหม่นี้คือ ลีฟ ชไรเบอร์ และ จูเลีย สไตล์ ทั้งสองคนหลังดูเหมือนจะเป็นได้แค่นักแสดงเกรดบี ซึ่งไม่เปล่งประกายรัศมีดาราเนื่องจากทำผลงานได้น่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน สไตล์ดูเด็กเกินกว่าจะรับบทนี้ ส่วนชไรเบอร์ไม่มีแรงดึงดูดให้คนดูเอาใจช่วยเขาแม้แต่น้อย, เดวิด ธิวลิส แสดงเป็นนักข่าวได้ธรรมดา ๆ, มิอา ฟาโรว์ ซึ่งเวอร์ชั่นดังเดิมเป็นแม่ผู้มีลูกเป็นบุตรซาตานของใหม่เธอรับบทเป็นคนเลี้ยงเด็ก ผลงานของเธอในเรื่องนี้ทำให้แฟนหนังอาร์ทเลิกสงสัยกันอีกต่อไป ว่าทำไม วู้ดดี้ อัลเลน ถึงได้ทิ้งเธอไปพีท พอทเทิลสเวท ได้รับบทแปลก ๆ ในหนังประหลาด ๆ เรื่องนี้ ส่วน ไมเคิล แกมบอน ที่โผล่เข้ามาแว้บ ๆ คงหายแว้บไปจากความทรงจำของคนดูอย่างรวดเร็ว
ความน่าตื่นตาตื่นใจของเรื่องกลับอยู่ที ซีมุส ดาวี่ย์-ฟิทซ์แพทริค เด็กชายผู้รับบท เดเมียนบุตรซาตานกลับมาเกิด ความสมจริงสมจังในบทบาทเข้าใกล้กับคำว่าสมบูรณ์แบบเหลือเกินการที่ใครสักคนจ้องมองใบหน้าของเขาให้ผลลัพธ์เป็นความสั่นสะท้าน มากกว่าฉากสยองทั้งหมดในหนังอย่าง Silent Hill และ An American Haunting รวมกันเสียอีก (พิสูจน์ได้จากตัวอย่างหนังเวอร์ชั่นแรกที่เขานั่งชิงช้า) อย่างไรก็ตามหากใครจับตาดูให้ดีจะพบว่า เด็กน้อยคนนี้มีพรสวรรค์ล้นเหลืออย่างไม่ต้องสงสัย ทว่ากลับถูกรีดเค้นออกมาได้น้อยกว่าความเป็นจริงอยู่พอสมควร
เรื่องราวของหนังสามารถอธิบายสั้น ๆ ได้ในหนึ่งย่อหน้า หรือหากยืด ๆ หน่อยก็สองย่อหน้าเจ้าหน้าที่การทูตแห่งสหรัฐอเมริกา โรเบิร์ต ธอร์น (ลีฟ ชไรเบอร์) แต่งงานอยู่กินกับภรรยาสาวแคทเธอลีน (จูเลีย สไต์) เขาถูกแต่งตั้งให้ไปทำงานในอิตาลี แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อ ภรรยาที่ท้องแก่ได้คลอดบุตรออกมาใน วันที่ 6 เดือน 6 ปี 2006 แต่ลูกของพวกเขากลับเสียชีวิตก่อนจะลืมตาดูโลก ยังความเสียใจให้เกิดขึ้นเป็นยิ่งนัก ดังนั้น บาทหลวงที่โรงพยาบาลจึงเสนอให้โรเบิร์ตรับเด็กชายอีกคนที่คลอดเวลาเดียวกัน แต่แม่เสียชีวิตตอนคลอด มาเป็นบุตรตนเองแทนโดยแคทเธอลีนไม่ได้ล่วงรู้ความจริงข้อนี้
5 ปีผ่านไป สามพ่อแม่ลูกยังอยู่ด้วยกัน แต่เปลี่ยนสถานที่เป็นลอนดอน เด็กชาย เดเมียน(ซีมุส ดาวี่ย์-ฟิทซ์แพทริค) เติบโตขึ้นมาโดยมีพี่เลี้ยงคือ มิสซิสเบย์ล็อค (มิอา ฟาร์โรว์) ที่ถูกจ้างให้มาช่วยดูแล อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เมือบุคคลที่อยู่รายรอบตัวเดเมียนเสียชีวิตอย่างน่าสงสัย โดยแคทเธอลีนถูกโน้มน้าวให้เชื่อว่าลูกของตนเองถูกครอบงำโดยปีศาจส่วนคุณพ่ออย่างโรเบิร์ตถูกขุดคุ้ยเพื่อเชื่อมโยงอย่างหนักหน่วง คนอื่น ๆ อยางบาทหลวง (พีทพอทเทิลสเวท) และ นักข่าวสายขุดคุ้ย (เดวิด ธิวลิส) ต่างเชื่อกันว่ามีความน่าประหวั่นพรั่นพรึงเกิดขึ้น และเดเมียนน่าจะเป็นบุตรของซาตาน ที่ต่อต้านพระเจ้าอย่างสุดหัวใจ...
นอกเหนือจากการปรับแต่งยุคสมัยให้สอดคล้องกับปัจจุบัน (ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่ถูกเปลี่ยนจากฉบับยุค '70) เราจะพบว่าหนังอุดมไปด้วยสูตรสำหรับหนังสยองขวัญรีเมค ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดารามีชื่อเสียง, เดินเรื่องอย่างเนิบช้า, ความตายอุบัติขึ้นชนิดชวนตกใจ และ...เด็กชายกับทรงผมกะลาครอบหัว! สำหรับคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรก คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสนุกสนานพอสมควร อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับของเก่าแล้ว นี่ไม่ใช่หนังที่ถ่ายทำออกมาได้ห่วยแตกแต่ประการใด แต่สิ่งที่บ่อนทำลายจนหนังถูกสับจนเละก็คือลีลาการเล่าเรื่องของผู้กำกับเวอร์ชั่นใหม่นั่นเอง
CRITICS' AVERAGE: C
ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 2 มิถุนายน 2549
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



