วิจารณ์หนัง: Season Change

วิจารณ์หนัง: Season Change

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
Season Change: กุ๊กกิ๊กวัยใส ก่อนหน้านี้ มีใครหลายคนรอบๆตัวผม เมื่อเห็นชื่อหนังเรื่องนี้แล้วไม่คิดว่าจะเป็นชื่อของหนังไทย ผมก็เช่นกัน ผมคิดว่าเป็นหนังเกาหลี จนได้มาเห็นโปรดักชั่นโน๊ต นักแสดง และผู้กำกับ ก็เลยถึงบางอ้อ และคาดหวังไว้ค่อนข้างสูงด้วยการที่เห็นว่า ผู้กำกับคือ หนึ่งในทีมงานที่เคยเสกสรร แฟนฉัน ให้บรรเจิดกินใจคนไทยมาแล้ว เรื่องราวบอกเล่าถึง ป้อม เด็กชายคนหนึ่งที่ตัดสินใจสอบเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนที่สอนดนตรีเป็นวิชาชีพตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย เพราะความรัก แต่ไม่ใช่เพราะรักดนตรีหรอก มันรักผู้หญิงต่างหาก เธอชื่อ ดาว ...สวย เรียบร้อย เรียนเก่ง เป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ทั้งโรงเรียน รวมถึงไอ้ป้อมด้วย มันได้แต่แอบมองเธอห่างๆ มาตลอด 3 ปี พอรู้ว่าดาวมาสอบเข้าที่นี่ก็เลยตามมา ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักโรงเรียนนี้มาก่อนด้วยซ้ำ แล้วป้อมก็สอบติด! ด้วยพรสวรรค์การตีกลองระดับอัจฉริยะที่พระเจ้าประทานมาให้ ทดแทนความไม่เอาไหนในเรื่องอื่นๆ แล้วจู่ๆป้อมก็ดันทิ้งพรสวรรค์ด้านการตีกลองชุดไปสมัครเข้าวงออเคสตรา เพื่อหาทางใกล้ชิดกับดาวที่เป็นนักไวโอลินมือหนึ่งอยู่ในนั้น แม้นานๆทีถึงจะได้ตีกลองทิมปะนีสักแปะ แต่แค่นี้ก็มีความสุขแล้วกับการได้อยู่ใกล้ผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักเข้าไปอีกนิด แต่ความสัมพันธ์กับดาวก็ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน ในขณะที่ความเอาจริงเอาจังของ อ้อม เพื่อนซี้ที่นั่งตีฉาบอยู่ข้างๆ กลับทำให้ป้อมเริ่มสนใจดนตรีคลาสสิกขึ้นมาทีละนิด แล้ววันหนึ่ง ดาวก็หล่นจากฟ้ามาชวนให้ป้อมสอบชิงทุนไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยกัน นั่นแปลว่าป้อมต้องกลับไปฟื้นฟูพรสวรรค์ด้านดนตรีสากลของตัวเองขึ้นมาใหม่ และถึงเวลาที่ป้อมต้องตัดสินใจ ระหว่างดาวกับอ้อม ระหว่างดนตรีสากลกับดนตรีคลาสสิก ป้อมที่เคยใช้หัวใจเลือกทางเดินให้ชีวิตตัวเองมาตลอด ชักเริ่มมีปัญหาเพราะไม่แน่ใจหัวใจตัวเองจะเปลี่ยนแปลงเหมือนอากาศหรือเปล่า? ภาพยนตร์ที่ถูกเล่าเรื่องเป็นฤดูกาล เพื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของคนทั้งสาม ที่จะเปลี่ยน แปลงไปตามฤดูต่างๆ ทั้งร้อน ฝน และหนาว ภายในระยะเวลา 1 ปี เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนล้วนเคยผ่านประสบการณ์การเลือกอะไรบางอย่างในชีวิต หรือเจอทาแยกของชีวิตมาแล้ว โดยเล่าผ่านความรักที่คนสัมผัสได้ง่าย บวกกับดนตรีที่จะทำให้คุณอิ่มเอมใจ ซึ่งน่าจะเป็นประสบการณ์ร่วมที่สะกิดอารมณ์ และเข้าถึงความรู้สึกคุณได้เป็นอย่างดี เป็นประโยคที่ทางหนังนำมาใช้ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเมื่อผมดูจบออกมา ผมเห็นด้วยกับในหลายๆสิ่ง หนังแสดงถึงฤดูที่แตกต่าง กับ ความรักในจิตใจที่ผันแปรไปตามระยะเวลา การนำความแตกต่างของอากาศกับจิตใจมาผนวกรวมกันสิ่งนี้ล่ะ ที่ผมว่า มันคือจุดแข็งที่สุดของหนังเรื่องนี้ เพราะหนังสื่อได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของใจคนในแต่ละฤดูได้ดี บรรยากาศของฤดูแต่ละฤดูกับความแตกต่างของความรู้สึกต่อคนสองคน เหมือนเป็นตัวการกำหนดให้ใจของ ป้อม หวั่นไหว และต้องไปอยู่บนทางเลือก และหนังก็สื่ออกมาได้ดีพอที่จะทำให้คนดูอินไปกับมัน รวมไปถึงเพลงประกอบที่ทำมาได้เข้ากับอารมณ์ของเรื่อง โดยเฉพาะในฉากที่วงกำลังซ้อมเพลงที่เป็นเพลงเศร้าที่สุดอยู่ แล้ว ดาว ก็สีไวโอลินได้แบบเสียดแทงใจ ป้อม มากจนแทบจะขาดใจ ตรงนี้ถือว่าเยี่ยมมากกับการเอาเสียงไวโอลินที่แสนเศร้ามาประกอบกับอารมณ์ของ ป้อม ในเรื่องตอนนั้น อีกจุดที่ค่อนข้างลงตัวคือ การหานักแสดงของทีมงาน ผมขอชมจากใจว่า นักแสดงทุกคน เหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับมาก ทั้งน้องบอล, น้องนาถ, น้องต่าย, น้องว่าน, น้องพลุ รวมไปถึง โอปอลล์ และคุณ จิโน่ ที่แสดงเป็นอาจารย์ทั้งสองด้วย (2 คนนี้คือสีสันของเรื่องอย่างแท้จริง) ทุกคนสามารถเป็นตัวละครตัวนั้นๆ ได้อย่างไม่มีเคอะเขิน การแสดงทำได้เหมือนเล่นเป็นตัวเอง อาจจะเป็นเพราะคาแรคเตอร์ของตัวละคร ไม่ฉีกหนีความเป็นเด็กวัยรุ่นตอนต้นสักเท่าไหร่ จึงทำให้พวกเขาทำได้โดยไม่ยาก อาจจะยากหน่อยตรงที่จากคนไม่เคยเล่นดนตรี ต้องมาทำเหมือนเป็นคนเก่งมากๆ แต่ก็ทำออกมาได้ไหลลื่น ไม่ติดขัด จากการที่ผมก็พอจะเล่นกลองชุดได้อยู่บ้าง ทำให้ผมทึ่งในตัวน้องบอล ที่เขาสามารถแสดงท่าทีการตีกลองได้แบบเซียนมากๆ รวมถึงน้องนาถ นิ้วเธอขณะเล่นไวโอลิน ทำให้ผมคิดไปว่าเธอคือ นักไวโอลินที่เก่งมากคนหนึ่งเลยจริงๆ แต่ถ้านับบทบาทการแสดง ผมขอให้น้องต่ายเป็นที่หนึ่งเลยครับ เธอเล่นเป็น อ้อม เด็กสาวจอมแก่นจอมกวนได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก และผมก็มองว่า คนที่เด่นที่สุดในเรื่องก็คือเธอนี่แหละ เพราะถึงบทบาทเธอจะน้อยกว่าตัวพระเอก แต่เธอกลับโดดเด่น มีเสน่ห์ และมีอะไรให้น่าจดจำมากกว่า จุดด้อยของหนังเรื่องนี้ก็มี ผมว่าการดำเนินเรื่องมันค่อนข้างอืดเกินไป หนังพยายามจะดึงให้ยาว ทั้งๆที่บางที การทำให้เนื้อหาบางส่วนมันกระชับ อาจจะทำให้สามารถเพิ่มรายละเอียดของหนังบางส่วนเข้าไปให้หนังสนุกขึ้นได้อีก และบางส่วนของเรื่อง หนังไปเน้นในส่วนของดนตรีมากเกินกว่าเรื่องความรักของตัวละครอย่างที่ควรจะเป็น เลยทำให้ อารมณ์ที่คนดูกำลังซึ้งหรือกำลังอิน ขาดตอนไป อาจจะบอกได้ว่า ในช่วงที่น่าจะเป็นช่วงที่ปูทางไปสู่ความตรึงใจตรึงอารมณ์คนดูมากที่สุด หนังกลับส่งอารมณ์ไปไม่ถึงตรงนั้น ทำให้ดูขาดๆ เกินๆ โดยรวมแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักใสๆ ของเด็กมัธยมที่ดูแล้วได้กลิ่นไอฝนมาไกลๆ ตามลักษณะหนัง ด้วยการดำเนินเรื่องที่ชวนให้ยิ้มออกมาได้เรื่อยๆ เติมเสียงหัวเราะด้วยความน่ารักของวัยเด็ก แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูหนังสไตล์ที่มีจุดพีค บีบอารมณ์ หรือหนังที่สร้างจุดประทับใจแบบฝังแน่นคงต้องผิดหวัง เพราะถ้าเปรียบหนังเรื่องนี้ก็เหมือนสายลม ที่จับต้องไม่ได้แต่เมื่อได้ดูแล้วก็รู้เย็นดีและยิ้มได้ แต่หลายคนก็ประทับใจกันไปตามๆกันกับเรื่องนี้ ส่วนผม ผมว่ากลางๆ เพราะผมหวังไว้กับหนังเรื่องนี้สูงมาก อาจจะมากเกินไป ผมให้ 3 ดาวครึ่งครับ เพราะถ้าผมไม่ได้หวังไว้ ผมคงชอบและอินกับหนังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ แต่ผมก็มีความคิดอีกอย่างคือ หนังรักแบบนี้ มีเกือบครบทุกวัยแล้ว ตั้งแต่วัยเด็กอย่าง แฟนฉัน, วัยมหาลัยอย่าง เพื่อนสนิท, จนมาถึงวัยใสอย่างเรื่องนี้ ต่อไปคงมีหนังรักในที่ทำงาน และหนังรักวัยดึกออกมาให้ดูแน่ๆ (555) บทวิจารณ์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ ของ วิจารณ์หนัง: Season Change

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล