วิจารณ์หนัง: Click

วิจารณ์หนัง: Click

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
อดัม แซนด์เลอร์ ยังคงไล่ล่าทำลายหนังของ แฟรงค์คาปร้า ด้วยการนำมาดัดแปลงสร้างใหม่อย่างหยาบยวบไม่หยุดหยั้ง ดังจะเห็นจาก Click หนังที่เริ่มต้นเป็นหนังตลกก่อนจะถูกความอ่อนด้อยชี้นำให้เอนเอียงสู่อาณาจักรแห่งความเละตุ้มเป๊ะ และฟูมฟายฟั่นเฟือน ทุกคนทราบกันดีว่า แซนด์เลอร์ชื่นชอบแสดงเป็นหนุ่มผู้มีหัวจิตหัวใจอ่อนโยน ซึ่งเชื่อมโยงได้กับบุคลิกของตัวละครแฟรงค์ คาปร้า ดังจะเห็นจาก Mr. Deeds Goes to Town ถูกรีเมคใหม่แบบสไตล์ตลกงอแงของเขา ในปี 2002 สำหรับ Click เขาหยิบยืมเอาบางส่วนจาก It's a Wonderful Life มาผสมคลุกเคล้ากับนิยายของชาร์ลส์ ดิคเก้นส์ A Christmas Carol โดยพล็อตเรื่องแล้ว มันดูดีมีความหวังไม่น้อย ความน่าสนใจก็คือชายบ้างานคนหนึ่ง ค้นพบรีโมทมหัศจรรย์ที่จะสามารถรอข้ามส่วนที่เจ็บปวดของชีวิต เดินหน้าผ่านความเหนื่อยยากที่รออยู่ได้ ก่อนที่มันจะลงเอยคล้ายกับการ์ตูนโดราเอมอน ที่โนบิตะมักจะนำเอาสิ่งประดิษฐ์ไปใช้ในทางพิสดารและเกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมา ในตอนต้นเราจะพบกับความตลกขบขันพอเป็นกระสาย ทว่าหลังจากนั้น หนังเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากรีโมทคอนโทรลที่ตัวละครมี นั่นก็คือผู้ชมคงอยากจะได้รีโมทอันนี้ เอาไว้ใช้กรอข้ามความน่าเบื่อหน่ายเพื่อไปดูฉากอื่น ๆ แก้เซ้ง และเร่งให้หนังมันจบไว ๆ ดังเช่นหนังเรื่องอื่น ๆ ของแซนด์เลอร์ Click ยังคงอยู่ในเครือข่ายหนังแฟนตาซีสำหรับเด็ก เราจะเห็นสถาปนิกหนุ่มบ้างาน ไมเคิล นิวแมน (อดัม แซนด์เลอร์) หมกมุ่นกับอาชีพของตนจนหลงลืม-ละเลยภรรยาสาวสวย (เคท เบ็คคินเซล) และลูกน้อยอีกสองคน อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักในชีวิตการงาน เพราะมีหัวหน้าผู้แล้งไร้น้ำใจ และหลงตัวเอง (เดวิด ฮาสเซลฮอฟฟ์) มันทำให้ไมเคิลตบะแตกในคืนหนึ่งก่อนจะลงเอยด้วยการออกค้นหารีโมทอเนกประสงค์ที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ทุกชิ้น เขาเดินเข้าไปในร้านที่ปิดป้ายประตูเอาไว้ว่า "Beyond" เพื่อจะพบกับชายผู้มีบุคลิกประหลาดมอร์ตี้ (คริสโตเฟอร์ วอลเค่น) ที่ดูแล้วเป็นนักประดิษฐ์จิตไม่ว่าง เหมือนกับ ด็อกบราวน์ ใน Back to the Future ก่อนจะได้รับสิ่งพิเศษสุดมาไว้ในครอบครอง ไมเคิลสามารถใช้อุปกรณ์พิเศษนี้ควบคุมให้เขากลับไปอยู่ในช่วงอดีต อาทิ การแค้มป์ปิ้งกับครอบครัว หรือสามารถหยุดเหตุการณ์เอาไว้ช่วงไหนก็ได้ รวมทั้งการเล่นซ้ำหรือใช้ควบคุมหน้าที่อื่น ๆ ได้อีก ไม่เว้นกระทั่งการปรับสีให้ตัวเขากลายเป็นสีเขียว หรือเปลี่ยนภาษาซึ่งทำให้เขาเข้าใจภาษาญี่ปุ่นของลูกค้าได้สะดวกโยธิน เยี่ยงเดียวกับเด็กวายร้ายผู้ใช้ของในทางผิด ๆ ไมเคิลเริ่มใช้รีโมทข้ามเวลาไปข้างหน้าจากวันสู่วัน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตคู่ ความเจ็บปวดบนโต๊ะอาหารในครอบครัว รวมถึงความเคร่งเครียดในที่ทำงาน ทว่าไป ๆ มา ๆ แล้ว ในที่สุดเขากลับไม่สามารถควบคุมรีโมทได้ มันเดินหน้าชีวิตของเขาข้ามห้วงเวลาต่าง ๆ ไป โดยอัตโนมัติตรงส่วนนี้ หนังจึงคล้ายกับหนังจำพวกเครื่องเหาะข้ามกาลเวลา หรือไทม์แมชชีน ที่พระเอกของเรื่องประสบปัญหากับเครื่องไม่เครื่งอมือ และทิ้งให้ตัวเอกต้องผจญกับการแก้ปัญหาทั้งในแง่ของวัตถุและในแง่ของจิตใจไปพร้อม ๆ กัน.... จากการแสดงแบบเดิม ๆ ในเรื่องนี้ หลายคนอาจจะกำลังท่วมท้นด้วยความคิดถึงโหยหาหนังอย่าง Punch-Drunk-Love จากการกำกับของ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน ซึ่งเป็นหนังที่ดีที่สุดในชีวิตที่แซนด์เลอร์เคยแสดงมา แน่นอน มันแปลกประหลาดไปจากผลงานเรื่องก่อน ๆ เขาต้องปรับวิธีการแสดงหนังใหม่อันทำให้บรรดาแฟน ๆ จาก Happy Gilmore และ Big Daddy รู้สึกผิดกลิ่น แต่นั่นเป็นวิธีการแสดงที่ทำให้แซนด์เลอร์ได้แสดงออกถึงบุคลิกเดิม ๆ ในหนทางใหม่ ๆ ซึ่งน่าชื่นชมไม่น้อย หรือในหนังอย่าง The Wedding Singer เขาพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถแสดงหนังได้ และได้รับคำชื่นชมว่าในหมู่นักแสดงที่มาจากรายการ Saturday Night Live อย่างน้อยที่สุดเขาก็ยืนอยู่ข้างหน้า ร็อบ ชไนเดอร์ (ใครเล่าจะย่ำแย่ไปกว่าชไนเดอร์ได้อีก) และตาม วิลล์ เฟอร์เรลล์ อยู่นิดหน่อย... อย่างไรก็ดี ข่าวดีและร้ายในเวลาเดียวกันก็คือ แซนด์เลอร์ คนเดิมเหมือนจะกลับมาแล้ว นอกเหนือจากจะคล้ายกับ It's a Wonderful Life และ A Christmas Carol หนังยังคล้ายคลึงกับ Bruce Almighty ที่ จิม แคร์รี่ย์ นำแสดง บรรดาผู้สร้างหนังที่ถูกทำคล้ายเหล่านี้สามารถฟ้องร้องได้เลยว่า Click อาจจะไปขโมยความคิดมาก็เป็นได้ นอกจากนี้ สำหรับคนที่ยังยึดติดกับทักษะการแสดงแบบเด็กไม่รู้จักโตของ อดัม แซนด์เลอร์ คงจะสุขสมหวังกับท่วงท่าเดิม ๆ ของเขา ด้วยเครื่องหมายการค้า "ผมมันงี่เง่า แต่คุณก็ยังรักผม!" CRITICS' AVERAGE C ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2549

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ ของ วิจารณ์หนัง: Click

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล