วิจารณ์หนัง BARNYARD: THE ORIGANAL PARTY ANIMALS
นักวิจารณ์คนหนึ่งกล่าวถึงหนังเรื่องนี้เอาไว้ว่าพูดในฐานะที่เป็นทั้งผู้ปกครองและนักวิจารณ์ เขาเชื่อว่าเขาคงจะเอาเหล็กแหลมเสียบเข้าไปในดวงตา เสียยังจะดีกว่าใช้สายตานั่งดูหนังอนิเมชั่นสำหรับครอบครัวว่าด้วยสัตว์พูดได้เรื่องนี้และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ มันเป็นข่าวร้ายสำหรับฮอลลีวู้ดที่ชอบทำหนังตลาดล่อหลอกเยาวชนเพราะหลังจากดูจบแล้วแม้แต่ลูกตัวเล็กของเขาก็ยังรู้สึกเหมือนกัน บางทีมันอาจเป็นหนังที่มีแต่เทคนิคอนิเมชั่นก็เป็นได้ ถ้าเราย้อนกลับไปสัก 5 ปีที่แล้ว คงจะมีคนเขียนถึงในทำนองว่า "นี่คือการแจ้งเกิดใหม่ของคอมพิวเตอร์อนิเมชั่น" แต่โทษที....... นี่มันปีไหนแล้ว! และผลลัพธ์ที่ถูกประเมินก็คือ แม้ไม่ใช่หนังเลยร้ายชวนสะอิดสะเอียนทว่าก็ไม่ใช่หนังดี และทำให้ปีนี้มีอนิเมชั่นคอมพิวเตอร์ที่พอจะกล่าวถึงในแง่ดีได้เพียง 3 เรื่องเท่านั้นคือ Cars. Monster House และ Ant Bully
หนังเขียนบทและกำกับโดย สตีฟ โออีเดเคิร์ค หนุ่มอารมณ์ดีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Bruce Almighty และ Ace Ventura; When Nature Calls (ในฐานะคนเขียนบทกำกับ) รวมไปถึง Jimmy Neutron; Boy Genius (ในฐานะคนเขียนบท-อำนวยการสร้าง) ทว่า Barnyard กลับทำได้ไม่ใกล้เคียงกับ The Lion King ที่ถูกเคี้ยวเอื้องและสำรอกออกมาในเวอร์ชั่นดิจิตอลเลยเราอาจจะสรุปรวบยอดสาระสำคัญของหนังได้สั้น ๆ ว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับข้อสมมติฐานว่า เมื่อชาวนาออกจากโรงนาในยามค่ำคืนไปแล้ว บรรดาสัตว์ทั้งหลายก็สามารถเคลื่อนไหวยักย้ายร่างกายไม่ต่างจากคนทั้งการเดินสองขา, เล่นกีฬาเอ็กซ์ทรีม, เต้นรำ ไปจนกระทั่ง การร้องเพลง
เบน (ให้เสียงโดย แซม เอลเลียต) คือวัวผู้นำที่คอยปกป้องสัตว์ทั้งหมดในอาณาบริเวณในยามค่ำคืนเมื่อเจ้าของฟาร์มหลับไปแล้ว เขาจะคอยระวังระไวหมาป่าที่นำทีมโดย แด็ก (ให้เสียงโดย เดวิด โคเอชเนอร์) ซึ่งจะคอยพาพรรคพวกผู้กระหายเลือดมาด้อม ๆ มอง ๆ เพื่อรุกรานฟาร์มแห่งนี้ หนึ่งในสัตว์ที่เขาห่วงมากที่สุดก็คือ โอติส (ให้เสียงโดย เควิน เจมส์) วัวหนุ่มผู้ร่าเริงและไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นลูกชายของเบนนั่นเอง เขามักจะสั่งสอนลูกชายเสมอ ๆ ว่า "ผู้แข็งแกร่งยืนหยัดเพื่อตนเอง ผู้แข็งแกร่งยืนหยัดเพื่อผู้อื่น" ขณะที่โอติสและพรรคพวกจะจัดปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน โดยหาเรื่องเฉไฉไปจากคำพ่อสอนอยู่เนือง ๆ
สรรพสัตว์ทั้งหลายประกอบไปด้วย ไมลล์ (ให้เสียงโดย แดนนี่ โกลเวอร์) พ่อผู้สุขุมรอบคอบ, พิพ (เจฟฟ์ การ์เซีย) หนูไฮเปอร์ที่ตื่นตัวรวดเร็วเสมอ, เฟร็ดดี้ (ให้เสียงโดย แคมคล้าร์ก) เฟเร็ทคล้ายพังพอนที่ต้องข่มใจไม่ให้ลิ้มลองรสชาติของลูกไก่อย่าง เอ็ตต้า (ให้เสียงโดย แอนดี้ แม็คโดเวลล์) และยังมี พิก (ทิโน่ อินซาน่า) ซึ่งเป็น..... เอ่อ..... เป็นหมูเหมือนชื่อของมันนั่นเอง นอกจากนี้ยังมี ผู้มาอยู่ใหม่ได้แก่ เดซี่ (ให้เสียงโดย คอร์ทนี่ย์ ค็อกซ์) เธอเป็นวัวม่ายที่ตั้งครรภ์แก่ และน่าสงสารมากที่สูญเสียครอบครัวทั้งหมดไปในพายุฉับพลัน
จากพล็อตเรื่อง กล่าวได้ว่าความคล้ายคลึงกับ The Lion King ที่เห็นได้ชัดก็คือ เมื่อจ่าฝูงถูกโค่นล้มโดยพวกอนารยะ ลูกของจ่าฝูงก็ต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะก้าวขึ้นมาปกครองสมาชิกที่เหลือ แน่นอน แทบไม่ต้องเดา ในที่สุดฝูงหมาป่าก็เข้ามาก่อสงครามจนจัดการกับเบนได้สำเร็จ และเมื่อเบนจากไป ทุกอย่างที่เป็นระเบียบเรียบร้อยก็พลันเละตุ้มเป๊ะ โอติสที่ขึ้นมาปกครองแทนพ่อจัดให้มีปาร์ตี้ทั้งวันทั้งคืน อย่างไรก็ดี เมื่อวันแห่งความวิกฤตสุดขีดมาถึงโอติสก็ต้องเรียนรู้คำที่พ่อเคยสอน และหัดที่จะเติบโตและกลายเป็นผู้นำที่เข้มแข็เสียที.......
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะแล้วไร้ความขำ มันยังพอมีอยู่บ้าง ขณะเดียวกัน การพากย์เสียงถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ละคนจับบุคลิกภาพและถ่ายทอดตัวละครของอนิเมชั่นออกมาได้อย่างสนุกสนาน อย่างไรก็ดี ภาพรวมออกมาไม่ดีนัก แถมยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัวในเรื่อง ซึ่งยากจะหาคำอธิบายได้ มันเป็นวัวตัวผู้ที่มี 'เต้านม' ซึ่งทุกคนล้วนงงงวยว่าปกติมันมีเฉพาะตัวเมียที่ให้นมแก่ทารกมิใช่หรือ? หรือว่าเกิดการกลายพันธุ์ที่ศูนย์ทดลองวิจัยสัตว์สักแห่งบนโลก? ในหนังที่ละม้ายคล้ายคลึงเรื่องอื่น ๆ ไปทั่วเรื่องนี้ เราควรจะไปหาหนังคู่แข่งของมันมาดูดีกว่า หรือถ้าอยากเอาชัวร์เข้าว่าในหนังสัตว์พูดได้ ....ไปเช่า Babe มาดูกันเถอะ
CRITICS' AVERAGE: C+
ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 2 สิงหาคม 2549
อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


